จุดระเบิดความคิดธุรกิจ : Innovative or Die
จุดระเบิดความคิดธุรกิจ : Innovative or Die | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM
การคาดการณ์หรือมองภาพในอนาคตที่เรามักเรียกกันว่า “ทัศนภาพ” (Scenario) ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ในลำดับถัดมา ซึ่งหากทัศนภาพดังกล่าวผิดพลาดก็เชื่อได้อย่างแน่นอนว่า ผลพวงที่ตามมาทั้งหมดนั้นจะผิดพลาดเช่นกัน ถ้าหากจะต้องวางอนาคตของประเทศชาติโดยอาศัยเพียงได้อ่านหนังสือที่ติดตลาดขายดี 2-3 เล่มแล้วสามารถนำมาวาดฝันได้เป็นคุ้งเป็นแคว และคนในประเทศนั้นเชื่อตามด้วยคงน่าตื่นเต้นไม่น้อย
โลกแบนหรือเล็กลงจริงหรือ? การถกเถียงในเรื่องโลกกลมหรือโลกแบนนั้นได้สิ้นสุดลงไปตั้งแต่ปี 1492 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ปีนั้นที่ Christopher Columbus แล่นเรือไปพบอเมริกาและปักธงแสดงถึงการเป็นอาณานิคมของสเปน ความจริงของเรื่องเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 15 โน่น เนื่องจากการค้าขายทางแผ่นดินตามเส้นทางสายไหมของบรรดาสินค้าที่ขึ้นชื่อ เช่น ไหมและเครื่องเทศ ได้ถูกปิดกั้นโดยอิทธิพลของชาติอาหรับ ทำให้คิดกันใหม่ที่จะไปสำรวจค้นหาและทำการค้ากับอินเดียทางทะเล (หรือ Indies) เมื่อ Columbus แล่นเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกถึงอเมริกาจึงพบความจริงว่า “โลกกลม (The World is Round” คำว่า โลกแบน (The World is Flat) กลับมาพูดกันในปี 2005 ก็เพราะว่า คอลัมนิสต์ชื่อดังคนหนึ่งที่ได้รางวัลพูลิตเซอร์ได้เขียนหนังสือ The World is Flat: A Brief history of the twenty-first Century แล้วสาธกถึงความเป็นมาของการที่โลกแบนตามนัยของ Thomas Friedman
เหตุจริงๆ ที่ Friedman เชื่อว่าโลกแบนเพราะเกิดจากพลัง 10 ประการที่มีย่อๆ ดังนี้ -การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินในปี 1989 -ในปี 1995 เมื่อ Netscape เปิดสู่สาธารณะซึ่งสร้างยุคใหม่ของการเชื่อมติดต่อ (The New Age of Connectivity) - ซอฟท์แวร์ของ “Work Flow” หรือเป็นการใช้มาตรฐานที่เน้นเวบไซท์ - โอเพ่น ซอร์สซึ่ง (Open Sourcing) ในปี 2006 หรือยุคของการอัพโหลดทุกๆ สิ่ง - การจ้างบริการภายนอก หรือ Outsourcing ที่อินเดียกำลังครอบครองตลาดอยู่ - ออฟชอริ่ง (Offshoring) เป็นการให้คนอื่นในต่างประเทศทำหน้าที่แทนหรือเหมือนกับลักษณะของโรงงานเคลื่อนที่ - ซัพพลายเชน โดยแทนที่คลังสินค้าด้วยสารสนเทศ เช่น กรณีของการใช้บริการของวอล์-มาร์ท - การให้ผู้อื่นมาจัดการแทนหรือ Insourcing ในด้านการซ่อมแซม การผลิตและการส่งมอบสินค้า - การใช้สารสนเทศอย่างมากมาย - และสุดท้ายการเพิ่มหรือขยายตัวของเทคโนโลยีที่คล้ายกับ”Steriods” ในด้านการเพิ่มความเร็ว การใช้ไฟล์ร่วมกัน การเพิ่มขึ้นของสื่อบันทึกข้อมูลและระบบไร้สาย
ทำไมจึงคิดว่าโลกแบนในทัศนะของ Friedman เนื่องจากเขาเป็นนักหนังสือพิมพ์จึงเดินทางไปสัมภาษณ์ พูดสนทนากับคนในที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่ Bangalore ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการที่นั่นและได้ข้อคิดว่า “The Playing field is being leveled”
