- หลัก ''ธรรมาภิบาล'' ผลักดันองค์กรสู่ความเป็นเลิศในสายธุรกิจโรงพยาบาลได้อย่างไร?
- เหตุใด? โรงพยาบาล ''นครธน'' ถึงยอมถอยหนึ่งก้าว เพื่อปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ป้ายแดง
- เจาะลึกกระบวนการตั้งแต่หัวขบวนยันท้ายขบวนของสถานประกอบการสายพันธุ์ใหม่
- ชงกลยุทธ์สร้างความต่าง ''Unique'' เกาะธุรกิจติดเทรนด์ "เมดิคอลสปา"
ภายใต้การแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาลในปัจจุบัน ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันสู่การเป็นศูนย์กลางการบริการทางการแพทย์แห่งเอเชีย (Medical Hub of Asia) ส่งผลให้โรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนตื่นตัว สอดรับนโยบายด้วยเล็งเห็นโอกาสที่เกิดขึ้น ผนวกกับความพร้อมของโรงพยาบาลโดยเฉพาะภาคเอกชนที่มีแรงขับด้านความสามารถของทีมแพทย์ซึ่งสร้างชื่อเสียงมาในระดับหนึ่ง
ขณะที่ "นครธน" โรงพยาบาลเอกชนที่จัดว่าเป็นน้องใหม่ในวงการเปิดให้บริการมาได้ 9 ปี เล็งเห็นโอกาสในเชิงธุรกิจ ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในวงการธุรกิจโรงพยาบาลเช่นเดียวกัน แต่ด้วยประสบการณ์ ซึ่งผู้บริหารมองว่ายังเป็นจุดอ่อน จึงยอมถอยหลังหนึ่งก้าว เริ่มกันตั้งแต่ปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์องค์กรกันใหม่ ชูจุดขายสู่การเป็นโรงพยาบาลธรรมาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย พร้อมสร้างความเป็นยูนีคด้วยการประกาศเป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการแบบองค์รวมแห่งแรกอีกเช่นกัน
ลัก ''ธรรมาภิบาล''
นายแพทย์วิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลนครธน กล่าวกับ "ผู้จัดการรายสัปดาห์" ว่า การยึดหลักธรรมาภิบาล จะทำให้ได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน ซึ่งหัวใจของหลักธรรมาภิบาลคือความศรัทธา ความไว้วางใจ สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของธุรกิจโรงพยาบาล เพราะหากธุรกิจโรงพยาบาลไม่สามารถสร้างความศรัทธาขึ้นได้ โอกาสการกลับมาใช้บริการซ้ำเป็นสิ่งที่ยาก ซึ่งจะชูให้เป็นจุดแข็งของโรงพยาบาล
ด้วยหลักธรรมาภิบาลที่ว่าคือ ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ มีผู้รับผิดชอบโดยตรง มีความยุติธรรม เที่ยงตรง การมีส่วนร่วมของบุคลากรและความเป็นมืออาชีพ ซึ่งขณะนี้กำลังสร้างให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจ รวมไปถึงผู้ถือหุ้น ขณะเดียวกันสร้างความรับรู้ต่อผู้เข้ามาใช้บริการ เกิดการยอมรับในชุมชนในการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้คือการไม่เอาเปรียบสร้างสิ่งที่ดีที่สุดให้เกิดแก่สังคม ซึ่งจะเกิดความยั่งยืนและการพัฒนาต่อไปในอนาคต
