ต้องเข้าใจเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง จึงจะพัฒนาได้อย่างถูกทาง

ต้องเข้าใจเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง จึงจะพัฒนาได้อย่างถูกทาง | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : ต้องเข้าใจเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง จึงจะพัฒนาได้อย่างถูกทาง, ข้อมูลเกี่ยวกับ ต้องเข้าใจเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง จึงจะพัฒนาได้อย่างถูกทาง



เศรษฐกิจมีความหมายกว้างกว่าคำว่าธุรกิจ(ทำการผลิตและการค้าให้ได้กำไร) และกว้างกว่าการมุ่งเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม(GDP) ตามแนวคิดเศรษฐศาสตร์กระแสหลักตะวันตก
       
       เศรษฐกิจคือการจัดองค์กรทำงานร่วมกันระหว่างแรงงานและทรัพยากร ที่ดิน แหล่งน้ำ แร่ธาตุ เครื่องจักร วัตถุดิบ พลังงาน เพื่อผลิตและกระจายสินค้าและบริการอย่างมุ่งให้มีประสิทธิภาพและสร้างความพอใจสูงสุด (ต้นทุนต่ำ, ใช้เวลาน้อย, ได้ผลผลิตสูง, มีคุณภาพ) ต่อประชาชนส่วนใหญ่
       
       ธุรกิจเป็นเพียงส่วนย่อยที่รัฐบาลต้องมีหน้าที่ดูแลให้ธุรกิจเป็นเครื่องมือที่มีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในความหมายกว้างคือพัฒนาความอยู่ดีกินดี ซึ่งรวมทั้งการได้รับการศึกษา สาธารณสุข บริการทางสังคมและสภาพแวดล้อมที่ดีด้วย และป้องกันปราบปรามไม่ให้ธุรกิจเอกชนค้ากำไรเกินควร เอาเปรียบแรงงาน ผู้บริโภค และทำลายสุขภาพอนามัย ทำลายสภาวะแวดล้อม
       
       การพัฒนาเศรษฐกิจนอกจากมุ่งเพิ่มมูลค่าผลผลิตหรือสินค้าและบริการที่เป็นประโยชน์แล้ว ต้องกระจายทรัพย์สินรายได้สินค้าและบริการที่เป็นประโยชน์สู่คนส่วนใหญ่อย่างเป็นธรรม และต้องคำนึงถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนั้น การพัฒนาอุตสาหกรรมต้องเลือกเท่าที่จำเป็นและมีการควบคุมการปล่อยมลภาวะอย่างเข้มงวด ไม่ปล่อยให้มีการสร้างมลภาวะที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่ อย่างกรณีนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งรัฐควรจะแก้ไขแบบกล้าหาญที่จะใช้มาตรฐานควบคุมมลภาวะแบบสหภาพยุโรปหรือญี่ปุ่น
       
       ประเทศไทยเป็นประเทศขนาดกลางค่อนข้างใหญ่ มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 21 ของโลก แต่พัฒนาประเทศได้ไม่เก่ง มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของไทยจึงอยู่อันดับที่ 35 ของโลก ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ต่อหัวอยู่อันดับที่ 92 ของโลก ผลิตภาพโดยเฉลี่ยของแรงงานไทย, ดัชนีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจอยู่อันดับท้าย ๆ ในหมู่ประเทศรายได้ปานกลางด้วยกัน, ดัชนีการพัฒนามนุษย์(วัดจากรายได้, การศึกษา, และสาธารณสุข)
อยู่อันดับที่ 81 ของโลก
       

