ตัวอย่าง กรณีที่ 3 ค่างานคืออะไร ไม่มีได้หรือไม่

ตัวอย่าง กรณีที่ 3 ค่างานคืออะไร ไม่มีได้หรือไม่ | การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ค่างาน – ระดับตำแหน่ง – ค่าตอบแทน
 
 
ในเรื่องค่าตอบแทนแทนหรือค่าจ้าง หรือเงินเดือน เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ธุรกิจหรือผู้บริหารระดับสูงหรือแม้กระทั่ง CEO/MD/President) ของแต่ละบริษัทที่จะสามารถทำความเข้าใจ จัดทำขึ้นมาและบริหารให้ถูกต้องเหมาะสมนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ง่ายๆ เช่น
 
 
ตัวอย่าง กรณีที่ 3 ค่างานคืออะไร ไม่มีได้หรือไม่
 
ผู้เขียนเคยมี MD  เป็นผู้เชี่ยวชาญใน “โลก IT”  แต่อาจจะมีความเข้าใจใน “โลกของคน” ไม่มากนัก โดยเฉพาะ “องค์ความรู้ในระบบงาน HR”  ซึ่งทำให้เกิดโจทก์ที่เป็นความท้าทายต่อผู้ที่ทำหน้าที่บริหารคนและองค์กร”
 
ประการแรก  มีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่ครั้งหนึ่งที่ MD ของบริษัทได้สอบถามผู้เขียนว่า
 
(1)   พนักงานแต่ละคนจะมี ซี (C)  หรือระดับตำแหน่ง หรือเกรด อาทิ พนักงานธุรการ 3 บุคลากร  5 เจ้าหน้าที่การตลาด 6 การที่มีซีระบุหลังชื่อตำแหน่งเหล่านี้ไม่ใส่ได้หรือไม่ ซึ่งจะได้ทำให้การบริหารจัดการง่ายขึ้น เช่น ในการเลื่อนตำแหน่งเพราะชื่อตำแหน่งจะเหมือนเดิม เช่น เลื่อนจากบุคลากร 5 เป็นบุคลากร 6 ก็ยังเป็น “บุคลากร” และงานก็แตกต่างกันไม่มากนัก
 
(2)    บางชื่อตำแหน่ง เช่น เจ้าหน้าที่โฆษณาและประชาสัมพันธ์ หรือผู้อำนวยการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ซึ่งฟังดูไม่โก้เหมือนกับอาชีพเดียวกัน จะดูต่ำต้อยเพราะธุรกิจข้างนอกอาจเรียก “Media Relations Director”  หรือบางท่านอาจใช้ “Sale Channel Manager”  หรือ “ Creative Director” ก็มีทำอย่างไรจึงจะให้พนักงานภูมิใจเมื่อยื่นนามบัตรติดต่อกับธุรกิจข้างนอก แต่ภายในบริษัทเราใช้อีกชื่อได้หรือไม่
 
(3)   โครงสร้างค่าจ้าง/ค่าตอบแทน มีแต่ชั้นเริ่มต้น (Minimum) ได้หรือไม่ เพราะเห็นผู้เขียนจะเสนอปรับโครงสร้างค่าจ้างเกือบจะปีเว้นปีเพราะผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ การแข่งขันของอัตราตลาดในบางกลุ่มอาชีพ
 
ความจริงทั้งหมด!  หากวิเคราะห์ในกรณีแรกการกำหนดตำแหน่งเป็นการกำหนดตามความสัมพันธ์ของงานกับค่าของงาน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีระดับตำแหน่งหรือเกรด หรือ ซี ถึงแม้จะถอยไปสู่ระบบอาวุโส (Rank Classification) ก็ยังต้องมีอะไรบอกค่าความสูงต่ำของตำแหน่งนั้นอยู่ เพราะ สัมพันธ์กับสิทธิประโยชน์และอัตราความก้าวหน้าต่างๆ มิฉะนั้น ฝ่ายบริหาร HR  จะไม่มีอะไรเป็นหลักยึดในการทำงาน (เป็นคำตอบที่เหมาะสมในขณะนั้น)
 
ประการต่อมา  ชื่อตำแหน่งภายในต้องเป็นไปตามโครงสร้างตำแหน่งที่ทางฝ่ายบริหาร HR ใช้โดยปรับให้สอดคล้องกับ ธุรกิจภายนอก แต่ต้องคำนึงว่า “ไม่ดูเว่อเกินไป” แต่นามบัตรจะพิมพ์ให้ “ศิวิไลซ์” อย่างไรก็ได้ข้อสำคัญต้องมาลงทะเบียนชื่อที่ขอใช้ในนามบัตร
 
ประการสุดท้าย  อัตราค่าตอบแทนขั้นสูงสุด (Maximum)  ในทัศนะของผู้เขียนเปิด (Open) ได้และหากพูดภาษา HR คือไม่มี “เพดาน”  (Ceiling)  ยิ่งบริหารง่ายในการว่าจ้างผู้บริหารมืออาชีพหรือที่มีประสิทธิภาพสูง
 
แต่สำคัญคือ ฝ่าย HR  จะต้องทำหรือจำลองค่าจุดกลาง (Mid –Point) ของโครงสร้างค่าตอบแทนในระดับตำแหน่งนั้นขึ้นมาใช้ในการบริหารค่าจ้างโดยเฉพาะเรื่องการปรับเงินเดือน – ค่าจ้างประจำปี ว่าจะใช้ให้เหมาะสมอย่างไร
 
ในกรณีตำแหน่งเสมียน พนักงานบริการ หรือเจ้าหน้าที่อาจไม่มีความจำเป็นต้องเปิดเพดานก็ได้
ความจริงสุดท้าย!  แนวคิดหรือข้อหารือเพื่อทำงานด้านบริหาร HR ในขณะนั้นยังไม่มีระบบใหม่ เช่น ค่าตอบแทนตามความสามารถ (CBP :  Competency Based Pay)  ค่าตอบแทนตามผลสำเร็จ (P4R : Pay for Result)  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนำระบบ Broadbanding เข้ามาใช้จะมีโซลูชั่นได้ทุกคำตอบที่สมบูรณ์
 
 
 
 
ข้อมูลอ้างอิง : ค่าตอบแทนตามผลสำเร็จ
เขียนโดย : ดนัย  เทียนพุฒ




จำนวนผู้ชม 4759 ครั้ง




ข้อมูลบทเรียนออนไลน์ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์