Ts POWER พลังขับเคลื่อนองค์กร โมเดลบริหารธุรกิจ 'ซีคอนสแควร์'
Ts POWER พลังขับเคลื่อนองค์กร โมเดลบริหารธุรกิจ 'ซีคอนสแควร์' | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM
เพราะเชื่อว่า การทำธุรกิจไม่อาจหยุดนิ่ง ทั้งเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้าอันจะส่งผลต่อรายได้ที่ยั่งยืนในอนาคตให้กับองค์กร ทั้งนี้ ผู้อยู่เบื้องหลังและเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้น คงหนีไม่พ้นบุคลากรในองค์กร ทั้งเหล่าพนักงานและทีมงานบริหาร ซึ่งมีส่วนสำคัญทำให้เกิดงานบริการและผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด โดยต้องให้น้ำหนักและความสำคัญ และต้องกระทำอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรใหญ่ที่มีอายุมานานหลายปีอย่าง ศูนย์การค้าที่ชื่อ "ซีคอนสแควร์" ที่วันนี้มิได้แข่งขันกับห้างยักษ์ใหญ่จากภายนอก หากแต่เป็นการแข่งขันกับตัวเองเพื่อเสริมความเข้มแข็งและสร้างแข็งแกร่งให้เกิดขึ้นภายในองค์กรมากกว่า
ปัจจุบันซีคอนสแควร์ ถือเป็นศูนย์การค้าครบวงจรที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล และทันสมัย โดยมีลักษณะเป็น single mall 5 ชั้น และชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้น มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 500,000 ตารางเมตร พื้นที่ร้านค้า 200,000 ตารางเมตร และที่จอดรถกว่า 7,000 คัน ประกอบด้วยพนักงานจำนวน 350 คน
นายตะติยะ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ กล่าวว่า ในปีนี้ซีคอนสแควร์จะให้ความสำคัญต่อการบริหารองค์กรภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ชื่อว่า T’s POWER ซึ่งย่อมาจาก t 3 ตัวด้วยกัน คือ total , tree structure และ triple targets เป็นการคิดค้นขึ้นมาใช้โดยเฉพาะในองค์กรของซีคอนฯเอง และเพิ่งเริ่มใช้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานี้ โดยนำหลักพื้นฐานของการบริหารองค์กรที่มีอยู่เดิมและใช้มานาน นั่นก็คือ "การสร้างบรรยากาศ" และ"พลังขับเคลื่อน" มาผสมผสานกันจนเกิดเป็นระบบ T’s POWER นี้ขึ้นมา
ซึ่งความหมายของคำว่า"บรรยากาศ"นั้นนายตะติยะขยายความให้ฟังว่า จะต้องประกอบไปด้วยคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้คือ 1.ไม่มีการเมือง 2.เน้นความสามัคคี (unity) 3.ธรรมะ 4.ทำงานอย่างสนุกสนาน และ5.ดูแลร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง
ส่วน "พลังขับเคลื่อน" นั้นจะประกอบด้วยหลักการบริหารงานต่างๆ เช่น GRID (9,9) หมายถึง การ ให้ความสำคัญในเรื่องของคนและงานควบคู่กัน 2. Delegate/Empower หมายถึง การกระจายอำนาจ/เชื่อในความสามารถของพนักงาน 3.Science คือ การใช้วิชาการเป็นหลักการในการบริหาร 4.Dynamic หมายถึง การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การไม่หยุดนิ่ง และ 5. Modern ซึ่งหมายถึง การบริหารงานที่ต้องทันสมัย หมายรวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อความรวดเร็วในด้านต่างๆด้วย ซึ่งสิ่งต่างๆที่กล่าวมานั้น เป็นสิ่งที่ซีคอนฯได้ทำมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
"สำหรับระบบ T’s POWER คือ ระบบการบริหารจัดการโดยใช้หลักของ management by objective (mbo) ซึ่งมิใช่ของใหม่ แต่เป็นทฤษฎีเก่าที่รู้จักกันดีในกลุ่มนักบริหารทั่วไปและใช้กันมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่ทางซีคอนฯได้นำมาปรับประยุกต์ใช้ให้เกิดความเหมาะสมต่อระบบการทำงานภายในองค์กรเท่านั้นเอง"
