นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ข้อมูลที่ออกไปสู่สาธารณชนนั้นคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริงมาก
เป็นเหตุให้ผู้นำแรงงานและนักวิชาการที่อยู่ไกลข้อมูลเข้าใจผิด จึงออกมาวิจารณ์สร้างความเสียหายต่อสำนักงานประกันสังคมอย่างมาก" กรณีที่เกี่ยวกับการให้ครูกู้เงินนั้น สืบเนื่องมาจากสำนักงาน สกสค.(สำนักงานสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร กระทรวงศึกษาธิการ) ได้มาติดต่อหารือถึงลู่ทางที่จะขอข้อมูลจาก สปส.จริงซึ่ง สปส. ได้แจ้งให้ทราบว่าไม่สามารถดำเนินการให้กู้ได้เพราะไม่ใช่สถาบันการเงิน และได้แนะนำให้องค์กรครูใช้วิธีออกพันธบัตรรัฐบาลมาขายให้ หรือกู้ธนาคารที่ สปส. มีเงินฝาก และ สปส. พร้อมจะช่วยเจรจากับธนาคารให้ลดดอกเบี้ยให้เอง จากเห็นใจคนในสังคมเดียวกัน แต่ต้องไม่ทำให้ผลตอบแทนเงิน ฝากลดลง ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่เป็มาตรฐานเดียวกัน
ในส่วนของลูกจ้างผู้ประกันตนก็เช่นกัน ก็สามารถกู้ผ่านธนาคารที่ สปส. มีเงินฝากทุกแห่งไม่เห็นจะว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ หรือดับเบิ้ลแสตนดาร์ตามที่นักวิชาการบางคนวิจารณ์ ส่วนกรณีการขายหุ้นธนาคารทหารไทยให้ สปส.ก็เช่นกัน ยังไม่เคยมีการพูดถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด ไม่ทราบว่าข่าวมาจากแหล่งใด
"สปส.ได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่องค์กรของนายจ้างและลูกจ้างตลอดเวลา และถ้าจะวิพากษ์วิจารณ์ให้ความเห็นใดๆ ขอให้ตรวจสอบข้อมูลบ้าง อย่ามีอคติต่อกันสังคมจะได้มีความสุข" นายไพโรจน์ฯ กล่าว.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส