แนวคิดการบริหาร : บทบาทของ CFO ที่เปลี่ยนไป

แนวคิดการบริหาร : บทบาทของ CFO ที่เปลี่ยนไป | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



เวลาเรานึกถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เราก็มักจะนึกถึงกลุ่มคนที่เราเรียกว่า “ระดับซี” (C-Level) กันเป็นส่วนใหญ่นะครับ ไม่ว่าจะเป็น CEO, COO, CFO, CIO, CTO ฯลฯ ซึ่งนอกเหนือจากซีอีโอ ที่เป็นผู้บริหารสูงสุดแล้ว ผู้บริหารระดับ “ซี” ท่านอื่นๆ ก็จะเป็นผู้ที่มีความชำนาญและดูแลรับผิดชอบเฉพาะเรื่อง เช่น ซีเอฟโอ (CFO – Chief Financial Officer) ซึ่งชื่อก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงินของบริษัท ซึ่งถ้าดูจากชื่อก็พอจะบอกได้ต่ออีกนะครับว่าหน้าที่ความรับผิดชอบก็หนีไม่พ้นในเรื่องของการดูแล รับผิดชอบ และตัดสินใจในเรื่องของบัญชีและการเงินของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเรื่องรายงานต่างๆ การดูแลเรื่องระบบบัญชี การดูแลด้านการเงินทุกอย่างตั้งแต่การหาแหล่งเงินทุน การใช้จ่ายเงิน การดูแลด้านงบประมาณ หรือ การนำเงินไปลงทุน ฯลฯ
       
        ถ้าท่านผู้อ่านรู้จัก CFO ที่ทำหน้าที่ในลักษณะข้างต้น หรือยังเข้าใจผิดว่าหน้าที่ของ CFO เกี่ยวข้องแต่เฉพาะทางด้านบัญชีและการเงิน ก็ต้องเรียนให้ทราบนะครับว่าแนวคิดดังกล่าวเปลี่ยนไปแล้วครับ อาจจะกล่าวได้ว่าบทบาทของผู้ที่เป็น CFO ในองค์กรธุรกิจในปัจจุบันไม่เหมือนในอดีต ที่ดูแลแต่เฉพาะทางด้านการเงินและบัญชีเพียงอย่างเดียว บทบาทของ CFO ในปัจจุบันขยายกว้างขึ้นและครอบคลุมในงานและหน้าที่ต่างๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่เฉพาะทางด้านการเงินและบัญชีเท่านั้น ปัจจุบัน CFO จะต้องทำหน้าที่เหมือนกับเป็นทหารเอกคู่ใจและคู่ตัว CEO ที่ดูทั้งทางด้านการเงิน บัญชี กลยุทธ์ การประเมินผล หรือแม้กระทั่งการดำเนินงานขององค์กรด้วย
       
        การเปลี่ยนแปลงในบทบาทของ CFO นั้นเกิดขึ้นเนื่องจากความเคร่งครัดของหน่วยงานกำกับและดูแลต่างๆ ที่ให้ความสำคัญต่อความโปร่งใส ธรรมาภิบาลในการบริหารมากขึ้น ประกอบกับสภาวะแวดล้อมทางการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้น ทำให้ประเด็นเรื่องของเงินๆ จะต้องสอดคล้องและเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ของบริษัทมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
       
        นอกจากนี้แนวโน้มที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือหลายๆ องค์กรมีแนวโน้มที่จะยุบหรือยกเลิกตำแหน่ง COO (Chief Operating Officer) ซึ่งตามความเชื่อในอดีตนั้น CEO จะทำหน้าที่ในด้านกลยุทธ์ ทิศทางและการตัดสินใจที่สำคัญขององค์กร ส่วน COO จะทำหน้าที่เหมือนแม่บ้านที่คอยช่วยดูในรายละเอียดและงานที่ต้องดำเนินการเป็นปกติทั้งหลาย
       
        หน่วยงานชื่อ National Bureau of Economic Research ของอเมริกาได้สำรวจบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกาจำนวน 300 แห่ง พบว่ามีอยู่ 20% ที่ยุบหรือยกเลิกตำแหน่ง COO ลงไปในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา โดยผู้บริหารของแต่ละหน่วยธุรกิจจะรายงานตรงต่อซีอีโอมากขึ้น หรือท่านผู้อ่านลองดูองค์กรยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยจำนวนมาก เราก็จะไม่พบตำแหน่ง COO แบบที่คาดว่าจะเจอ
       
        ทีนี้พอตำแหน่ง COO หายไป งานของ COO หลายๆ อย่างก็กลายเป็นของ CFO ไป ผมมีโอกาสเจอ CFO ขององค์กรชั้นนำของเมืองไทยหลายๆ แห่ง ที่ CFO เหล่านั้นไม่ได้ยุ่งแต่ในเรื่องของการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังรู้รายละเอียดในเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินงานทั่วๆ ไปขององค์กร รวมทั้งเป็นผู้ที่มีบทบาทที่สำคัญต่อการกำหนดกลยุทธ์และแนวทางในการดำเนินงานขององค์กรด้วย นอกจากนี้ในต่างประเทศก็มีงานวิจัยที่สำรวจ สอบถาม CFO ชั้นนำของบริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกาหลายแห่ง และได้นำเสนอในเอกสารรายงานชื่อ Not Your Father’s CFO (โดย Couto, Heinz, Morna) ซึ่งได้สรุปออกมาเป็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในบทบาทหน้าที่ของ CFO ได้ดังนี้ครับ
       
