SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]





 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


บางมุมมองบางเรื่องของ TQM

บางมุมมองบางเรื่องของ TQM | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ บางมุมมองบางเรื่องของ TQM, บทความ บางมุมมองบางเรื่องของ TQM, ตัวอย่าง



บางมุมมองบางเรื่องของ TQM

ประสิทธิ์ ตันสุวรรณ

เน้นการปฏิบัติ
................... ผู้รู้หลายท่านกล่าวไว้ว่า TQM มีลักษณะหลายอย่างที่คล้ายกับการเล่นกอล์ฟ การเล่นกอล์ฟ สะท้อนให้เห็นกฎของความเบี่ยงเบน ใช่ว่าลูกกอล์ฟทุกลูกจะตกไปยังตำแหน่งเดียวกันเสมอ ไป TQM เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความเบี่ยงเบนเช่นเดียวกัน หากจะตีกอล์ฟให้ได้แม่นยำ เราจำเป็นต้องฝึกปฏิบัติอย่างจริง จังและสม่ำเสมอ การอ่านหนังสือวิธีการเล่นกอล์ฟแต่เพียงอย่างเดียวจะไม่มีประโยชน์อย่างใด เลยถ้าเราไม่นำ สิ่งที่ได้เรียนรู้มาปฏิบัติ แม้แต่ครูฝึกกอล์ฟก็ไม่สามารถช่วยเรา ในเรื่องของ TQM การปฏิบัติถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่สุด หากไม่ปฏิบัติจะไม่มีความก้าวหน้าเกิดขึ้นเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องปรกติ ในการเล่นกอล์ฟ เราถูกสอนให้สวิง ไม้ตีลูกในท่าที่สบาย โดยการจับไม้กอล์ฟไม่เกร็งแน่น อย่างไรก็ตาม การเรียนและการปฏิบัติเป็นคนละเรื่องกัน หลังจากที่ได้กำหนดไว้ว่าจะตีลูกไปยังตำแหน่งใด เราเริ่มยืนและพร้อมที่จะตีลูกกอล์ฟไปยังตำแหน่งนั้น แต่เมื่อ เรา upswing สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอคือเราจับไม้กอล์ฟเสียแน่น ไม่เหมือนอย่างที่เรียนมาแล้วเราก็ upswing และ downswing อย่างรีบร้อนแทนที่จะช้าและค่อยเป็นค่อยไป เราเงยหน้าขึ้นมองดูเป้าหมายก่อน ที่ลูกกอล์ฟจะขยับเสียอีก โดยลืมไปว่าต้องจับตามองดูลูกกอล์ฟอยู่ตลอดเวลา เราทำทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ได้เรียนมาโดยสิ้นเชิง เราทำทุกสิ่งทุกอย่างตามวิถีทางเดิมๆ

เน้นกระบวนการ
................... เรามุ่งให้ความสำคัญกับผลที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก จนลืมนึกถึงวิธีการที่ถูกต้อง เหมาะสม ก่อนเริ่มเล่น เราตระหนักดีว่าวิธีการที่ถูกต้องในการตีเป็นอย่างไร แต่เมื่อเอาเข้าจริง เรากลับลืมทุกสิ่งทุกอย่างหรือไม่ก็เกือบทั้งหมด สิ่งที่น่าสนใจคือว่า ถึงแม้เราจะไม่ทำตามวิธีการ ที่ถูกต้อง แต่บางครั้งเราก็ตีลูกได้ดีและตกไปยังตำแหน่งที่เราต้องการ สิ่งนี้ทำให้เรารู้สึกดีและ ทำให้ใส่ใจวิธีการที่ถูกต้องน้อยลง ปัญหาที่เกิดขึ้นคือถึงแม้ว่าผลที่ได้จะออกมาดีแต่เราไม่รู้ว่า สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร เช่นเดียวกับการเล่นกอล์ฟ ในการบริหารแบบ TQM เราจำเป็นต้องมุ่งให้ ความสำคัญกับวิธีการปฏิบัติ (หรือกระบวนการ) นอกเหนือไปจากผลที่ได้รับด้วย และยิ่งปฏิบัติ มากขึ้นเท่าไร ก็จะได้บทเรียนจากข้อผิดพลาดมากขึ้นเท่านั้น องค์การที่ต้องการบริหารแบบ TQM พบว่าการปฏิบัติดังกล่าวยุ่งยาก ไม่ชอบที่จะต้องใช้เวลาเรียนรู้ข้อผิดพลาด แต่ต้องการให้เห็นผล ทันตา นี่คือปัญหา

