การลงทุนของกองทุนประกันสังคม "ต่อยอด" ความมั่นคง

การลงทุนของกองทุนประกันสังคม "ต่อยอด" ความมั่นคง | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



 ระเด็นที่ท่านผู้ประกันตนจำนวนมาก ได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใยมาโดยตลอด ก็คือการที่กองทุนประกันสังคมได้กระจายเงินลงทุนส่วนหนึ่ง ไปลงทุนในหุ้นสามัญของรัฐวิสาหกิจ และหุ้นของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งในมุมของคนจำนวนมากนั้น การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงสูงที่จะขาดทุน "หน้าต่างลงทุน" ฉบับนี้ขอนำเสนอหลักเกณฑ์และวิธีการที่ทีมงาน ด้านการลงทุนของสำนักงานประกันสังคมใช้ในการพิจารณาลงทุน ในหุ้นสามัญเพื่อให้ท่านผู้ประกันตนสบายใจมากขึ้น
              ขออนุญาตเกริ่นให้ทราบก่อนว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้น กองทุนประกันสังคมมีเงินลงทุนทั้งหมดในเงินฝากธนาคาร ซึ่งช่วง 7-8 ปี ก่อน อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่า 10% ต่อปี ประกอบกับกองทุนมีขนาดไม่กี่หมื่นล้านบาท ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์อยู่ในภาวะขาดสภาพคล่อง จึงมีธนาคารจำนวนมากยินดีรับฝากเงินจากกองทุน
              ในระยะต่อมาอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเริ่มลดลงเรื่อยๆ ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์เริ่มมีสภาพคล่องเหลือในระบบ คณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาลฝ่ายละเท่าๆ กัน ได้แสดงความเป็นห่วงว่าหากกองทุนยังลงทุนในเงินฝากอย่างเดียว อัตราผลตอบแทนจะไม่เพียงพอกับการจ่ายประโยชน์ทดแทน ให้กับผู้ประกันตนในอนาคต จึงได้มีมติปรับกรอบการลงทุนเพื่อกระจายเงินลงทุน ไปสู่ แหล่งลงทุนที่มีความมั่นคงและมีผลตอบแทนสูง เพื่อชดเชยกับดอกเบี้ยเงินฝากที่ลดลง
              การปรับเปลี่ยนกรอบนั้นเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากกระจายเงินลงทุนไปยังแหล่งที่มีความมั่นคงสูง เช่น พันธบัตรรัฐบาล และตั๋วเงินคลัง หุ้นกู้เอกชนที่ได้รับการจัดอันดับเครดิต หุ้นสามัญของรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น จนมาถึงกรอบการลงทุนฉบับที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "ประกาศคณะกรรมการประกันสังคมเรื่อง กรอบและสัดส่วนการลงทุน กองทุนประกันสังคม กรณีสำนักงานประกันสังคมนำเงินกองทุนไปจัดหาผลประโยชน์" ลงวันที่ 2 กรกฏาคม 2546 กำหนดให้กองทุนประกันสังคมลงทุนในหุ้นสามัญของรัฐวิสาหกิจ ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินกองทุน และลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียน ได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของเงินกองทุน

              การปรับกรอบการลงทุนให้ลงทุนในหุ้นได้ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในช่วงกลางปี 2546 นั้น นับว่าเป็นจังหวะที่ค่อนข้างดี เพราะขณะนั้นดัชนีตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 500 จุด และตลาดหลักทรัพย์ฯของไทยจัดว่าน่าลงทุนที่สุดในเอเซีย สำนักงานประกันสังคมจึงเริ่มทยอยลงทุน ในหุ้นทีละเล็กละน้อย นับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 1 ปี มีเงินลงทุนในหุ้นสามัญจำนวนทั้งสิ้น 15,304 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7 ของเงินกองทุนประกันสังคม ท่านผู้ประกันตนน่าจะสบายใจขึ้น เมื่อทราบว่าถึงแม้ว่ากรอบการลงทุนจะกำหนดเพดานไว้ไม่เกินร้อยละ 15 แต่ที่ลงทุนจริงมีเพียงร้อยละ 7 เท่านั้น ที่จริงมีการลงทุนในหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 7 ของเงินกองทุนมาตั้งแต่ต้นปี 2547 นั้นคือ ตลอดระยะเวลาครึ่งปีแรกของปี 2547 แทบจะไม่ได้ลงทุนในหุ้นเพิ่มเติมเลย
              เพื่อให้ท่านสบายใจยิ่งขึ้น ขอเรียนเพิ่มเติมว่า หุ้นสามัญที่ลงทุนทั้งหมดนั้น หากคิดตามราคาตลาดแล้วจะมีมูลค่ามากถึง 17,679 ล้านบาท นั่นหมายถึงลงทุนด้วยเงิน 15,304 ล้านบาท แต่วันนี้หากขายหุ้นทั้งหมดที่มีอยู่จะได้เงินคืน 17,679 ล้านบาท หรือมีกำไร 2,374 ล้านบาท ไม่เพียงแค่นั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมากองทุนประกันสังคม ได้เก็บเกี่ยวเงินปันผลจากการลงทุนในหุ้นมาแล้วทั้งสิ้น 472.66 ล้านบาท และเก็บเกี่ยวกำไรจากการขายหุ้นที่ทางทีมงาน ลงทุนเห็นว่ามีราคาสูงกว่า ปัจจัยพื้นฐานมากถึง 1,016.29 ล้านบาท รวมเป็นเม็ดเงินผลกำไรที่กองทุนเก็บเข้ากระเป๋าไปแล้วมากถึง 1,488.95 ล้านบาท สรุปแล้วถึงแม้ว่าภาวะตลาดหุ้นจะผันผวนมากในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2547 แต่จากเงินลงทุน 15,034 ล้านบาท ยังคงมีกำไรจากการลงทุนในหุ้นรวมทั้งสิ้น 3,863 ล้านบาท