โดยนายตะติยะได้เปรียบเทียบให้เห็นภาพของการนำระบบ T’s POWER มาใช้ว่า ก็เหมือนกับวิธีการเดินทางเพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทางว่า ถ้าต้องการนั่งรถไปที่ไหนสักแห่งหนึ่ง แล้วบอกให้คนขับรถพาไป คนขับ(รถ)ย่อมใช้วิธีเก่า เส้นทางเก่า ซึ่งอาจจะใช้เวลามากกว่าหรือเท่าเดิม ในทางตรงกันข้าม หากเราแนะนำหรือบอกเส้นทางลัด หรือตั้งเงื่อนไขในการไปถึงจุดหมายโดยมีรางวัลตอบแทนให้ก็จะทำให้เราไปถึงจุดหมายปลายทางได้เร็วขึ้น ซึ่งประการหลังเป็นการบอกตามสไตล์ของ mbo คือ ให้คนขับพาไปโดยมีเงื่อนไขกำหนด เช่น ระยะเวลา มีค่าตอบแทนให้หากทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้
แล้ว mbo ดีอย่างไร ? "ก็สบายทั้งสองฝ่าย ทั้งคนสั่งและคนรับ(คำสั่ง) ที่สำคัญยังสามารถไปถึงจุดมุ่งหมายได้ ประสบความสำเร็จเร็วขึ้น คนขับรถอาจจะได้ทิป ผู้โดยสารไปถึงจุดหมายได้เร็ว เรียกว่าได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่แบบ win win situation" นายตะติยะกล่าว พร้อมอธิบายถึงวิธีการนำมาปรับประยุกต์ใช้เกิดประโยชน์ภายในองค์กรว่า เริ่มต้นจากการ list objective ของบริษัท ซึ่งได้มาจากการสื่อสารกันระหว่างผู้บริหารและพนักงาน( two way communication ) แล้วจึงกำหนดเป็นแม่บทออกมาแบบกว้างๆ ซึ่งอาจจะเป็นวัตถุประสงค์โดยตรง หรือเป็นเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น องค์กรตั้งการสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้า เป็นต้น ทั้งนี้ เป้าหมายที่วางไว้จะครอบคลุมเรื่องของการบริหารจัดการภายในองค์กรทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ คน การจัดการ การเงิน ฯลฯ
และเมื่อได้เป้าหมายที่ต้องการแล้ว หน่วยงานแต่ละหน่วยที่เกี่ยวข้อง(ระดับฝ่ายปฏิบัติการ) จึงนำโจทย์ที่เกี่ยวข้องกลับไปช่วยกันขบคิด แตกย่อย หรือเจาะลึกลงไปในแต่ละข้อว่า การจะได้มาซึ่งคำตอบที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดประสิทธิผลต่อการทำงานจะต้องประกอบด้วยกระบวนการใดบ้าง โดยจัดลำดับความสำคัญก่อนและหลังของเป้าที่ตั้งไว้ แล้วคิดหาวิธีหรือกระบวนการที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ต่อไป ซึ่งในองค์กรอาจจะมีมากกว่าหนึ่งหน่วยงานก็ได้ เช่น บริษัทต้องการสร้างรายได้เข้าบริษัท เพราะฉะนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเป้าที่วางไว้ เช่น แผนกเช่าพื้นที่ ขายอาหาร เป็นต้น
ในทางตรงกันข้ามหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับโจทย์หรือเป้าหมายดังกล่าวก็จะไม่เกิดความสับสน ทำให้การทำงานสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยยึดหลักการทำงานเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นหลัก ซึ่งนับเป็นข้อดีของ T’s POWER นายตะติยะกล่าว
"เราจะบอกแต่เป้าหมายที่วางไว้เท่านั้น ส่วนวิธีการปฏิบัติให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้นั้น ผู้เกี่ยวข้องจะต้องไปหาขั้นตอนหรือวิธีการทำกันเอง เพราะสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เขาต้องรู้และเก่งกันอยู่แล้ว ซึ่งก็จะไปสอดรับกับหลักการณ์กระจายอำนาจอันเป็นพื้นฐานเบื้องต้นในการบริหารงานของซีคอนสแควร์ที่กล่าวไว้ข้างต้น ที่สำคัญก็คือ เป้าหมายที่ตั้งไว้นั้นต้องสามารถวัดผลให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ ในทุกงาน ทุกระดับ และภาพรวมขององค์กรได้ด้วย"
นายตะติยะกล่าวสรุปทิ้งท้ายไว้ว่า การบริหารจัดการตามระบบ T’s POWER นี้เขาถือว่า เป็นเพียงเครื่องมือทางอ้อมในการวางกลยุทธ์ขององค์กรหรือหน่วยงานเท่านั้น เป็นเพียงกระบวนการและวิธีเพิ่มประสิทธิภาพอย่างหนึ่งให้กับองค์กร ระบบดังกล่าวเปรียบเสมือนกับกระดูกสันหลังของการบริหารจัดการบริษัทที่จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้เท่านั้น ซึ่งยังต้องมีการปรับปรุงและแก้ไขกันต่อไป ยังมิใช่ระบบการจัดการที่ดีที่สุดของซีคอนแสควร์ในความรู้สึกของนักบริหารท่านนี้
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ |
|
ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน
|
|