กองปราบฯ จับอดีตอธิบดีกรมแรงงานคาศาลอาญา หลังเหยื่อชาวอุบลฯ กว่า 200 รายเข้าแจ้งความถูกลวงไปทำงานมาเลเซีย คิดค่านายหน้าหัวละกว่า 1 หมื่นบาทแต่ไม่ได้ไปทำงานจริง เจ้าตัวอ้างลูกน้องนำชื่อไปแอบอ้าง ยันคดีที่ถูกจับที่ผ่านมาไม่เคยคิดหนี
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 26 มิถุนายน พ.ต.อ.ชัยโรจน์ ชัยยะ ผู้กำกับฝ่ายปฏิบัติการ 6 กองบังคับการปราบปราม พร้อมกำลังเข้าจับกุมนายวิชิต แสงทอง อายุ 77 ปี อยู่เลขที่ 92/2 ซอยอารีย์สัมพันธ์ 2 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตอธิบดีกรมแรงงาน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน และจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามหมายจับศาลจังหวัดอุทัยธานี ที่ 705/2547 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2547 ที่ 181/2547 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2547 ศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ 614/2546 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2546 และหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ จ77/2547 ลงวันที่ 27 มกราคม 2547 โดยจับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
สอบสวนนายวิชิตให้การว่า ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมแรงงานได้เป็นประธานสหกรณ์แรงงานเกษตรแห่งชาติ โดยมีผู้ใต้บังคับบัญชานำชื่อไปแอบอ้างหากิน โดยหลอกลวงแรงงานที่มีความประสงค์จะไปทำงานยังต่างประเทศให้เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกของสหกรณ์ และมีการเรียกเก็บเงิน ซึ่งตนไม่ทราบเรื่องแต่อย่างใด และที่ผ่านมาก็ไม่เคยหลบหนีไปไหน ทั้งนี้ตำรวจได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุทัยธานี ดำเนินคดีต่อไป
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อปีพ.ศ.2546 นายไพศาล ศรมณี รับมอบอำนาจจากผู้ว่าฯอุบลราชธานี ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีนายวิชิตกับพวก หลอกลวงแรงงานกว่า 200 ราย ที่ต้องการเดินทางไปทำงานยังประเทศมาเลเซีย โดยคิดค่าใช้จ่ายจากผู้เสียหายรายละ 1.7 หมื่นบาท รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท และมีพฤติการณ์หลอกลวงแรงงานในอีกหลายพื้นที่
ก่อนหน้านี้นายวิชิตเคยถูกตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี (บก.ปดส.) จับกุม เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา ตามหมายจับกรณีที่มีผู้เสียหายร้องเรียนว่าถูกบริษัท วี เอ จำกัด อาคารพหลโยธินเพลส ชั้น 9 ซ.พหลโยธิน 8 เขตพญาไท หลอกไปทำงานประเทศออสเตรเลีย และฝรั่งเศส โดยมี น.ส.ศุภนันท์ รักษาศิริ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น น.ส.ชญาดา อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 288/6 หมู่ 8 ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เป็นนายหน้า ส่วนนายวิชิต เป็นกรรมการบริษัทอันดับที่ 2 โดยรับประกันว่ามีงานทำแน่นอน มีผู้หลงเชื่อจ่ายค่าหน้านาย จำนวน 1.5-2 แสนบาท 7-8 ราย จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้หลบหนีไป
จาก : นสพ คมชัดลึก