วิถีสู่การเป็นองค์กรแห่งสุดยอดนวัตกรรม

วิถีสู่การเป็นองค์กรแห่งสุดยอดนวัตกรรม | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM


คราวที่แล้วได้สาธยายถึงเหตุผลที่ทำให้หลายองค์กรไม่ประสบผลสำเร็จในการเป็นองค์กรแห่งสุดยอดนวัตกรรมทั้งๆ ที่อาจจะมีไอเดียเริดหรูอยู่มากมาย ทั้งนี้เพราะว่ากว่าจะทำให้ไอเดียที่อยู่ในหัวสมองหรือแผ่นกระดาษกลายเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สร้างผลกำไรเป็นเม็ดเงินมหาศาลให้กับองค์กรได้นั้น มันต้องผ่านกระบวนการอยู่หลายขั้นตอนทีเดียว ซึ่งปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้องค์กรไปไม่ถึงฝั่งฝันนั้นมีอยู่ถึง 8 ประการตามที่ The Boston Consulting Group (BCG) ได้ทำการสำรวจประสบการณ์และความเห็นของผู้บริหารระดับสูงจาก 63 ประเทศท...

- ความล่าช้าในการพัฒนาความคิดให้กลายเป็นรูปธรรม

- ขาดการประสานงานที่ดี

- การมีวัฒนธรรมองค์กรที่หลีกเลี่ยงความเสี่ยง

- มีความเข้าใจและรู้จักลูกค้าไม่เพียงพอ

ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ก็จะขอดำเนินเรื่องถึงปัญหาลำดับต่อไปเลยนะคะ

ปัญหาลำดับที่ 5 : มีระบบการเลือกไอเดียที่ไม่ดีหรือไม่มีประสิทธิภาพ

การที่กระตุ้นจูงใจให้พนักงานมีไอเดียมากมายนั้นเป็นสิ่งที่องค์กรพึงกระทำ อย่างไรก็ตามการที่จะเลือกไอเดียใดไอเดียหนึ่งมาสานต่อให้เป็นโครงการที่ต้องลงทุนกันอย่างจริงจังนั้น ต้องอาศัยผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูง มองเห็นกระบวนการทั้งหมดว่ามีความเป็นไปได้ทางด้านการเงิน การตลาด การผลิต การหาวัตถุดิบ ฯลฯ คนที่ขาดประสบการณ์จะมองภาพไม่ออก ไม่รู้แจ้งแทงตลอด ดังนั้นการจะเลือกไอเดียอะไรขึ้นมาสร้างเป็นนวัตกรรมต้องอาศัยผู้บริหารและทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ

ปัญหาลำดับที่ 6 : มีเครื่องมือในการวัดผลและการประเมินไม่เพียงพอหรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

การลงทุนสร้างนวัตกรรมใดๆ ก็ตามต้องมีการวัดผลว่านวัตกรรมนั้นๆ บรรลุเป้าประสงค์ดังต่อไปนี้ดังที่คาดไว้หรือไม่

- การเติบโตของรายได้องค์กรโดยรวมอันเนื่องมาจากยอดขายของนวัตกรรม

- อัตราส่วนหรือร้อยละของยอดขายนวัตกรรมต่อยอดขายรวมขององค์กร

- ความพึงพอใจของลูกค้าต่อนวัตกรรม

- ROI ที่ได้จากนวัตกรรม

- จำนวนของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ถือว่าเป็นนวัตกรรมขององค์กรที่สร้างขึ้นในแต่ละปี

- อัตราความสำเร็จของผลิตภัณฑ์หรือบริการเมื่อเทียบกับจำนวนนวัตกรรมทั้งหมดที่สร้างขึ้น

- สามารถตั้งราคาของสินค้าหรือบริการที่เป็นนวัตกรรมได้สูงขึ้นกว่าสินค้าหรือบริการธรรมดาแค่ไหน (ยกตัวอย่างเช่น เปรียบเทียบราคาเสื้อผ้าธรรมดากับเสื้อนาโน เป็นต้น)

ปัญหาลำดับที่ 7 : ขาดแคลนไอเดีย

ปัญหานี้เป็นปัญหาคลาสสิก กล่าวคือ บางองค์กรอย่าว่าแต่จะเลือกไอเดียไหนไปปฏิบัติดีเลย แค่จะหาไอเดียยังไม่มีซะแล้ว! สำหรับทางแก้ไขนั้นต้องอ่านต่อไปเมื่อพูดถึงกลยุทธ์ของการก้าวไปสู่องค์กรแห่งสุดยอดนวัตกรรม