โดยจะเริ่มกันตั้งแต่การรับคนเข้ามาทำงาน การฝึกอบรมและการประเมินผล โดยนำระบบคุณภาพไปจับ เพราะทิศทางขององค์กรคือการเป็นโรงพยาบาลชั้นดี ฉะนั้นบุคลากรต้องเป็นบุคคลชั้นดีด้วย สิ่งหนึ่งที่ทำร่วมกันคือการสร้างฝันร่วมกันกับพนักงาน เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารต้องสร้างฝัน สร้างจินตนาการหรือจินตภาพ และภาพลักษณ์องค์กรที่ชัดเจน
"การให้คนในองค์กรเห็นว่าเราจะไปถึงเป้าหมายได้ผมว่าเป็นจุดสำคัญ ผมเห็นด้วยกับคุณซิกเวย์ ผู้บริหารของดีแทค ให้ความหมายของ CEO คือ Chief Executive Story telling Officer หัวหน้าที่สามารถเล่าเรื่องให้พนักงานฟังได้แล้วเข้าใจในจิตและวิญญาณขององค์กรแล้วขับเคลื่อนไปด้วยกัน"
งพลังขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย
นายแพทย์วิโรจน์ ยอมรับว่า หลังจากการสร้างความเข้าใจต่อวิสัยทัศน์ใหม่แล้ว บุคลากรหรือพนักงานเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายที่วางไว้ เริ่มแรกนั้นวัฒนธรรมองค์กรคือการ concern the people เพื่อสร้างคน สร้างศรัทธาต่อองค์กร เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลใหม่แต่ปัจจุบัน ได้เพิ่ม concern performance โดยใช้ระบบคุณภาพเข้ามาจับ จะมีการวางแผนกลยุทธ์ทุกอย่าง สู่เข็มมุ่งขององค์กร โดยจะสอดคล้องกับแผนที่วางไว้
และต่อไปที่จะทำคือพัฒนาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization : LO) และการบริหารจัดการองค์ความรู้ ( Knowledge Management : KM) ซึ่งเป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่สำคัญต่อไปในอนาคต เพื่อพัฒนาศักยภาพของคนในองค์กรให้สามารถสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน โดยอยู่ระหว่างการวางฐานระบบคอมพิวเตอร์ หาโปรแกรมที่เหมาะสมเข้ามาใช้เพื่อเป็นข้อมูลในการบริหารองค์ความรู้ให้ดีขึ้น
"เรามองถึงเรื่อง Human capital หรือทุนมนุษย์ ที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายแต่เป็นเรื่องของการลงทุน ถ้าสร้างตรงนี้มากเท่าไหร่ องค์กรนั้นจะมีสินทรัพย์ที่แตะต้องไม่ได้สูงมาก เราต้องการไปให้ถึงตรงนี้"
และในบทบาทของผู้นำ ในการนำพาองค์กรสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้นั้น นายแพทย์วิโรจน์ กล่าวว่า ความหมายของ director manager มีความหมายที่ชัดเจนคือผู้ที่กำหนดทิศทางนโยบาย กระจายอำนาจและมีความยุติธรรม
โดยจะมีการประชุมสรุปทุกเช้ากับระดับหัวหน้างาน เพื่อทราบความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะเดียวกันตนได้มีการ ตรวจตราเพื่อคุยและสอบถามกับคนไข้พร้อมกับดูแลความเรียบร้อย ซึ่งเป็นตัวอย่างให้กับหัวหน้างาน เพราะทำเองหมดไม่ได้ และไม่ใช่การทำแทนแต่ให้พนักงานคิดและนำเสนอ
"ผมคิดว่าถ้าพนักงานสนุกกับการทำงาน มีเป้าหมายชีวิตที่แท้จริง อย่างผมต้องการบริหารนครธนให้เจริญในแบบธรรมาภิบาล ผมก็เดินตามเส้นทางนี้ไปเรื่อยๆ ในแต่ละวันผมได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจ สำเร็จไปอีกวัน วันรุ่งขึ้นก็ทำ 1 เดือนมองย้อนหลังเห็นผลงานไหม นั่นคือความสุข ที่บอกว่าความสุขมันต้องเกิดขึ้นจากตัวตนที่อยู่ในตัวเรา"
