รวมพล "นักเรียนหัวแถว" เปิดเคล็ดลับเรียนอย่างไรให้เก่ง !!
รวมพล "นักเรียนหัวแถว" เปิดเคล็ดลับเรียนอย่างไรให้เก่ง !! | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ
เรียนอย่างไรให้เก่ง เรียนอย่างไรให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยคณะในฝันได้ คำถามเหล่านี้เป็นคำถามสุดคลาสสิกที่มีมาทุกยุคทุกสมัย ลองฟังจากปากคำของ "สุดยอดนักเรียน" ที่มาเปิดเคล็ดลับความสำเร็จ ว่าพวกเขาเหล่านี้ทำอย่างไรถึงสามารถทำคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ในลำดับต้นๆ ของประเทศ และเก่งกาจเข้าขั้นสามารถเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ และทำอย่างไรถึงสามารถไต่ระดับเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาชั้นนำในต่างประเทศ
เมื่อเร็วๆ นี้โครงการ "เก่งภาษากับเอไอเอส" ซึ่งจัดขึ้นที่เอ็นคอนเซ็ปต์ อี แอคเคเดมี่ อาคารวรรณสรณ์ ระดม "สุดยอดนักเรียนหัวแถว" มาเปิดเคล็ดลับความสำเร็จที่ว่า
เริ่มต้นที่ "นุกนิก" ธันชนก ธีรรัตน์กุล ผู้มีคะแนนแอดมิสชั่นสูงสุด ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยถึงจุดเริ่มต้นของความสำเร็จว่า ช่วงแรกยังไม่แน่ใจว่าตนเองอยากเป็นอะไร จนได้ไปอ่านหนังสือเรื่อง "อัจฉริยะสร้างได้" ของพี่หนูดี จึงสนใจเรื่องการทำงานของสมอง รวมทั้งได้คำแนะนำจากครูที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ให้ทำข้อสอบวัดความถนัดเพื่อค้นหาเป้าหมายของตนเอง จึงเลือกคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เป็นอันดับหนึ่ง การทำคะแนนได้ดีเกิดจากการตั้งใจเรียนในห้องอย่างเต็มที่ กลับไปทบทวนบทเรียนอย่างสม่ำเสมอและฝึกทำข้อสอบปีเก่าๆ ให้มาก โดยไม่ลืมแบ่งเวลาทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อคลายความเครียด อาจจะมีบางครั้งที่รู้สึกท้อ แต่ก็ได้เพื่อนและคนรอบข้างที่คอยให้กำลังใจ อย่างไรก็ตามตอนนี้ "นุกนิก" กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจในการศึกษา ต่อเนื่องจากได้รับทุนการศึกษาจากสำนักงานกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ให้ไปศึกษาต่อด้านวิศวกรรม ศาสตร์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะเธอถนัดวิชาฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์มากกว่าด้านชีววิทยา และต้องการเลือกสิ่งที่ตนเองสนใจและถนัด มากกว่าเลือกตามกระแส
ด้าน "ป๊อปแป๊บ" พันธ์ปรพัทธ์ สุรพงศ์ นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 ศิริราชพยาบาล ผู้ทำคะแนนสูงสุดในวิชาภาษาอังกฤษ ในปี 2548 เล่าให้ฟังถึงวินาทีที่ต้องตัดสินใจเรื่องการเรียนว่า จริงๆ แล้วอยากเรียนอยู่ 2 คณะ คือ นิเทศศาสตร์กับแพทยศาสตร์ แต่จากการได้คุยกับครูแนะแนวก็ได้กลับมาทบทวนอีกครั้ง ซึ่งก็พบว่าเรามีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่าควรไปทางไหน และการสอบติดคณะแพทย์ก็เป็นตัวชี้วัดได้ดีว่าเราไปได้ถึงระดับไหน และเผยเคล็ดลับที่เรียนเก่งแทบทุกวิชาว่า การเรียนในห้องจะช่วยทุ่นเวลาอ่านหนังสือลงมาก ข้อความตรงไหนสำคัญก็อาจจะไฮไลต์ให้เป็นจุดเด่น เมื่อกลับมาอ่านจะเข้าใจได้ง่าย และโรงเรียนสอนพิเศษก็จะเป็นตัวช่วยทบทวนและมีเคล็ดลับในการจำให้กับเรา ช่วงก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยจึงเรียนพิเศษทุกวัน ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น หลังจากนั้นก็จะเป็นกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียน
"สน" ธนพงศ์ จารุศิริพิพัฒน์ เหรียญทองประเภททีมและเหรียญทองแดง ประเภทเดี่ยว ในการแข่งขันโอลิมปิกคณิตศาสตร์ ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMO) ครั้งที่ 3 ที่ประเทศมาเลเซีย ปี 2548 เผยเคล็ดลับการเรียนที่เหมาะสำหรับวัยรุ่นยุคนี้ว่า ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรมากมาย เพราะไม่มีการตีกรอบให้ตนเอง ปล่อยให้ทุกเรื่องเป็นแบบสบายๆ อย่าเครียด แค่รู้ว่าอยากทำอะไร สนใจอะไร ก็พยายามทำให้สำเร็จ แหล่งข้อมูลที่สำคัญได้มาจากอินเทอร์เน็ต ส่วนหนึ่งที่สำเร็จได้คือได้รับแรงผลักดันของรุ่นพี่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ ที่คอยนำข้อสอบเก่าๆ มาให้ทำ หากท้อขึ้นมาก็ให้คิดว่าเราทำเพื่อใคร ไม่ได้ทำเพื่อตนเองแต่ทำเพื่อคนที่เรารักและคนหวังดีกับเรา เท่านี้ก็เป็นกำลังใจที่ดีมากๆ
หน้า 31
โดย : matichon.co.th
|
ลงวันที่
22/05/2008 14:52:48
จำนวนผู้ชม
3260 ครั้ง
|
|
ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน
|
|