ปัญหาลำดับที่ 8 : ล้มเหลวในเรื่องการตลาดหรือการสื่อสาร

เรื่องนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ บางทีพนักงานมีไอเดียดีๆ แต่ว่าไม่สามารถสื่อสารหรืออธิบายให้ผู้บริหารสนใจได้ หรือว่าบางทีผู้บริหารสนใจแต่ไม่สามารถนำเสนอให้ลูกค้าสนใจได้ จึงเป็นปัญหาด้านการสื่อสารและการตลาดใน 2 ระดับ คือ ระดับภายในองค์กร และนอกองค์กร

กลยุทธ์การเป็นองค์กรแห่งสุดยอดนวัตกรรมจากองค์กรชั้นนำ

จากการรวบรวมข้อมูลจาก Business Week และ BCG พบว่า บริษัททั้งหลายที่ติดอันดับ The World''s 25 Most Innovative Companies มีแนวทางปฏิบัติดังนี้

1. พัฒนาส่งเสริมหน่วยงานด้านวิจัยและพัฒนา (Research & Development หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า R&D) นอกจากนี้ยังต้องใช้นโยบายเปิดประตูสู่โลกกว้าง สนับสนุนให้นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ได้มีโอกาสคลุกคลีตีโมงสร้างสัมพันธภาพกับนักวิจัยนอกองค์กรจะได้มีองค์ความรู้ที่กว้างขวางมากขึ้น และพวกเขาก็ควรที่จะพบปะพูดคุยกับบรรดาผู้ส่งวัตถุดิบ (Suppliers) และลูกค้าด้วย ไม่ใช่พูดคุยแต่กับนักวิจัยด้วยกัน การพูดคุยกับ Suppliers และลูกค้าทำให้เขาได้รับทราบความต้องการ ปัญหา และข้อแนะนำของบุคคลเหล่านี้อันจะเป็นประโยชน์ทำให้เขาสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ถูกใจลูกค้าและคำนึงถึงแหล่งของวัตถุดิบและทรัพยากรที่เหมาะสม แทนที่จะคิดในสิ่งที่ตนเองเห็นว่าแจ๋ว แต่ลูกค้าเห็นว่าไม่เข้าท่า ซึ่งเกิดขึ้นได้บ่อยมาก

ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า ผู้บริหารไม่ควรจำกัดความคิดว่านวัตกรรมจะมาจากหน่วย R&D เท่านั้น พนักงานทุกแผนกและทุกระดับสามารถสร้างนวัตกรรมได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคนทำความสะอาดที่หาวิธีทำความสะอาดแบบใหม่ที่รวดเร็วกว่าและประหยัดกว่าก็ได้ มิฉะนั้นทุกคนจะคิดว่าเรื่องของนวัตกรรมและการวิจัยเป็นเรื่องของแผนก R&D เท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เลย

2. ผู้บริหารต้องทำตัวเป็นผู้นำในการสร้างนวัตกรรม (Innovators-in-Chief) ด้วย

กว่า 50% ของผู้บริหารที่ได้รับการสำรวจความคิดเห็นกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ตัว CEO นั้นมีความรับผิดชอบโดยตรงที่จะผลักดันให้เกิดนวัตกรรม ยกตัวอย่าง บิล เกตส์ นั่นไง ที่เป็นเจ้าพ่อด้านนวัตกรรมขนานแท้ที่สร้าง Microsoft ให้ยิ่งใหญ่ แม้จนปัจจุบันจะเป็น CEO อภิมหารวยก็ยังสนใจคิดนวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกับลูกน้องอยู่เลย ส่วนของไทยเรานั้นก็เห็นธนาคารหลายแห่งปรับปรุงรูปแบบการบริการให้ลูกค้าสะดวกสบายประทับใจยิ่งขึ้น เช่น ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นต้น ถือว่าผู้บริหารของธนาคารเหล่านี้ให้ความสนใจสร้างนวัตกรรมด้านการบริการมากขึ้น

