SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]





 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


“สื่อสารองค์กร” เรื่องที่ผู้นำมักตกม้าตาย

“สื่อสารองค์กร” เรื่องที่ผู้นำมักตกม้าตาย | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ “สื่อสารองค์กร” เรื่องที่ผู้นำมักตกม้าตาย, บทความ “สื่อสารองค์กร” เรื่องที่ผู้นำมักตกม้าตาย, ตัวอย่าง



นอกจากการสร้างคนและบริหารจัดการองค์กร จะถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยครั้งในรอบหลายปีมานี้ ประเด็นของ “การสื่อสาร” ทั้งภายในและภายนอกองค์กรก็ถือเป็นอีกยุทธศาสตร์หนึ่งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

หลายครั้งที่เรามีผู้นำเก่งกล้าภายใต้กรอบวิสัยทัศน์ที่ดูดี แต่ด้วยความอ่อนด้อยของการสื่อสาร มีผลทำให้วิสัยทัศน์เหล่านั้น ดูผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็น

ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ นายกสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การสื่อสารเป็นการพูดถึงแนวทางบริหารภาพลักษณ์องค์กรซึ่งครอบคลุมหมด 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นซีอีโอ องค์กร พนักงาน รูปแบบธุรกิจ และแบรนด์ ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์

“เวลาองค์กรทำอะไร ที่ผ่านมาภาพลักษณ์แต่ละเรื่องได้รับการพิสูจน์มากน้อยแค่ไหน ผู้บริหารที่เก่ง ต้องมีตัวชี้วัดชัดเจน ว่าองค์กรอยู่ในระดับไหน ท็อป 10 ท็อป 5 หรือว่า ท็อป 3 ซึ่งถ้าอยู่ในจุดนี้ได้ก็ถือว่าเป็นสุดยอดในการบริหารภาพลักษณ์”

เขามองว่า กระบวนการต่างๆ ที่นำไปสู่องค์กรแถวหน้า ทั้งความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ นอกจากสะท้อนความเก่งขององค์กรแล้ว การเป็นที่ยอมรับในสังคมเป็นตัวสะท้อนถึงความสำเร็จทางด้านสื่อสาร

ซีอีโอหลายคนประสบความสำเร็จในการสร้างผลประกอบการให้ธุรกิจ แต่ผู้คนอาจไม่ได้รับรู้ว่า นั่นมาจากความสามารถของผู้นำ เพราะที่ผ่านมานอกจากซีอีโอจะคร่ำเคร่งอยู่กับตัวเลขผลกำไรแล้ว เขาและเธอเหล่านั้นไม่เคยสะท้อนวิสัยทัศน์ผ่านประเด็นการสื่อสารที่มากพอ

ในสายตาคนนอกไม่เคยมองเห็นการขับเคลื่อนของวิสัยทัศน์ รู้เพียงแต่ว่าองค์กรนั้นเติบโตและมีผลประกอบการดีขึ้นทุกปี

การสื่อสารจะสะท้อนถึงดอกไม้และก้อนอิฐในความเป็นผู้นำได้มากน้อยเพียงไร ดร.พจน์แนะว่า ให้มองถึงความร้อนระอุของการเลือกตั้งในสหรัฐซึ่งกำลังจะมาถึงในปลายปีนี้

“แต่ละข้อความที่ยิงกราดกันออกมา ล้วนแล้วแต่มีประเด็น มีวิธีการต่อสู้อย่างมีชั้นเชิงอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นกลยุทธ์การสื่อสารที่มีพลังมาก”

แต่ละปีจะมีการใช้จ่ายงบโฆษณาและประชาสัมพันธ์สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าหลายองค์กรให้ความสำคัญ เพราะมองว่าสามารถสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้เกิดความเชื่อมั่น แต่สิ่งหนึ่งที่หลายธุรกิจกลับติดขัดก็คือ การขาดความต่อเนื่องในประเด็นของการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร

สิ่งที่ติดตามมาคือ ทุกคนไม่ได้มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน ในสิ่งที่องค์กรอยากจะไปและอยากจะเป็น

“ทุกวันนี้องค์กรถ่ายทอดเรื่องราวสม่ำเสมอไหม รู้ไหมว่าทุกวันนี้บริษัทกำลังทำอะไร เมื่อก่อนองค์กรต้องบอกว่าพีอาร์ควรทำอะไร แต่เดี๋ยวนี้พีอาร์ต้องบอกว่าองค์กรควรทำอะไร เพื่อให้รู้แนวโน้มของโลกว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง เราควรสื่อสารไปก่อน เพื่อรับรู้ทุกสัญญาณตลาด”

ในขณะที่เอชอาร์ทำหน้าที่ให้พนักงานสามารถทำงานกับองค์กรได้อย่างมีคุณภาพ หน้าที่ของพีอาร์คือ การมุ่งปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในสังคมที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย อย่างหนึ่งที่เอชอาร์และพีอาร์ทำเหมือนกันคือ การเดินหน้าเพื่อให้องค์กรบรรลุยุทธศาสตร์ หรือสิ่งที่ต้องการมุ่งไป โดยใช้การสื่อสารเป็นเครื่องมือนำ

