ศาลแรงงานไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ “โพสต์ฯ” ยืนกราน ไม่รับ “อดีต บก.โต๊ะข่าวความมั่นคง” กลับทำงาน หลังลงข่าวรันเวย์หนองงูเห่าร้าว “ตัวแทนโพสต์” ยื่นเอกสารคำให้การระบุไล่ออกไม่ได้เอาใจรัฐบาล แต่พบทำข่าวประมาทเลินเล่อ
วันนี้ (8 ก.พ.) ที่ห้องไกล่เกลี่ย ศาลแรงงานกลาง ถ.พระราม 4 เวลา 13.00 น. ศาลนัดพร้อมคู่ความเพื่อไกล่เกลี่ยในคดีที่นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ อดีตบรรณาธิการข่าวความมั่นคงของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) เจ้าของ นสพ.บางกอกโพสต์, นายเดวิด จอห์น อาร์มสตรอง บรรณาธิการรักษาการ นสพ.บางกอกโพสต์ และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บมจ.โพสต์ พับลิชชิง เป็นจำเลยที่ 1-3 เรื่องสัญญาจ้างแรงงาน และกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กรณีที่ บมจ.โพสต์ฯ เลิกจ้างนายเสริมสุข โดยไม่เป็นธรรมจากกรณีเมื่อวันที่ 9 ส.ค.48 นสพ.บางกอกโพสต์ นำเสนอข่าวรันเวย์สนามบินสุวรณภูมิ (หนองงูเห่า) ร้าว โดยเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจ้างและค่าเสียหายที่ถูกเลิกจ้างเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 13 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี และเรียกค่าชดเชยจากกองทุนเลี้ยงชีพรวม 623,700.08 บาท
การนัดเจรจาไกล่เกลี่ยวันนี้ นายเสริมสุข อดีต บก.โต๊ะข่าวความมั่นคง เดินทางมาพร้อมกับภรรยา และนายนคร ชมพูชาติ ทนายความ ขณะที่ บมจ.โพสต์ฯ จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้นายพรชัย แสงอรุณ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล และทนายความ เข้าเจรจาไกล่เกลี่ยแทน ซึ่งการเจรจาดังกล่าวใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ แต่ผลปรากฏว่าทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่ง บมจ.โพสต์ฯ จำเลยที่ 1 ยังได้ยื่นเอกสารคำให้การจำนวน 22 แผ่นที่ระบุเหตุผลว่าบริษัทฯ ไม่ได้กระทำการเลิกจ้างนายเสริมสุขเพื่อเอาใจรัฐบาล พร้อมกับยืนยันต่อศาลผู้ไกล่เกลี่ยว่านายเสริมสุขปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อในการนำเสนอข่าวรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิร้าว ดังนั้นจึงไม่มีโอกาสที่บริษัทจะเสนอเรื่องให้รับนายเสริมสุขกลับเข้ามาปฏิบัติงานได้อีก
ดังนั้น เมื่อคู่ความไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลจึงมีคำสั่งให้นำคดีเข้าสู่กระบวนพิจารณาคดีตามปกติ ซึ่งศาลนัดพร้อมคู่ความอีกครั้งเพื่อกำหนดประเด็นนำสืบและกำหนดวันสืบพยาน ในวันที่ 9 มี.ค.นี้ เวลา 13.00 น.
ภายหลัง นายนคร ชมพูชาติ ทนายความของนายเสริมสุข กล่าวว่า วันนี้เป็นการนัดเจรจาไกล่เกลี่ยครั้งแรก ซึ่งนายเสริมสุขยืนยันต่อศาลว่าไม่ได้กระทำผิดในกรณีที่นำเสนอข่าวรันเวย์ร้าว โดยเราเสนอเงื่อนไขให้ บมจ.โพสต์ฯ พิจารณารับนายเสริมสุขกลับเข้าทำงานต่อไป แต่ปรากฏว่านายพรชัย ผู้แทนจาก บมจ.โพสต์ฯ ยืนยันอย่างเข้มแข็งว่าไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวได้ และอ้างเหตุว่าเป็นเพราะนายเสริมสุขกระทำการด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงซึ่งเป็นเหตุตามกฎหมายที่ บมจ.โพสต์ฯ จะเลิกจ้างได้ ดังนั้น มื่อบริษัทฯ ไม่สามารถตอบรับเงื่อนไขการรับกลับเข้าทำงานได้ ในทางคดีนายเสริมสุขจะนำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งร่วมอยู่ในเหตุการณ์ขณะนำเสนอข่าวรันเวย์ร้าวมานำสืบต่อไป เพื่อยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของนายเสริมสุขไม่มีความผิดที่จะต้องถูกเลิกจ้างแต่อย่างใด ซึ่งในการนำเสนอข่าวนายเสริมสุขได้ยืนยันว่ามีแหล่งข่าวภายในของรัฐบาลเป็นผู้ให้ข้อมูล และมีการพิจารณาตรวจสอบเนื้อหาข่าวก่อนที่จะส่งตีพิมพ์แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ นายเสริมสุขยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.48 ระบุในคำฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้าง เริ่มทำงานเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.48 ตำแหน่งหัวหน้าข่าว “โต๊ะข่าวความมั่นคง” ของ นสพ.บางกอกโพสต์ ได้รับค่าจ้างเดือนละ 69,768 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกสิ้นเดือน ต่อมาวันที่ 29 ส.ค.48 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ โดยระบุเหตุการณ์เลิกจ้างว่า โจทก์กระทำการโดยประมาทเลินเล่อในการทำข่าวเรื่องรอยร้าวที่รันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งโจทก์ไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา จึงเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจ้างจำนวน 8,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ค่าเสียหายจากการถูกเลิกจ้าง 5,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี และเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพจำนวน 623,700.08 บาท
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