3. การนำและจูงใจให้พนักงานสร้างนวัตกรรมก็เป็นเรื่องสำคัญ หลายองค์กรจะมีระบบการให้ผลตอบแทนหรือรางวัลแก่พนักงานที่สร้างนวัตกรรมได้ ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติที่ดี แต่นั่นไม่เพียงพอ องค์กรไม่ควรวัดเฉพาะ "ผล" ที่ออกมา และใช้รางวัลหรือเงินเดือนเป็นตัวกระตุ้นจูงใจให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์ เรื่องของนวัตกรรมมีความละเอียดอ่อนซับซ้อนกว่านั้น ผู้บริหารพึงให้ความสนใจตรวจสอบทัศนคติโดยทั่วไปของผู้จัดการ หัวหน้างาน และพนักงานว่า เป็นคนที่ชอบริเริ่ม ชอบการเปลี่ยนแปลง หรือต่อต้านการเปลี่ยนแปลง การที่มีข้อมูลเกี่ยวกับค่านิยมและพฤติกรรมของพนักงานจะทำให้ประเมินสถานการณ์ได้ว่าบุคลากรในองค์กรมีพื้นฐานที่จะเป็นคนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เพียงใด จะได้มีการอบรม ปฐมนิเทศ สร้างระบบบริหารและสภาพแวดล้อมขององค์กรที่เอื้ออำนวยและจูงใจให้พนักงานมีความสนใจ ใฝ่เรียนรู้ สรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น แทนที่จะใช้แต่รางวัลเป็นเครื่องล่อ

4. มีระบบวัดผลและประเมินคุณค่าของนวัตกรรมที่สร้างขึ้นว่ามีผลกระทบต่อ ROI ขององค์กรมากน้อยเพียงใด พึงจดจำไว้ว่าการสร้างนวัตกรรมสำหรับองค์กรนั้นไม่ใช่เป็นเพียงสร้างสิ่งใหม่ๆ เท่านั้น แต่มันต้องทำเงินด้วย และถ้ามันไม่ทำเงินได้เท่าที่ควร ระบบวัดผลจะต้องบอกให้ทราบว่ามีข้อผิดพลาดในขั้นตอนใด เช่น ใช้ระยะเวลาในการผลิตนานไป ทำการตลาดไม่ดี หรือต้นทุนวัตถุดิบสูงไป เป็นต้น

5. ต้องมีการประสานงานและร่วมมือกันของทุกฝ่าย เรื่องนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่สุด สำหรับท่านที่ได้อ่านบทความเรื่องนี้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจะเข้าใจว่า การผลักดันให้นวัตกรรมออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จและทำรายได้ให้องค์กรต้องมีขั้นตอนการทำงานมากมาย ซึ่งอาจหมายถึงการต้องสร้างนวัตกรรมย่อยๆ อีก เช่น วางแผนเจาะตลาดแบบใหม่ สร้างสัมพันธ์กับผู้ส่งวัตถุดิบเพื่อหาข้อตกลงที่วิเศษสุด เป็นต้น

6. ต้องพยายามเจาะใจลูกค้าแบบทะลุทะลวงเพื่อเก็บข้อมูล โดยไม่ต้องรอให้ฝ่ายการตลาดเป็นคนสำรวจความต้องการของลูกค้า พนักงานทุกคนทุกระดับพึงใส่ใจหาข้อมูลและแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าให้กันและกัน เพราะทุกอย่างที่พนักงานทำนั้นล้วนแต่เพื่อทำให้องค์กร สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าทั้งนั้น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม บริษัท BMW นั้นมีนโยบายให้วิศวกร นักออกแบบ และผู้จัดการทั้งหลายทำงานเป็นทีมเพื่อปรึกษาหารือ แบ่งปันข้อมูลกันแบบจับเข่าคุยกัน เพื่อเป็นการศึกษาปัญหารอบด้านที่แต่ละฝ่ายมองเห็นจะได้หาทางป้องกันแก้ไข ลดปัญหาความขัดแย้งในการดำเนินงาน และเพิ่มความเร็วในการพัฒนานวัตกรรมด้วย วิธีการแบบนี้บริษัทรถยนต์ Ford และบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นก็นำมาใช้เพื่อเร่งสปีดในการพัฒนารถยนต์รูปแบบใหม่ๆ

เชื่อว่าประเด็นปัญหาทั้งหลายที่นำมาเสนอรวมทั้งกลยุทธ์และเกร็ดความคิดจากบริษัทต่างๆ ที่เป็นเจ้าของนวัตกรรมคงจะช่วยจุดประกายให้องค์กรบ้านเราพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และพัฒนาระบบงานให้มีความครบวงจรเพื่อที่จะได้ส่งนวัตกรรมของเราไปตีตลาดโลกกับเขาได้ ไม่แพ้เพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน อย่างเกาหลีใต้ที่เขาเลยหน้าเราไปไกลแล้ว ทั้งๆ ที่มีจุดเริ่มต้นช้ากว่าเราเสียอีก!

 

ที่มา : www.jobjob.co.th





จำนวนผู้ชม 5110 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์