ต้องยอมเหนื่อย
................... สิ่งที่ได้เรียนรู้อีกประการหนึ่งจากการบริหารแบบ TQM คือ พนักงานทุกระดับ โดย เฉพาะระดับล่างจำเป็นต้องรู้จักทำงานให้เป็นมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะเป็นเช่นนั้นได้ ประการแรก ผู้บังคับบัญชาจะต้องมอบอำนาจการตัดสินใจและการแก้ปัญหา ตลอดจนทำการฝึกฝนผู้ใต้บังคับ บัญชา ซึ่งจากเดิมที่เคยทำตามคำสั่งอย่างเดียวให้มีความรู้ความสามารถที่จะแก้ปัญหาและตัดสิน ใจได้ ประการที่สอง ผู้อยู่ในฐานะที่จะต้องตัดสินใจและแก้ปัญหานั้นจะต้องเปลี่ยนวิธีการจากเดิม ซึ่งเคยทำแบบลวกๆ ให้เป็นการคิดในเชิงวิทยาศาสตร์และเป็นระบบมากขึ้น นอกจากนั้น พนักงาน ต้องทำงานหนักกว่าเดิม แนวคิดนี้แตกต่างจากแนวคิดทางตะวันตกที่ว่าเราควรทำงานให้เป็นแต่ไม่ ต้องหนัก (work smart not hard) แต่ใน TQM เราต้องทำงานเป็นและหนักไปด้วยพร้อมกัน การทำ- งานให้เป็นไม่เพียงแต่เป็นผลดีต่อองค์การเท่านั้น แต่ยังเป็นผลดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ทุก วันนี้ หลายคนหันมาตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น การทำงานเป็นหมายถึงการใช้ ทรัพยากรเพื่อผลิตสินค้าและบริการอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพซึ่งเท่ากับเป็นการลดผล กระทบที่จะมีต่อสิ่งแวดล้อมไปด้วย ส่วนการทำงานหนักก็เป็นผลดีเช่นกันหากไม่ทำให้คุณค่าทาง สังคมและชีวิตครอบครัวเสียไป

เน้นการใส่ใจพนักงาน
................... TQM ช่วยให้เราใส่ใจในเรื่องคน ในฐานะผู้บริหารองค์การ การใส่ใจข้อแรก คือการ ใส่ใจต่อผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของกิจการ ข้อสองคือการใส่ใจต่อลูกค้า เนื่องจากเราต้องการอยู่รอดและเพื่อ ความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาว เราจำเป็นต้องใส่ใจและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า เพื่อให้มี ลูกค้าซื้อสินค้าและบริการของเรามากยิ่งขึ้น ข้อสาม เราต้องเอาใจใส่ต่อผู้ขายของให้เรา (supplier) เพื่อเราจะได้วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการผลิตสินค้าและบริการ ที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ข้อสี่ เราต้องใส่ใจต่อพนักงาน เนื่องจากพนักงาน เป็นผู้ที่รับผิดชอบกระบวนการผลิต และเป็นผู้ที่เผชิญหน้ากับลูกค้าและผู้จัดส่ง หากพนักงานไม่มี คุณภาพ การจะสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและผู้จัดส่งจะไม่ประสบความสำเร็จ และกระบวน การผลิตก็จะทำให้สินค้าและบริการไม่มีคุณภาพเช่นกัน ส่งผลให้ยอดขายตกต่ำ กำไรตก และทำ ให้ผู้ถือหุ้นไม่พอใจในที่สุดดังนั้น การบริหารทรัพยากรบุคคลจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ การบริหารแบบ TQM ประสบผลสำเร็จ "การใส่ใจ" เป็นภาวะของจิตใจ ถ้าผู้บริหารมีภาวะดัง กล่าว เชื่อได้เลยว่าอุปสรรคพื้นฐานในการบริหารแบบ TQM ให้มีประสิทธิผลก็จะเหลือน้อยเต็มที

