SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]




 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


ศรีปทุมแจงบัณฑิตกว่า 70 %เงินเดือนเฉลี่ยเกินหมื่นได้งานทำก่อน 6 เดือน

ศรีปทุมแจงบัณฑิตกว่า 70 %เงินเดือนเฉลี่ยเกินหมื่นได้งานทำก่อน 6 เดือน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : ตลาดแรงงาน , ข้อมูลเกี่ยวกับ ตลาดแรงงาน


บัณฑิตศรีปทุมเป็นที่ไว้วางใจของตลาดแรงงาน หลังจบการศึกษาได้งานกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ภายในระยะเวลา 3-6 เดือน มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 10,000-15,000 บาท สะท้อนถึงคุณภาพของหลักสูตร การเตรียมความพร้อมและผลิตเด็กได้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน
       
       ผอ.อุดม ไพรเกษตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานกิจการสัมพันธ์ กล่าวว่า “จากการสำรวจข้อมูลของทางมหาวิทยาลัยปรากฎว่าบัณฑิตของมหาวิทยาลัยได้งานกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ภายในระยะเวลา 3-6 เดือน โดยที่นักศึกษาส่วนใหญ่มีรายได้ประมาณ 10,000 – 15,000 58 เปอร์เซ็นต์ จะมีรายได้ 10,000 บาท ขึ้นไป โดยที่นักศึกษาส่วนใหญ่จะทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล คณะบัญชีเป็นคณะที่นักศึกษาหางานได้เร็วที่สุดถึง 85 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาจะเป็นคณะนิติศาสตร์ และคณะศิลปศาสตร์ ประมาณ 73 เปอร์เซ็นต์ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ประมาณ 71 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคณะบริหารธุรกิจ และคณะสารสนเทศอยู่ที่ประมาณ 68 เปอร์เซ็นต์ สำหรับรายได้ที่เป็นเงินเดือนนักศึกษาคณะนิติศาสตร์บางคนมีรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ย 15,000 บาท ประมาณ 24 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะคล้ายคลึงกันกับนักศึกษาในคณะอื่นๆ
       
       ทั้งนี้เนื่องด้วยเพราะมหาวิทยาลัยมีกิจกรรมที่ให้กับนักศึกษาในการที่จะพัฒนาตนเองค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาตนเองและมีผลการเรียนดีจะมีโอกาสที่ได้งานทำที่ค่อนข้างดีและได้เงินเดือนที่สูงกว่ามาตรฐาน
       
       ยกตัวอย่างเช่นนักศึกษานิเทศศาสตร์มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาท ถึง 4 เปอร์เซ็นต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ก็จะมีรายได้สูงกว่า 30,000 บาท ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้ก็จะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ถ้าดูเป็นบางคณะแล้วจะเห็นว่าเด็กสถาปัตยกรรมศาสตร์ของศรีปทุมที่จบออกมาประมาณ 77 เปอร์เซ็นต์ และเด็กเศรษฐศาสตร์ ประมาณ 44 เปอร์เซ็นต์ จะมีรายได้ตั้งแต่ 12,000 บาท ขึ้นไป สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานมีการยอมรับนักศึกษาของศรีปทุมค่อนข้างมาก ไว้วางใจจ้างบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยศรีปทุมเข้าไปทำงาน
       
       สำหรับปัจจัยที่ทำให้ตลาดแรงงานไว้วางใจบัณฑิตศรีปทุม ผอ.อุดม กล่าวว่า
“จริงๆ แล้วเป็นเพราะว่าเรื่องของผลการเรียนเป็นองค์ประกอบนึง แต่ต้องกลับมาดูที่หลักสูตรของมหาวิทยาลัยศรีปทุม นอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียนที่อาจารย์สอนตามตำรา มหาวิทยาลัยยังส่งเสริมให้อาจารย์ทำวิจัย
       
       ซึ่งอาจารย์จะนำกรณีศึกษาที่ทำงานวิจัยมาให้นักศึกษาได้เรียนรู้ ในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยก็มีกิจกรรมที่เสริมวิชาการและเสริมหลักสูตรเข้ามาอยู่ในรายวิชาต่างๆ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก เพราะสิ่งที่สำคัญสำหรับมหาวิทยาลัยศรีปทุมคือเราผลิตบัณฑิตเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน 4 ปีที่เด็กจบจากมหาวิทยาลัยศรีปทุมไปต้องพร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน"
       