“เป้าหมายพีอาร์ไม่ได้อยู่ที่ลูกค้าอย่างเดียว เอชอาร์มีลูกค้าอยู่ที่พนักงาน แต่พีอาร์มีกลุ่มเป้าหมายอยู่มากมาย อย่างเช่น สื่อ ประตูสำคัญของกระจายข่าวสาร สาธารณชน ซึ่งจะต้องรับรู้และได้รับการยอมรับ ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และลูกค้า”

เขาตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้การสื่อสารภายในองค์กรแข็งแรงมากน้อยแค่ไหน พนักงานรับรู้เป้าหมายองค์กรมากมายเพียงใด วิสัยทัศน์และค่านิยมองค์กร ไม่ได้มีไว้เพียงแค่ท่องจำ แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน

และทุกอย่างจะสำเร็จเป็นจริงได้ ก็ต้องมาจากการสื่อสารที่ดีพอ

พีอาร์กับการสื่อสารเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก หลายปีที่ผ่านมาหลังผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติการจัดการองค์กร วิกฤติเรื่องคน แม้แต่พีอาร์ก็ต้องบริหารและรับมือกับสารพัดวิกฤติ จากพีอาร์ก็เลยถูกสังคายนาใหม่เป็น “การสื่อสารเชิงกลยุทธ์” มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเรื่องราวเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์องค์กร

“งานพีอาร์เป็นงานหลังบ้านไปสนับสนุนองค์กรให้มีชื่อเสียง แต่ปัจจุบันเป็นแนวรบสำคัญ ถูกขับเคลื่อนเพราะทุกองค์กรยอมรับว่าการสื่อสารมีความจำเป็น และถือเป็นกลยุทธ์ ถ้าองค์กรมียุทธศาสตร์การสื่อสารที่ดี กิจกรรมก็จะประสบความสำเร็จ งบปีที่แล้วมีการใช้จ่ายเพื่อการสื่อสารมาก 7-9 หมื่นล้านบาท ทั้งรัฐและเอกชนรวมกัน”

หลายปีมานี้มีซีอีโอที่เก่งทั้งเรื่องคนและเป็นนักสื่อสารที่ดี เขายกตัวอย่างเช่น กิตติรัตน์ ณ ระนอง ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างสูงไม่ว่าจะไปอยู่ในวงการไหน ในฐานะผู้นำมืออาชีพที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร

ชาลอต โทณวนิก ถือเป็นซีอีโอผู้เชี่ยวชาญในการสร้างแบรนด์ให้องค์กร มีบุคลิกในการเข้าถึงง่าย ขณะที่ แพทย์หญิงนลินีไพบูลย์ ก็รู้จักใช้เครื่องมือสื่อสารทางการตลาด นำเสนอเรื่องราวองค์กร ที่ทำให้เกิดการรับรู้และเข้าใจในวงกว้าง

ในก้าวจังหวะที่สังคมไทยกำลังเปิดหูเปิดตารับรู้จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ หลายบริษัทพยายามใช้กระบวนการสื่อสารผ่านพีอาร์ เพื่อให้สาธารณชนได้รับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม

เขามองว่า พีอาร์กับซีเอสอาร์ (Corporate Social Responsibility) มีมานานแล้ว แต่ที่ผ่านมาถูกเรียกว่า กิจกรรมทางสังคม (social activity) ขณะที่ซีเอสอาร์เป็นเรื่องของความรับผิดชอบองค์กรที่มีต่อสังคม

“กิจกรรมทางสังคมก็มีตัวอย่างที่ดีว่าอะไรเป็น best practice เป็นการหวังผลทางธุรกิจ หรือเป็นจิตสาธารณะ ผู้นำที่พีอาร์เก่งมักได้รับการยอมรับ แต่ก็ต้องดูว่าได้รับการยอมรับในเชิงจริยธรรม มีผลกระทบก่อให้เกิดประโยชน์กับสังคมในแง่เหมาะสมไหม คือเก่งแล้วก็ต้องดีด้วย ถึงพีอาร์จะเป็นตัวขับเคลื่อนซีเอสอาร์ แต่ซีเอสอาร์ที่ดีก็ไม่ควรหวังผลทางด้านพีอาร์เพียงถ่ายเดียว”

การสื่อสารที่ดีสามารถสร้างการยอมรับ ความผูกพัน เกิดผลสำเร็จทางด้านธุรกิจ และสร้างชื่อเสียงให้องค์กร

แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ อ่านเกมได้กว้างไกลและลึก โดยไม่ตกม้าตายระหว่างทาง...

ที่มา :  วรนุช เจียมรจนานนท์





จำนวนผู้ชม 2870 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