สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาและหลักกฎหมายแรงงาน ชุดที่ 1

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาและหลักกฎหมายแรงงาน ชุดที่ 1 | การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM


        สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาและหลักกฎหมายแรงงาน ชุดที่ 1

        มีสาระสำคัญครอบคลุมเรื่องลักษณะของกฎหมายแรงงาน คำนิยามของนายจ้างและลูกจ้าง สัญญาจ้างแรงงาน และหลักประกันการทำงาน ดังนี้ 

1. แนวคิดและลักษณะสำคัญของกฎหมายแรงงาน

  • กฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย: กฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นกฎหมายที่กำหนด มาตรฐานขั้นต่ำ ในการทำงาน ข้อตกลงใดที่ขัดต่อมาตรฐานขั้นต่ำนี้ย่อมตกเป็น โมฆะ เช่น ข้อตกลงว่าหากลูกจ้างตั้งครรภ์ให้ถือว่าเลิกสัญญา (ฎ.1354/2549) หรือข้อตกลงไม่นำค่าครองชีพมารวมเป็นค่าจ้างเพื่อคำนวณค่าชดเชย (ฎ.8938-8992/2552)
  • การตีความกฎหมาย: หากมีข้อสงสัยในการตีความ ให้ตีความไปในทางที่ให้การคุ้มครองลูกจ้างและสร้างมาตรฐานที่ดีแก่สังคมแรงงาน
  • สัญญาประนีประนอมยอมความ: แม้กฎหมายแรงงานจะเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แต่หากลูกจ้างตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลเพื่อรับเงินช่วยเหลือและสละสิทธิเรียกร้องคาชดเชย สัญญานั้นย่อมมีผลสมบูรณ์ ไม่เป็นโมฆะ (ฎ.1610/2528)

2. การพิจารณาหน่วยงานที่แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ

  • ดูจากการดำเนินการจริง: การพิจารณาว่าหน่วยงานใดแสวงหากำไรหรือไม่ ให้พิจารณาจาก การดำเนินการจริง ไม่ใช่เพียงวัตถุประสงค์ในกฎหมายจัดตั้ง
  • ตัวอย่างคำวินิจฉัย:
    • องค์การมหาชน: หากมิได้แสวงหากำไร อาจได้รับยกเว้นไม่ให้นำกฎหมายคุ้มครองแรงงานบางมาตรา (เช่น เรื่องค่าชดเชย) มาใช้บังคับ (ฎ.7487/2562) แต่หากองค์การมหาชนกำหนดระเบียบที่เป็นคุณแก่ลูกจ้างไว้เอง นายจ้างต้องผูกพันตามระเบียบนั้น
    • สหกรณ์: ถือว่าเป็นการดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ของสมาชิก จึงเป็นการ แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ (ฎ.2782/2545)
    • สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์: มีการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และมีกำไร จึงเป็นการแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ (ฎ.7176/2545)

3. นิยามของ "นายจ้าง" และ "ลูกจ้าง"

  • นายจ้าง: คือผู้ที่ตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ ซึ่งรวมถึงผู้ได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้างด้วย
    • ผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีฐานะเป็นนายจ้างตามกฎหมาย (ฎ.252/2547, ฎ.8923-8927/2551)
    • ภริยาของหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้ถือหุ้น หากมิได้รับมอบหมายให้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคล ย่อมไม่มีฐานะเป็นนายจ้างและไม่มีอำนาจเลิกจ้าง (ฎ.2706/2531, ฎ.1533/2527)
  • ลูกจ้าง: คือผู้ที่ตกลงทำงานให้นายจ้างเพื่อรับค่าจ้างภายใต้ อำนาจบังคับบัญชา
    • หากมีอำนาจบริหารเต็มที่ ไม่ต้องรายงานตัวหรือบันทึกเวลาทำงาน และไม่อยู่ภายใต้ระเบียบวินัยปกติ ย่อม ไม่ใช่ลูกจ้าง (ฎ.6783/2548, ฎ.8785/2550)
    • พนักงานรัฐวิสาหกิจ มีฐานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน (ฎ.2599/2524, ฎ.74/2525)

4. สัญญาจ้างแรงงาน

  • ลักษณะสัญญา: เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ ไม่มีแบบ (ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ) และอาจเกิดขึ้นโดยปริยาย (ฎ.15186-15192/2557)
  • หลักเกณฑ์ประกอบสัญญา:
    • หลักประสิทธิภาพของงาน (Business Efficacy): เช่น การจ้างพนักงานขับรถ ย่อมเห็นโดยปริยายว่าลูกจ้างต้องมีใบขับขี่ หรือการเลิกจ้างพนักงานระดับบริหารที่ขาดมนุษยสัมพันธ์จนงานขาดประสิทธิภาพถือว่ามีเหตุสมควร (ฎ.7179/2545)
    • หลักประเพณีปฏิบัติ (Custom and Practice): หากมีการปฏิบัติสืบต่อกันมาโดยนายจ้างยอมรับ สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาได้ แต่ต้องไม่เป็นโทษต่อลูกจ้าง (ฎ.976/2550)
    • หลักสุจริต (Good Faith): ลูกจ้างที่ใช้สิทธิฟ้องร้องโดยไม่สุจริตจะไม่มีอำนาจฟ้อง (ฎ.2546/2552)

5. การเรียกรับหลักประกันการทำงาน

  • เงื่อนไขการเรียก: นายจ้างเรียกหลักประกันได้เฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการเงินหรือทรัพย์สินตามที่ประกาศกระทรวงแรงงานกำหนดเท่านั้น เช่น ผู้จัดการสถานีบริการน้ำมัน (ฎ.3034/2545) แต่พนักงานทำความสะอาดเรียกหลักประกันไม่ได้ (ฎ.668/2544)
  • วงเงินประกัน: รวมมูลค่าหลักประกันทุกประเภทต้องไม่เกิน 60 เท่า ของอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ย
  • การคืนหลักประกัน: ต้องคืนพร้อมดอกเบี้ยภายใน 7 วัน นับแต่วันที่เลิกจ้าง ลาออก หรือสัญญาประกันสิ้นอายุ
  • ข้อตกลงที่เป็นโมฆะ: ข้อตกลงให้หักเงินประกันไปชำระหนี้อื่นที่ไม่ใช่ค่าเสียหายจากการทำงาน หรือข้อตกลงว่าหากทำงานไม่ครบกำหนดจะยึดเงินประกัน ย่อมตกเป็นโมฆะแม้ลูกจ้างจะยินยอม (ฎ.12620/2558, ฎ.7333/2558)

6. ความรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน

  • การตีความโดยเคร่งครัด: สัญญาค้ำประกันต้องตีความตามตัวอักษร ไม่ขยายความรับผิดเกินกว่าที่ระบุไว้ในสัญญา
    • ผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น ก่อน ทำสัญญาค้ำประกัน (ฎ.13582/2556)
    • หากลูกจ้าง ย้ายตำแหน่ง ไปทำงานที่มีความเสี่ยงสูงกว่าตำแหน่งเดิมที่ระบุไว้ในสัญญาค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิด (ฎ.15904/2553)
  • สัญญาประนีประนอม: การทำสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างนายจ้างและลูกจ้างหลังจากเลิกจ้างแล้ว อาจทำให้ความรับผิดตามสัญญาค้ำประกันเดิมระงับสิ้นไป (ฎ.6980/2559)

 





จำนวนผู้ชม 76 ครั้ง




ข้อมูลบทเรียนออนไลน์ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์