       นอกเหนือจากนี้เราก็ยังมีการฝึกงานในบางสาขา และโครงการสหกิจศึกษาที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีโอกาสได้ไปทำงานในสถานประกอบการก่อนที่จะเรียนจบหมายถึงว่ามีโอกาสเรียนรู้การทำงานค่อนข้างมาก เมื่อเด็กจบการศึกษาแล้วส่วนใหญ่สถานประกอบการก็จะขอรับนักศึกษาไปทำงานเลย หรือแม้ว่านักศึกษาอาจจะไม่ได้ทำงานในสถานประกอบการนั้นๆ แต่การผ่านงานสหกิจเวลาไปสมัครงานที่อื่นๆ สถานประกอบการก็มักค่อนข้างจะรับเพราะถือว่าเด็กที่ผ่านสหกิจแล้วเป็นเด็กที่เคยทำงานมาแล้ว และเรา ยังมีรายวิชที่เรียกว่าบัณฑิตในอุดมคติ ซึ่งรายวิชานี้จะแบ่งเนื้อหาสาระให้เรียนตั้งแต่ปี 1 ถึง ปี 3 นักศึกษา ก็จะมีการเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานตั้งแต่ปี 1 โดยที่คำว่ารายวิชาบัณฑิตในอุดมคติใน แต่ละชั้นปีเนื้อหาสาระที่จะเรียนไม่เหมือนกัน อย่าง ปี 3 จะต้องเรียนรู้ว่าตลาดแรงงานวิชาชีพที่เค้ากำลังจะ จบในตลาดแรงงานต้องการคนแบบไหน
       ซึ่งมหาวิทยาลัยก็จะเชิญผู้ทรงคุณวุฒิผู้ประกอบการที่อยู่ในตลาดแรงงานมาบรรยาย มาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง ในรายวิชานี้ก็ทำให้นักศึกษามองเห็นสิ่งที่เค้าจะต้องไปเผชิญเมื่อจบการศึกษาตั้งแต่ปี 3 ในขณะเดียวกันศรีปทุมเองก็จะพยายามที่จะปรับปรุงหลักสูตรตลอดเวลา ในบางรายวิชาแม้ว่าชื่อวิชาจะเหมือนเดิม แต่มหาวิทยาลัยก็นำเอาความรู้ใหม่ๆ เข้ามาสอดแทรก
       
       อย่างเช่นการที่มหาวิทยาลัยเชิญบริษัท Tarad.com หรือ Weloveshopping เข้ามาร่วมกับคณะบริหารธุรกิจมาสอนนักศึกษาในคณะบริหารธุรกิจเพื่อเรียนรู้เรื่องอีคอมเมิร์ซ เรียนรู้เรื่องของการทำงาน นอกเหนือจากตรงนี้นักศึกษาศรีปทุมทุกคนจะต้องมีพื้นฐานความรู้ทางด้าน ICT ที่จะจบออกไปแล้วใช้ ICT ไม่ใช่เฉพาะพื้นฐานพวก Word Excel ได้ แต่สามารถนำความรู้ที่เรียนด้าน ICT ไปประยุกต์ในการทำงาน”
       
       สำหรับในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจเรื่องการเตรียมความพร้อมของนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ก่อนที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน
       
       ผอ.อุดม กล่าวเสริมว่า “มี 2 เรื่อง ที่จำเป็นสำหรับนักศึกษาปัจจุบันที่ยังไม่ได้จบการศึกษาและกำลังเรียนอยู่ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่มีปัญหาแบบนี้คงมีระยะยาวไปอีกซัก 2-3 ปี เพราะตลาดการจ้างงานจะหดตัว การจ้างงานยังมีอยู่แต่ว่าจะหดตัวคำว่าหดตัวหมายถึงกลายเป็นโอกาสของผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างก็จะจ้างคนที่ดีที่สุดคำว่าดีที่สุดในปัจจุบันหมายถึงต้องมีความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษ และ ICT นอกเหนือจากนั้นนักศึกษาจะต้องมีความรู้ในวิชาชีพที่ตัวเองจะไปทำอย่างเข้าใจลึกซึ้ง ซึ่งต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่เตรียมตัวเมื่อจบ”
       
       นอกจากมหาวิทยาลัยจะพยายามพัฒนาหลักสูตร หรือมีโครงการต่างๆ สำหรับเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาก่อนเข้าสู่ตลาดแรงานแล้ว ยังขึ้นกับตัวนักศึกษาที่จะเตรียมความพร้อมของตัวเองตั้งแต่เริ่มก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในการเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ เพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานโดยเฉพาะในช่วงภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจชลอตัวไปอีก 2-3 ปี
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์



ลงวันที่ 28/04/2009 09:40:08
จำนวนผู้ชม 2184
ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