 

              ขั้นตอนการตัดสินใจลงทุนมีหลายขั้น เริ่มจากทีมงานด้านการลงทุนเป็นผู้พิจารณาเลือกลงทุน ในบริษัทที่มีฐานะทางการเงิน และลักษณะธุรกิจที่มั่นคง มีผลประกอบการดีเยี่ยม มีแนวโน้มจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารมีความชำนาญในธุรกิจเป็นอย่างดี รวมทั้งมีบรรษัทภิบาลในการประกอบธุรกิจ ซึ่งการวิเคราะห์จะต้องทำอย่างละเอียด โดยคำนึงเสมอว่า กองทุนประกันสังคมเป็นกองทุนระยะยาว จะต้องลงทุนในบริษัทนั้นๆ เป็นเวลา 5-10 ปี ขึ้นไป ดังนั้นบริษัทที่จะลงทุนได้จะต้องมีกิจการที่มั่นคงอย่างแท้จริง
              ในส่วนของทีมงานของสำนักงานประกันสังคม ต้องยอมรับว่าโครงสร้างของระบบราชการ ไม่ได้ผลิตบุคลากรด้านการลงทุนโดยตรง ปัจจุบันจึงมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ที่เป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการลงทุนจากภาคเอกชนมากกว่า 10 ปี เป็นทีมวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุน โดยมีทีมข้าราชการรุ่นใหม่ (ส่วนหนึ่งเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลที่เรียนจบด้านการเงินโดยตรง) ทำงานประกบกับทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ไปพร้อมๆ กัน
              หลังจากคัดเลือกบริษัทที่น่าลงทุนแล้ว สำนักงานประกันสังคมจะต้องนำเสนอแผนการลงทุนที่ระบุรายละเอียด ว่าจะลงทุนในหุ้นของบริษัทอะไร จำนวนไม่เกินเท่าไหร่ ให้กับคณะกรรมการประกันสังคมเห็นชอบก่อนจึงจะสามารถลงทุนได้ หากมีบริษัทเสนอขายหุ้นออกใหม่ จะต้องผ่านการกลั่นกรองจากคณะอนุกรรมการบริหารการลงทุนก่อน ที่จะขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการประกันสังคม ฟังดูซับซ้อน แต่ขั้นตอนที่ซับซ้อนนี้ก็เพื่อให้ท่านผู้ประกันตนมั่นใจว่าการลงทุนในหุ้นไม่ได้ เกิดจากความคิดของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการซึ่งมีผู้แทนทั้งจากนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาลก่อนเสมอ
              หลังจากแผนการลงทุนได้รับความเห็นชอบแล้ว ไม่ได้แปลว่าสามารถกำเงินสดไปลงทุนได้ทันที ทีมงานจะต้องใช้โมเดลทางการวิเคราะห์ราคาหุ้นที่เหมาะสม แล้วกำหนดเป็นช่วงราคาที่สามารถลงทุนได้ เช่น สมมติว่า ทีมงานวิเคราะห์แล้วว่าหุ้นของการบินไทย (THAI) มีราคาที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 55-60 ก็ต้องลงทุนไม่เกินราคา 60 บาท เมื่อลงทุนแล้วก็ถือหุ้นไว้ในระยะยาว 5-10 ปี เป็นอย่างน้อย
              ในระหว่างที่ถือหุ้นอยู่นั้นมีบ้างเหมือนกัน ที่อาจจะขายหุ้นส่วนหนึ่งเพื่อทำกำไร เช่น หากราคาหุ้นการบินไทยเพิ่มขึ้นไปถึง 80 บาท และทีมงานคิดว่าเป็นราคาที่สูงเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน ของบริษัทจะรองรับได้ก็จะทยอยขายหุ้นออกไปบ้างเพื่อเก็บกำไรเข้ากระเป๋า เมื่อราคาหุ้นตกลงมาอยู่ในช่วงที่เหมาะสม จึงค่อยเข้าไปซื้อคืนมาใหม่ ซึ่งการขายเพื่อทำกำไรนั้น กำหนดเพดานไว้ไม่เกินร้อยละ 5 ของเงินทุนในหุ้นเท่านั้น จะเห็นได้ว่าการลงทุนไม่มีการซื้อๆ ขายๆ แบบนักลงทุนรายย่อยที่นั่งอยู่ตามห้องค้าหลักทรัพย์ และไม่มีการ "เก็งกำไร" ระยะสั้นใดๆ ทั้งสิ้น การลงทุนส่วนใหญ่ต้องเป็นการลงทุนระยะยาวเท่านั้น
              นอกจากเรื่องของ "ราคา" ที่เหมาะสมแล้วยังมีทีมงานวิเคราะห์อีกทีมหนึ่ง ทำหน้าที่ติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุนอย่างใกล้ชิด และยังมีทีมงานกำกับการลงทุน ซึ่งมีหน้าที่ตรวจรายงานการลงทุนชนิดวันต่อวัน นอกจากนี้คณะกรรมการบริหารการลงทุนรวมทั้ง คณะกรรมการประกันสังคม จะคอยทำหน้าที่ตรวจสอบการลงทุนของกองทุนเป็นประจำทุกเดือนอีกด้วย




จำนวนผู้ชม 3929 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์