อดโอกาสทางธุรกิจ
ขณะเดียวกันเขายังมองถึงโอกาสทางธุรกิจ สร้างความสำเร็จด้วยการเป็น to be the first และ to be the different โดยการชูยุทธศาสตร์การรักษาแบบองค์รวม เปิดให้บริการภายใต้ชื่อ "นครธนไทยเมดิคอลสปา" ให้บริการผสมผสานระหว่างแพทย์แผนไทยกับแพทย์แผนตะวันตก รับ global trend ที่ทั่วโลกหันมาเน้นการรักษาแบบองค์รวมมากขึ้น พร้อมตั้งรับผู้ท้าชิงด้วยการสร้างเครือข่ายในกลุ่มโรงพยาบาลที่ให้ความสนใจในแนวทางการรักษาดังกล่าว
"เป็นการให้บริการที่เป็น unique ตามทฤษฎีของคอตเลอร์ที่กล่าวถึงความเป็น unique value proposition ที่เสนอให้กับลูกค้าให้ได้และที่เราจะต้องแข่งขัน จะเห็นว่า ปัจจุบัน แต่โรงพยาบาลทุกที่จะเน้นศูนย์หัวใจ หุ่นยนต์ผ่าตัด ถามว่าอะไรคือองค์รวมของมนุษย์พื้นฐานจริงๆ เป็นอย่างไร ทั้งการกิน วิธีคิด ไม่มีเลย เราต้องเปลี่ยนแนวความคิด ซึ่งจะเป็นจุดแข็งของเราอีกอย่างหนึ่ง"
และโอกาสจากนโยบายรัฐบาล Medical Hub of Asia ซึ่งขณะนี้ไทยเป็นเพียงผู้นำด้านต้นทุนเท่านั้น แต่ยังไม่มีความเป็น unique ซึ่งนครธนได้สร้างความต่างชูด้านการบริการเมดิคอลสปาขึ้นมาโดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา ภายใต้การนำของ "แพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ" ในฐานะเลขานุการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ไทย ซึ่งมองว่าองค์ความรู้เป็นปัจจัยที่สำคัญ จำเป็นต้องผนึกรวมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อให้มีวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์สามารถสร้างการยอมรับและตรวจสอบได้
"ปัจจุบันคนสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เพราะเจ็บป่วยแต่ละครั้งค่ารักษาแพง เอางบส่วนนี้มาดูแลรักษาร่างกายดีกว่า กินอาหารที่ดี ออกกำลังกาย มองในแง่เศรษฐศาสตร์ดีกว่า เพราะระหว่างคนป่วยกับคนไม่ป่วยมีมากว่าถ้าเรามาจับกลุ่มนี้น่าสนใจ
ก่อนชีวจิตฟีเวอร์ บอกถึง unmade need ความต้องการที่ยังไม่ถูกค้นพบ ถ้าผู้ให้บริการสามารถหาได้จะเป็นผู้ชนะ แต่ที่ผ่านมาทางการตลาดจะต้องหาความต้องการของลูกค้านั้น ล้าสมัยไปแล้วเพราะทุกคนรู้ ทุกคนทำวิจัยกันหมด ตอนนี้ต้องหาความต้องการที่ไม่ถูกค้นพบของลูกค้า ความต้องการไหนที่ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ชิงหาตรงนี้ได้ก่อน เราคิดว่าเราหาตรงนี้ได้ก่อน
เราต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง มีความเป็นเอกลักษณ์สอดคล้องกับโอกาสต่างๆ ที่ความเป็นไทยหยิบยื่นให้กับเรา แม้กระทั่งนโยบายรัฐบาลก็ตาม เราไม่ต้องการความรวดเร็ว เพราะถ้าเร็วมีประโยชน์อะไร เราต้องการความยั่งยืน ขอมีการเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอและความไว้เนื้อเชื่อใจ ได้รับความศรัทธา และเป็นที่พึงพาของคนและชุมชนเราก็พอใจแล้ว" เขากล่าวย้ำ
ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