เพราะที่บังกาลอร์ การแข่งขันทางธุรกิจเป็นระดับชั้นของคู่แข่ง แต่ที่อเมริกาเป็นระดับชั้นของเทคโนโลยีการสื่อสาร
จึงลงความเห็นว่า โลกเราใบนี้หนาเป็นโลกแบนหรือเล็กลง และโลกแบนได้อย่างไร Friedman อธิบายไว้ 4 ลักษณะด้วยกันคือ
-การค้าที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันและการร่วมมือกันอย่างมากมาย รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของมูลค่าในแนวระนาบ -การที่บริษัทขนาดเล็กสามารถเข้าถึงระดับโลกได้ในด้านการซื้อสินค้าราคาถูกและขายผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศได้มากกว่าเดิม -ช่วยให้บริษัทขนาดใหญ่ดำเนินธุรกิจเหมือนบริษัทเล็กๆ ได้
-ลดขีดขั้นลูกค้าและการค้าที่สมดุลโดยทำการส่งมอบสินค้าและบริการทั่วโลก
จุดเด่นของ Freeman ในหนังสือ โลกนี้แบน จะมีอยู่ในเรื่องของโลกาภิวัตน์ เวอร์ชั่น 3.0 “การที่โลกาภิวัตน์เป็นเวอร์ชั่น 3.0 ในความคิดของนักหนังสือพิมพ์ชื่อดังคนนี้ มองว่า โลกาภิวัตน์เวอร์ชั่นแรกหรือ 1.0 เป็นช่วงแรกในปี 1492 คือ โลกจากขนาดใหญ่ได้ลดขนาดเป็นโลกขนาดกลาง โลกาภิวัตน์ เวอร์ชั่น 2.0 เป็นยุคของการเข้าสู่บริษัทระดับข้ามชาติได้เปลี่ยนขนาดจากระดับกลาง ไปยังขนาดเล็ก และในปี 2000 เป็น โลกาภิวัตน์เวอร์ชั่น 3.0 เมื่อโลกได้ปรับจากขนาดเล็กไปจนเล็กมากๆ” และมองทั้งโลกนี้ว่าเป็น “ซัพพลายเชนระดับโลก” ในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นความรู้ การผลิตและการบริการ ฯลฯ
บทสรุป จริงๆ แล้วโลกยังเป็นใบเดิม อนาคตประเทศไทยที่จะไปโลกแบนจึงเป็นแนวคิดที่น่าตื่นเต้นเพราะ -เราจะเชื่อหนังสือเล่มนี้อย่างทุ่มเทสุดตัวจริงหรือ เพราะการเป็นซัพพลายเชนระดับโลกจะต้องมีเทคโนโลยีชั้นสูงหรือระบบการขนส่งระดับโลก ซึ่งคนที่จะทำได้จริงต้องเป็นประเทศร่ำรวยในการลงทุนทั้งด้านการศึกษาและเทคโนโลยีอย่างมากมาย -การมองโลกาภิวัตน์เวอร์ชั่น 3.0 ว่าโลกแบนหรือเล็กลง ไม่ได้พูดถึงการได้เปรียบทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมจากบริษัทและชาติที่ยิ่งใหญ่กว่าและร่ำรวยกว่า แต่ตรงกันข้ามการเพิ่มขึ้นและทำลายสิ่งแวดล้อมก็เป็นผลของโลกาภิวัตน์ที่Friedman ไม่ได้พูดถึง -การที่ Friedman เป็นคอลัมนิสต์ชื่อดังน่าจะต้องการขายหนังสือมากกว่าอย่างอื่นๆ และโดยเฉพาะการเข้ามาตีหนังสือของ Martin Wolf ในเรื่อง Why Globalization Works” กับ Jagdish Bhagnati เรื่อง “In Defence of Globalization” เพื่อให้ซื้อหนังสือของเขา
สำคัญที่สุดหนังสือโลกแบนเล่มนี้ขาดรายละเอียดของตัวอย่างหรือเนื้อหาในการปฏิบัติและหลายๆ อย่าง มีตัวอย่างที่ขัดแย้งกันพอสมควร โดยเฉพาะธุรกิจจะมีการซื้อควบรวมกิจการและการร่วมมือระหว่างกันสูงมากขึ้น ซึ่งคงไม่เป็นแบบแนวระนาบเสมอไป แต่น่าจะเป็น 4 มิติมากกว่าคือต่อเนื่องกันหมดเหมือนวงกลมที่ถูกบิดเป็นเกลียวจึงสามารถไปได้ทุกระนาบและถึงกันทุกพื้นผิวครับ
ต้องคิดใหม่จริงๆ ถ้าอนาคตประเทศไทยจะไปโลกแบน เพราะอาจเป็นจุดจบหรือผกผันอย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นไปได้ นึกแล้วก็หวาดเสียวเสียจริง
อ.ดนัย เทียนพุฒ Aj.Danai Thieanphut DNT Consultants |
|
ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน
|
|