เว็บไซต์ลามก... มะเร็งร้ายไม่มีวันตายในสถานศึกษา

เว็บไซต์ลามก... มะเร็งร้ายไม่มีวันตายในสถานศึกษา | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

    

นับวันเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอที จะยิ่งมีบทบาทมากขึ้นในระบบการศึกษา เพราะเกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร ความรอบรู้ การจัดระบบ ประมวลผล ส่งผ่านนำเสนอและแสดงผลด้วยระบบสื่อต่าง ๆ ทั้งทางด้านข้อมูล รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และวีดิโอ อีกทั้งยังสามารถสร้างระบบการมีปฏิสัมพันธ์ โต้ตอบระหว่างครูและ ผู้เรียนได้อย่างมีชีวิตชีวา ทำให้การเรียนรู้ในยุคใหม่ประสบผลสำเร็จด้วยดี

แต่ไอทีก็อาจกลายเป็น"ดาบสองคม" หากสถาบันการศึกษาไม่ให้ความสำคัญในการควบคุม และเฝ้าระวังข้อมูลข่าวสาร ที่ไหลบ่ามาทางอินเทอร์เน็ตอย่างรอบคอบ เพราะอาจทำให้ เว็บไซต์ลามก หรือเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมได้เข้าถึงกลุ่มเยาวชน นิสิต นักศึกษา จนอาจก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา

วันนี้ IT Digest จะพาไปสำรวจการควบคุมเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมในสถาบันระดับอุดมศึกษา ตลอดจนการนำไอทีมาพัฒนาการเรียนการสอนให้กับนักศึกษา ผ่านมุมมองจากอาจารย์ ที่ดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในมหาวิทยาลัยโดยตรง

นายเสรี ชิโนดม ผู้อำนวยการศูนย์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงภาพรวมของเว็บไซต์ในเมืองไทยว่า มี 2 ประเภท คือ เว็บไซต์เพื่อความบันเทิง และเว็บไซต์เพื่อการศึกษา โดยเว็บไซต์ส่วนใหญ่จะเน้นให้ความบันเทิงมากกว่า เพราะเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้ง่าย ส่วนเว็บไซต์ลามก หรือเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมยังคงมีอยู่ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเว็บไซต์จากต่างประเทศ ทำให้การบล็อกเว็บทำได้ลำบากมากขึ้น

ผอ.ศูนย์คอมพิวเตอร์ ม.บูรพา กล่าวถึงการบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมใน ม.บูรพาว่า ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับสารวัตร อินเทอร์เน็ตของ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) ในการควบคุมเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม ในสถานศึกษา โดยกระทรวงไอซีทีจะส่งรายชื่อของเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม ที่มี 2 ประเภท คือ เว็บไซต์ที่เข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และเว็บไซต์ลามก มายังผู้ดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในมหาวิทยาลัย เพื่อให้บล็อกเว็บไซต์ดังกล่าว ทั้งนี้ เชื่อว่าทุกสถาบันการศึกษาตระหนักถึงปัญหานี้ดี และพยายามแก้ปัญหา แต่ยอมรับว่าเว็บไซต์ลามกมีจำนวนมากจนไม่สามารถบล็อกได้หมด อีกทั้งเมื่อถูกบล็อก เว็บไซต์ดังกล่าวก็จะมีวิธีการหลบหลีกการบล็อกเว็บอยู่เรื่อยๆ เช่น การเปลี่ยนชื่อเว็บไซต์ เป็นต้น

เกี่ยวกับการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศ มาพัฒนาการเรียนการสอนนั้น นายเสรี กล่าวว่า ในส่วนการบริหารจัดการ มีการนำมาใช้ใน ระบบการลง ทะเบียน โดยทางมหาวิทยาลัย มีนโยบาย ที่จะบริหารจัดการด้วย ระบบ "อิเล็กทรอนิกส์ออฟฟิศ" ที่จัดเก็บข้อมูลเอกสารสำคัญ ในไฟล์แทนเอกสาร เพื่อประหยัดทรัพยากร โดยตั้งเป้าการลดปริมาณ การใช้กระดาษให้ได้ ปีละ 15% นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยยังมีการนำไอที มาพัฒนาระบบการเรียนรู้ผ่านทาง e-Learning และการจัดประชุมทางไกล เป็นต้น

ผอ.ศูนย์คอมพิวเตอร์ ม.บูรพา กล่าวถึงการสนับสนุนด้านการศึกษาจากกระทรวงไอซีทีว่า เท่าที่ผ่านมาก็ให้การสนับสนุนดี ทำให้ทุกโรงเรียนนำอินเทอร์เน็ตใช้อย่างทั่วถึง แต่การบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชน และนิสิต นักศึกษา ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน และไม่ใช่เป็นหน้าที่ของกระทรวงไอซีทีแต่เพียงผู้เดียว เพราะเว็บดังกล่าวมีมากจนไม่สามารถบล็อกได้ทั้งหมด ดังนั้น สถานศึกษา ผู้ปกครอง และเยาวชน จะต้องร่วมกันสอดส่อง หากมีอินเทอร์เน็ตที่บ้าน และพบเว็บไซต์ดังกล่าวก็ควรจัดการบล็อกเองทันที

ด้าน ดร.พิสิษฐ์ ชาญเกียรติก้อง คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความคิดเห็นต่อการบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมในเมืองไทยว่า ยังมีความหละหลวมทำให้เว็บไซต์ลามกเข้าถึงกลุ่มเยาวชนได้ง่าย และหากผู้ปกครองไม่สนใจ หรือไม่อยู่ในขณะที่เด็กเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ ก็อาจทำให้เด็กติดนิสัยในการเข้าไปในเว็บไซต์ ที่เหมาะสมจนอาจเกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบได้ ดังนั้น สถาบันการศึกษาของเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เช่น โรงเรียนระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา จึงควรมีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำ ตลอดจนเข้มงวดในการบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนด้วย

คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.รังสิต กล่าวถึงการบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมต่อนักศึกษา ใน ม.รังสิต ว่า ขณะนี้ ทางมหาวิทยาลัยยังไม่มีการบล็อกเว็บไซต์ในสถาบัน เนื่องจากผู้เรียนเป็นนักศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นเด็กที่โต และมีวิจารณญาณในการตัดสินใจได้ จึงสามารถลดหย่อนการควบคุมได้บ้าง และ หากมีการบล็อกเว็บไซต์ในสถาบันมากๆ ก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพความเร็วของระบบเน็ตเวิร์ค ทำให้เกิดปัญหาในการใช้งาน อีกทั้งในปัจจุบันผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือไอเอสพีต่างๆ ก็มีการบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมในเบื้องต้นอยู่แล้ว และอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ จึงควรให้ความสำคัญในการควบคุมกับเด็กเล็กๆมากกว่า อย่างไรก็ตาม การบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมในสถาบันอาจสามารถทำได้บ้าง แต่ต้องมีระบบการรองรับที่ดีพอ และไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมา

เกี่ยวกับการนำไอทีมาพัฒนาการเรียนการสอนในสถาบัน ดร.พิสิษฐ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้นำระบบ e-Learning มาช่วยในการเรียนรู้ การจัดเก็บเอกสาร การทำข้อมูลให้นักศึกษาสามารถดาวน์โหลดงานเอาไปทำที่บ้าน การสร้างระบบการสอบผ่านทางเว็บไซต์ของสถาบัน การมีห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ที่รวบรวมเอกสารวิชาการ วารสารต่างประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยยังมีงบประมาณให้การสนับสนุนอาจารย์ ในการทำสื่อการสอนออนไลน์ในทุกคณะอีกด้วย

คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.รังสิต กล่าวด้วยว่า สำหรับนโยบายของกระทรวงไอซีที ในการสนับสนุนการศึกษา ยังไม่เป็นรูปธรรมชัดเจน และยังไม่เข้าถึงตัวผู้เรียนเท่าใดนัก เพราะที่ผ่านมาเป็นเพียง การทำให้คอมพิวเตอร์ มีราคาถูกลงเท่านั้น โดยสิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือการสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เช่น ค่าอุปกรณ์การศึกษาต่างๆ การทำให้ผู้ประกอบการไอที ให้การสนับสนุนการศึกษา ด้วยการจำหน่ายอุปกรณ์การเรียนรู้ให้สถาบันการศึกษาในราคาถูก และการสนับสนุนให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัย ทุกคนมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กใช้เพื่อการเรียน เป็นต้น

