มองมุมใหม่ : คุณลักษณะของผู้นำแบบสมานฉันท์

มองมุมใหม่ : คุณลักษณะของผู้นำแบบสมานฉันท์ | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM

รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ [email protected] คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :

เนื้อหาในสัปดาห์นี้คงจะเป็นตอนสุดท้ายของลักษณะผู้นำที่ดี ที่จะนำพาองค์กรผ่านพ้นจากปัญหาความขัดแย้งต่างๆ นะครับ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้นำเสนอถึงลักษณะของผู้นำบางประเภทที่ไม่เหมาะสมที่จะนำพาองค์กรสู่ภาวะของความขัดแย้งในปัจจุบัน ส่วนผู้นำที่มีความเหมาะสมนั้นเขาเรียกว่าเป็น Mediator Leaders ผมก็เลยขอใช้ศัพท์ฮิตปัจจุบันเรียกว่าเป็นผู้นำแบบสมานฉันท์ แทนนะครับ

สัปดาห์นี้เรามาดูกันดีกว่าว่าผู้นำแบบสมานฉันท์นั้น ควรจะมีคุณลักษณะที่สำคัญอย่างไรบ้าง ที่จะสามารถขับเคลื่อนและนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งในทุกๆ ระดับ

คุณลักษณะที่สำคัญประการแรก คือ Integral Vision โดยผู้บริหารจะต้องมีความสามารถในการมองภาพในเชิงองค์รวมของเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าพอผู้บริหารเผชิญความขัดแย้งขึ้น ก็ตัดสินใจที่จะเลือกยืนอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ขัดแย้งใดๆ ผู้บริหารที่ดี จะต้องเริ่มต้นจากการไม่ทำอะไรก่อน นั้นคือแทนที่จะเลือกเข้าข้างใดข้างหนึ่ง หรือรีบตัดสินใจ แต่ผู้นำจะต้องสามารถมองภาพรวมของสถานการณ์ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้รอบด้านด้วยใจที่เป็นธรรมก่อน

คุณลักษณะประการที่สอง คือ Systems Thinking หรือการคิดเชิงระบบ นั้นคือ เริ่มจากการพิจารณาในทุกๆ ปัจจัยหรือส่วนที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนั้น จากนั้นจะต้องคิดในเชิงว่าทุกๆ ส่วนหรือองค์ประกอบของความขัดแย้งต่างอยู่ภายใต้ระบบเดียวกัน พยายามมองให้เห็นว่าส่วนประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนั้น ล้วนแล้วแต่มีความเชื่อมโยงและสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

คุณลักษณะประการที่สาม คือ Presence ซึ่งตอนแรกผมก็ยังนึกไม่ออกว่าหมายความว่าอย่างไร แต่พออ่านในรายละเอียดแล้ว ก็คือเรื่องของการมีสติอยู่ตลอดเวลา นั้นคือในระหว่างจัดการกับปัญหาความขัดแย้งคนที่เป็นผู้นำจะต้องมีสติ รู้สึกตัวตลอดเวลา ซึ่งไม่ได้หมายความถึงการมีสติหรือหมดสตินะครับ แต่ท่านผู้อ่านลองนึกถึงในศาสนาพุทธก็ได้ครับ ที่สอนกันว่าให้มีสติ นั้นแหละครับความหมายเดียวกัน

ท่านผู้อ่านสังเกตนะครับว่าหลายๆ ครั้ง ในท่ามกลางความขัดแย้งต่างๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น คือเราจะหมกมุ่น เครียด หวาดกลัว ป้องกันตัว ซึ่งอารมณ์ต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่จะนำไปสู่ความขาดสติทั้งสิ้น ผมเองสังเกตตัวเองหลายๆ ครั้งเหมือนกันนะครับเวลาสอนหนังสือหรือทำ Workshop เรื่องสติเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เวลาต้องคอยคิด คอยแก้ไขปัญหาต่างๆ และสิ่งที่พบก็คือสติที่ดีมักจะมาคู่กับสมาธิด้วย หลายๆ ครั้งที่เริ่มวอกแวก หรือขาดสติและสมาธิ ย่อมส่งผลต่อความสามารถของเราในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

ดังนั้น อาจจะพอกล่าวได้นะครับว่า ก่อนที่ผู้นำคนไหนจะบริหารความขัดแย้งได้ดี คงจะต้องบริหารตนเองให้ได้ดีก่อนครับ โดยเฉพาะในเรื่องของสติและสมาธิ

คุณลักษณะประการที่สี่ คือ Inquiry หรือการตั้งคำถามครับ ทั้งนี้ เนื่องจากความสามารถในการตั้งคำถามนั้น จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญ สำหรับผู้บริหารในการเข้าถึงและทำความเข้าใจต่อข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง หลายๆ ครั้งที่ผู้บริหารเข้าไปบริหารหรือจัดการกับความขัดแย้งนั้น ผู้บริหารไม่ได้มีข้อมูลใดๆ เบื้องต้นมาก่อน

ดังนั้น การที่จะเข้าไปและทำการตัดสินใจเลย จึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเป็นไปได้ ผู้บริหารจะต้องทำความเข้าใจต่อสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งบริบทและภาวการณ์ต่างๆ ในขณะนั้น ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจก็คือการตั้งคำถาม โดยผลของการตั้งคำถามนั้น จะทำให้ผู้บริหารได้เกิดการเรียนรู้และทำความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้

ผมเองพบว่า ความสามารถในการตั้งคำถาม เป็นความสามารถที่มีความสำคัญและจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้นำ และผู้นำการประชุมต่างๆ ปัจจุบันเราจะเจอคนชอบแสดงความคิดเห็นหรือให้คำตอบกันเยอะ (ถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง) แต่เรายังขาดคนตั้งคำถามเก่งๆ เพื่อที่จะได้ตะล่อมให้ได้คำตอบที่ตรงเป้า

นอกจากนี้ คุณสมบัติที่คู่กันกับการตั้งคำถาม คือจะต้องเป็นผู้ฟังที่ดีด้วยครับ เคยเจอหลายท่านชอบตั้งคำถาม แต่พอถามเสร็จก็ไม่ค่อยชอบฟังคำตอบ ซึ่งเราจะเปรียบพวกผู้บริหารที่ไม่ชอบฟัง เป็นพวกผู้บริหารที่หยุดการเรียนรู้แล้วครับ เนื่องจากการฟังผู้อื่นเป็นประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่ดีเลยครับ

คุณลักษณะประการที่ห้า คือ Dialogue หรือการกระตุ้นให้เกิดการสนทนาครับ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สืบเนื่องจากการตั้งคำถาม เนื่องจากการสนทนาระหว่างกันเป็นกลไกที่สำคัญในการสื่อสาร เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างแต่ละกลุ่มที่ขัดแย้ง แต่คำว่า Dialogue นั้น มีความแตกต่างจากการโต้เถียง (Debate) นะครับ การสนทนาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนะครับ แต่ไม่ใช่การโต้แย้ง

ดังนั้น ผู้นำที่ดีจะต้องสามารถกระตุ้นและก่อให้เกิดการสนทนาระหว่างกลุ่มต่างๆ ที่ขัดแย้ง เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่ม และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

คุณสมบัติทั้งห้าประการเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของคุณสมบัติที่ผู้นำแบบสมานฉันท์ควรจะมีนะครับ ถ้าท่านผู้อ่านสนใจก็ไปหาอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือชื่อ Leading Through Conflict เขียนโดย Mark Gerzon ครับ

แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ





จำนวนผู้ชม 3051 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์