        * CFO ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการวิเคราะห์ กำหนด และนำกลยุทธ์ขององค์กรไปปฏิบัติ
       
        * CFO ได้พยายามสร้างความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างกลยุทธ์ขององค์กร กับการเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น (Shareholder Value) ทั้งนี้ในฐานะที่ CFO จะต้องดูแลในเรื่องของการเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นอยู่แล้ว ดังนั้น CFO เลยพยายามให้แน่ใจว่ากลยุทธ์ที่องค์กรใช้มีความเชื่อมโยงและสอดคล้องต่อการเพิ่มมูลค่าของผู้ถือหุ้น
       
        * CFO ได้กลายเป็นผู้ผลักดันหลักในการนำระบบในการประเมินผลการดำเนินงานเข้ามาใช้ จนบางแห่งก็เรียกเป็น Chief Metrics Officers เช่น CFO ของบริษัท Cargill ยักษ์ใหญ่ด้านอาหารและเกษตรได้ระบุไว้อย่างชัดเจนเลยว่าหน้าที่และบทบาทของ CFO ก็คือการดูแลเพื่อให้แน่ใจว่าบุคลากรในองค์กรมีพฤติกรรมที่ต้องการและทุกคนมุ่งเน้นและให้ความสำคัญต่อกลยุทธ์ ดังนั้นการนำระบบการวัดและประเมินผลมาใช้ จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ทุกคนมีพฤติกรรมที่ต้องการและมุ่งเน้นต่อกลยุทธ์ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของ CFO
       
        * ความสามารถในการสื่อสารต่อบุคลากรและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร กลายเป็นสมรรถนะและคุณลักษณะที่สำคัญของ CFO เช่น CFO ของ Bertelsmann ยักษ์ใหญ่ของเยอรมันระบุไว้เลยครับว่า CFO จะต้องเป็นนักบัญชี / การเงินครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเป็นนักกลยุทธ์ และที่สำคัญจะต้องมีความสามารถในการสื่อสารที่ดีในบทบาททั้งสองประการ
       
        * CFO ในปัจจุบันจะใช้เวลาส่วนหนึ่งในการสร้างหน่วยงานของตนเองที่ประกอบด้วยบุคลากรที่มีประสบการณ์ที่หลากหลายขึ้น ในอดีตเรามักจะนึกถึงพวกที่อยู่ในงานบัญชีและการเงิน เป็นพวกที่รู้เฉพาะด้าน แต่ในปัจจุบัน CFO ที่ได้ตระหนักถึงบทบาทของตนเองที่เปลี่ยนไป เลยพยายามสร้างคนรุ่นใหม่ให้มีความหลากหลายมากขึ้น CFO ของ FedEx บอกว่าเขาพยายามที่จะกระตุ้นให้ลูกน้องในฝ่ายการเงินได้ออกไปทำงานในส่วนอื่นๆ ในบริษัทเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการช่วยตัวบริษัทเอง และทำให้โลกทัศน์ของคนในส่วนงานของเขากว้างขึ้น
       
        * CFO จะเป็นผู้ผลักดันในเรื่องของการนำระบบการบริหารความเสี่ยงเข้ามาใช้ในองค์กรมากขึ้น ซึ่งในอดีตเราอาจจะมีความเข้าใจว่า CFO จะมุ่งเน้นแต่เฉพาะความเสี่ยงทางด้านการเงินเท่านั้น แต่จากโลกทัศน์และความรับผิดชอบของ CFO ที่กว้างขึ้น ทำให้การบริหารความเสี่ยงที่ CFO ยุคใหม่นำเข้ามาใช้ในองค์กร จะเป็นความเสี่ยงในทุกๆ ด้านที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ขององค์กร
       
        * CFO เองจะทำหน้าที่ในการเป็นหนึ่งในผู้นำการเปลี่ยนแปลงในองค์กรมากขึ้น ผมเองได้ประสบกับตนเองในองค์กรยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของเมืองไทยที่ CFO จะเข้าไปมีบทบาทคู่กับซีอีโอในการนำการเปลี่ยนแปลงมาใช้ในองค์กร และ CFO ท่านนั้นก็มีวิสัยทัศน์ที่กว้างด้วย นั่นคือแทนที่จะมองแต่เฉพาะในด้านการเงินและบัญชีเพียงอย่างเดียว กลับมองภาพรวมในเชิงกลยุทธ์ของบริษัทและอุตสาหกรรมได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เรียกได้ว่าเป็นขุนพลคู่ใจของซีอีโอเลยทีเดียว
       
        อาจจะสรุปได้ว่าบทบาทของ CFO ทุกแห่งจะต้องเปลี่ยนไปนะครับ ถ้าในองค์กรไหนที่ CFO ยังเป็นในลักษณะเดิมๆ และมองแต่เฉพาะด้านแคบๆ ทางด้านการเงินเพียงอย่างเดียว องค์กรนั้นก็จะต้องพิจารณาตัวเองกันหน่อยนะครับ เพราะในกระแสการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน CFO จะต้องทำหน้าที่เป็นเพื่อนและขุนพลคู่คิดของซีอีโอทั้งในด้านการเงิน ด้านกลยุทธ์ หรือแม้กระทั่งในด้านการดำเนินงานทั่วๆ ไป

 

 

 

 แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ





จำนวนผู้ชม 9472 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์