ขณะที่ นายราเมศ โสดารัตน์ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กล่าวว่า ในปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชน นิสิต นักศึกษาเพิ่มขึ้นทุกวันจนกลายเป็น ปัญหาสำคัญ และทุกคนก็สามารถเข้าถึงเว็บไซต์เหล่านั้นได้ง่าย เนื่องจากไม่มีผู้ทำงานเกี่ยวกับ การบล็อกเว็บไซต์ดังกล่าวอย่างจริงจัง บางเว็บไซต์มีภาพลามกอย่างชัดเจนและ นักศึกษาทุกคนรู้จักหมด แต่ก็ไม่มีหน่วยงานใดทำการบล็อกเว็บดังกล่าว แม้จะเคยแจ้งไปยังไซเบอร์อินสเปคเตอร์ของกระทรวงไอซีทีไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

อาจารย์ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.ราชภัฏสวนดุสิต กล่าวต่อว่า สถาบันเคยปล่อยให้นักศึกษาสามารถเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ได้ตามใจชอบ ทำให้นักศึกษาเข้าไปดาวน์โหลดเว็บที่ไม่เหมาะสมมากขึ้น ทางสถาบันจึงนำพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์เข้ามาช่วยเก็บข้อมูลและกรองเว็บไซต์ลามกต่างๆ แต่เป็นการป้องกันได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะเว็บไซต์ดังกล่าวมีจำนวนมาก อีกทั้งนักศึกษามีวิธีในการเข้าถึงเว็บลามกได้ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการกรองเว็บไซต์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การบล็อกเว็บไซต์ด้วย พร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ส่งผลให้ระบบเน็ตเวิร์คเกิดความล่าช้า แต่กลับจะทำให้การใช้อินทราเน็ตในมหาวิทยาลัยเร็วขึ้นอีกด้วย

เกี่ยวกับการนำไอทีมาพัฒนาการเรียนการสอนในสถาบัน นายราเมศ กล่าวว่า สถาบันมีการนำไอทีมาใช้ครบทุกด้าน เริ่มตั้งแต่การรับสมัครนักศึกษาที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย การเรียนรู้จากห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ที่มี วีดีโอ และฐานข้อมูลต่างๆ ครบทุกวิชา นอกจากนี้ อาจารย์ในสถาบันยังมีการนำไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยท์มาใช้ในการสอน ทำให้นักศึกษาประหยัดเวลาในการจดเนื้อหาในรายวิชา เพียงมีทัมป์ไดรฟ์ก็สามารถดาวน์โหลดเนื้อหารายวิชาจากอาจารย์ได้

อาจารย์ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.ราชภัฏสวนดุสิต กล่าวถึงการให้ความสนับสนุนด้ายการศึกษาจากกระทรวงไอซีทีว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นภาพชัดเจน เพราะนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที คนปัจจุบันยังพักรักษาอาการป่วยอยู่ แต่เชื่อว่าการที่นายสุวิทย์เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มาก่อน จะทำให้เข้าใจสภาพปัญหาและให้การสนับสนุนการศึกษาได้ดี อย่างไรก็ตาม อยากให้กระทรวงไอซีทีร่วมมือมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐ และเอกชน กับผู้ประกอบการไอทีให้มีจัดการสอบเพื่อวัดมาตรฐานของครู และนักศึกษาที่จบใหม่ เพื่อการันตีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับจากบริษัทฯต่างชาติ และอยากให้กระทรวงไอซีทีร่วมมือกับไอเอสพี ในการบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมอย่างจริงจังมากกว่านี้ด้วย

นี่คือเสียงสะท้อนส่วนหนึ่งจากผู้ที่ดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในสถาบันระดับอุดมศึกษา โดยมีความเห็นว่า เว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมยังคงมีอยู่จำนวนมาก และไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด และแม้สถาบันการศึกษายังคงให้ความสำคัญ ในบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมเท่าที่จะทำได้ แต่เว็บไซต์ดังกล่าว ก็ยังอาศัยช่องโหว่ ในการหลบหลีกการบล็อกเว็บไซต์ได้เป็นผลสำเร็จ

ภาระในการควบคุม "เว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม" จึงไม่ใช่ตกเป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือกันระหว่างสถาบันการศึกษาที่ต้อง ให้เข้มงวดในการบล็อกเว็บไซต์ ที่ไม่เหมาะสม ผู้ปกครองที่ต้องให้ความสนใจพฤติกรรมการเข้าชม อินเทอร์เน็ตของเด็กบุตรหลาน ส่วนรัฐบาลก็ควรมีมาตรการในการจัดการกับเว็บไซต์ลามก อย่างจริงจัง..ก่อนที่จะสายเกินแก้

จุฑารัตน์ เคนจอหอ
[email protected]




ลงวันที่ 25/07/2007 11:00:06
จำนวนผู้ชม 5509 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์