................... โดยทั่วไปแล้ว ผู้บริหารในองค์การจะให้ความใส่ใจแก่ผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นหรือ เจ้าของมากกว่าลูกค้า ผู้จัดส่งหรือพนักงาน แม้ว่าผู้บริหารจะพร่ำพูดว่าลูกค้าสำคัญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น จริง คือพวกเขาได้แต่พูดเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้ปฏิบัติจริงว่าจะทำให้ลูกค้าพึงพอใจได้อย่างไร แม้ผู้บริหารจะเข้าใจดีว่าพนักงานคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจ แต่ก็ไม่ได้ทุ่มเทเวลาและ ความพยายามที่จะใส่ใจต่อพนักงานอย่างจริงจัง ลูกค้าจะรู้สึกพึงพอใจโดยตลอดได้อย่างไร หาก พนักงานรู้สึกไม่พอใจ ไม่ได้รับการใส่ใจ หรือไม่ได้รับการจูงใจเท่าที่ควร

ต้องไม่กลัวหน้าแตก
................... เมื่อก่อน เมืองไทยเราใช้ยาจีนแผนโบราณในการรักษาโรคกันส่วนใหญ่ แม้กระทั่ง ปัจจุบัน ยาจีนก็ยังคงใช้รักษาได้ดี แต่ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือว่ายาจีนมักจะมีรสขม ยายิ่งขมมาก เท่าไร ก็จะดีขึ้นเท่านั้น TQM ก็มีรสขมเช่นเดียวกับยาจีน เราไม่คุ้นเคยกับมันและไม่ชอบมันเอาเสีย เลย ตัวอย่างเช่น ในการบริหารแบบ TQM นั้นจะต้องไม่กลัวหน้าแตก โดยยอมรับว่าตนมีปัญหา หรือเป็นสาเหตุของปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายๆ คนรับไม่ได้ เพราะวัฒนธรรมในบ้านเรา การรักษา หน้าเป็นสิ่งสำคัญ นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของยาขมใน TQM เท่านั้น

................... ที่กล่าวมาข้างต้นยังไม่ได้บอกว่า TQM คืออะไร จึงใคร่ขอยกข้อความจากหนังสือ Quality Wars ซึ่งเขียนโดย Mr.Jeremy Main ซึ่งให้ความหมายเกี่ยวกับ TQM ได้อย่างดีเยี่ยมว่า

................... "... วิธีการที่จะให้ได้มาซึ่งคุณภาพแบบใหม่ (ซึ่งเขาหมายถึง TQM - ผู้เขียน) ค่อนข้าง ง่ายและเป็นเรื่องของสามัญสำนึก แต่การที่จะใช้ให้ได้ผลสำเร็จนั้นเป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง เนื่องจาก เราต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานเสียใหม่ คุณภาพนี้ต้องใช้ความเพียรพยายามและความกระตือรือร้น อย่างจริงจัง มุ่งที่จะปรับปรุงงานทุกอย่างอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นยังต้องใช้ความอดทนอดกลั้น เพราะความพยายามที่ว่านี้ไม่มีที่สิ้นสุด และบางครั้งดูเหมือนว่ามีอุปสรรคครอบงำอยู่ตลอดเวลา TQM จะดำเนินไปได้ดีถ้าพนักงานมีแรงจูงใจและมีความรู้ความสามารถ (ด้วยการฝึกอบรม) ที่จะ ตรวจสอบทุกอย่างที่ทำว่าสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้หรือไม่ ผู้บริหารต้องเต็มใจที่จะ เปลี่ยนรูปแบบการบริหารแบบอเมริกันที่ถือว่าอำนาจอยู่ที่ผู้บริหารแต่เพียงผู้เดียว และกลับมา กระตุ้นให้พนักงานคิดและตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมในการบริหาร ผู้นำต้องเต็มใจและกระตือรือร้น ที่จะให้องค์การเปลี่ยนแปลง มุ่งสนใจเรื่องการผลิตและกระบวนการให้มากขึ้น ไม่ใช่สนใจเรื่อง การเงินแต่เพียงอย่างเดียว มุ่งที่ผลในระยะยาว ไม่ใช่ระยะสั้น นอกเหนือจากนั้น คุณภาพแบบ ใหม่นี้คือการทุ่มเทเพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการของลูกค้า..."

TQM ไม่เหมาะในอดีต
................... การนำการบริหารแบบ TQM มาใช้ในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้เป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากเรายังเป็นประเทศกำลังพัฒนา หากไม่นับสิงคโปร์ ใน ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเช่นสหรัฐอเมริกาหรือญี่ปุ่น ความอยู่รอดของบริษัทขึ้นอยู่กับความ สามารถที่จะนำเสนอสินค้าใหม่ๆ บริการใหม่ๆ ด้วยกระบวนการใหม่ๆ และวัสดุทดแทนใหม่ๆ ที่พวกเขาต้องคิดอ่านเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต สำหรับ เศรษฐกิจของบ้านเราไม่เป็นเช่นนั้น โดยทั่วไปแล้ว เราเก่งทางด้านการค้าไม่ใช่การผลิต สิ่งที่นัก ธุรกิจที่ชาญฉลาดหลายคนมักจะปฏิบัติคือมองหาสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่มีอยู่แล้วในตลาด ของประเทศพัฒนา สิ่งที่ต้องลงแรงคือการนำผลิตภัณฑ์ที่ว่านั้นเข้ามาจำหน่ายในประเทศหรือ ผลิตขึ้นเองภายในประเทศโดยใช้วิทยาการ (เทคโนโลยี) ที่มีอยู่แล้ว เหล่านี้คือสิ่งที่ได้ปฏิบัติกัน มาตั้งแต่ในอดีต และมีแนวโน้มว่าจะปฏิบัติต่อเนื่องกันไปในอนาคต นอกจากนี้ โอกาสในการ ทำธุรกิจใหม่ๆ ยังมีอยู่สูง ดังนั้น นักธุรกิจจึงให้ความสำคัญในการริเริ่มธุรกิจใหม่ๆมากกว่า ความพยายามที่จะผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพให้คงเส้นคงวา ด้วยต้นทุนต่ำสุด แม้กระนั้น ธุรกิจก็ยังคงอยู่ได้ เพราะการแข่งขันไม่รุนแรงเช่นประเทศพัฒนาแล้ว

................... ความจริงอีกประการหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามคือหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ยังคงมีการคอรัปชั่น เพื่อที่จะเติบโตและอยู่รอด นักธุรกิจหลายรายดำเนินธุรกิจด้วยวิถี ทางที่ไม่ต้องด้วยจรรยาบรรณทางธุรกิจ เช่นการสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจทางราชการหรือ การเมืองเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิพิเศษ ทำให้พวกเขาสามารถทำเงินได้โดยไม่ต้องลงแรงให้เหนื่อย ซึ่ง ง่ายกว่าวิธีการที่ใช้ในการบริหารแบบ TQM อย่างยิ่ง

ปัจจุบันไม่มีทางเลือก
................... ในสถานการณ์ดังกล่าวจะเห็นได้ว่า TQM แทบจะไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเลย ปัญหายังมีอยู่ว่า ทุกวันนี้ หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและบ่อยมาก ผู้ประกอบการต้องฉลาดพอ ที่จะปรับเปลี่ยนให้ทันเวลา ไม่เช่นนั้น ตัวผู้ประกอบการเองจะเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จในอนาคต ของเขาเสียเอง การบริหารแบบ TQM สามารถช่วยได้ในเรื่องนี้ โดยสิ่งที่ผู้บริหารต้องทำเป็นอันดับ แรก คือการใส่ใจต่อพนักงาน เพื่อเอื้อให้พนักงานอยากรู้ อยากทำงาน และอยากคิดเพื่อจะได้ทำงาน ให้เป็นและหนักไปพร้อมๆ กัน อันจะส่งผลให้องค์การอยู่รอดและเจริญรุ่งเรืองในระยะยาว

 

 

 





จำนวนผู้ชม 4600 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