       เศรษฐกิจไทยเป็นระบบเศรษฐกิจทุนนิยมแบบกึ่งผูกขาดที่เป็นบริวาร คือพึ่งพาทุน(และการค้า)จากประเทศทุนนิยมศูนย์กลางเช่นสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยุโรปตะวันตกฯลฯมาก พึ่งพาตลาด/เศรษฐกิจภายในประเทศน้อย นายทุนส่วนน้อยเป็นเจ้าของและผู้ควบคุมปัจจัยการผลิต(ที่ดิน โรงงาน เครื่องจักร ทุน)และเป็นผู้จ้างแรงงานให้ทำการผลิตสินค้าที่นายทุนเป็นเจ้าของนำไปขายในระบบตลาด การกำหนดราคาสินค้า ค่าจ้างและค่าเช่าที่ดินขึ้นอยู่กับทุนต่างชาติ ทุนขนาดใหญ่และเจ้าที่ดินซึ่งเป็นคนส่วนน้อยที่ได้ความมั่งคั่งจากกำไร ดอกเบี้ย และค่าเช่ามาก ขณะที่แรงงาน ผู้บริโภค และผู้เช่าซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่เป็นฝ่ายได้ค่าแรงงานต่ำ ซื้อของแพง แต่ขายพืชผลที่ตนผลิตได้ถูก เพราะแรงงาน ผู้บริโภคและผู้เช่ามีการจัดตั้งองค์กรและมีอำนาจต่อรอง รวมทั้งมีความรู้ข้อมูลข่าวสาร น้อยกว่าพวกนายทุนและเจ้าที่ดินมาก
       
       ในปี 2549 กลุ่มคนที่รวยที่สุด 20% แรกของประชากรไทยทั้งประเทศมีสัดส่วนในรายได้ถึง 56.29% ของรายได้ของคนทั้งประเทศ ขณะที่คนที่จนที่สุด 20% สุดท้าย มีสัดส่วนในรายได้เพียง 3.84% ของรายได้ของคนทั้งประเทศ ส่วนที่เหลือระหว่างกลาง 2 กลุ่มนี้คือคนที่มีรายได้ปานกลาง และรายได้ต่ำลดหลั่นกันลงมา
       
       ในประชากรราว 64-65 ล้านคนของไทย มีคนที่รวยที่สุดราว 5% ของประชากร อีก 35% ที่มีรายได้สูงถัดมา เป็นคนรวยและคนชั้นกลาง ที่เหลือคือคนส่วนใหญ่ราว 60% เป็นคนรายได้น้อยและคนจน คนรวยที่สุดมีฐานะ/รายได้แตกต่างจากคนจนที่สุดหลายร้อยเท่า การจัดอันดับเปรียบเทียบประเทศต่าง ๆ ในแง่ความเสมอภาคในการกระจายรายได้ ไทยอยู่อันดับที่ 70 คือมีประเทศอื่นที่กระจายรายได้เป็นธรรมมากกว่าไทยถึง 69 ประเทศ ประเทศไทยอาจจะดีสำหรับคนรวยคนชั้นกลาง แต่คนจนอยู่อย่างยากลำบากเพิ่มขึ้น
       
       แรงงานไทยกลุ่มใหญ่ที่สุดคือลูกจ้างในภาคบริการและการค้ามากที่สุด รองลงมาคือเกษตรกรและลูกจ้างภาคเกษตร และผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย เช่นพ่อค้าแม่ค้าย่อย, ช่าง คนขับรถสาธารณะ แรงงานรับจ้างทั่วไป ส่วนคนงานในภาคผลิตอุตสาหกรรม มีน้อยกว่าที่คนทั่วไปเข้าใจ เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมของไทยซึ่งลงทุนโดยหรือร่วมกับทุนต่างชาติใช้เครื่องจักรและทุนในการผลิตสูง และจ้างงานคนได้จำนวนหนึ่งเท่านั้น การเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกที่พึ่งทุนเครื่องจักรพลังงาน วัตถุดิบจากต่างประเทศมาก เป็นประโยชน์ต่อนายทุนทั้งต่างชาติและในชาติมากกว่าคนงานและผู้บริโภค
       
       ภาคเกษตรมีมูลค่าคิดเป็นสัดส่วนในระบบเศรษฐกิจ(GDP)เพียงราว 10% แต่แรงงานไทยราว 30-40% ยังทำมาหากินในภาคเกษตรและช่วยให้คนไทยทั้งประเทศมีอาหารพอกินและส่งออก และเรายังสามารถนำเอาผลผลิตเกษตรไปแปรรูปทำเป็นสินค้าอื่น ๆ ได้อีกมาก ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มในการแปรรูป คลังสินค้า การขนส่ง การค้า อุตสาหกรรมเกษตรฯลฯ อีกมาก แต่มูลค่าเหล่านี้ถูกคำนวณว่าเป็นของภาคอุตสาหกรรม การค้า และการบริการ มูลค่าของผลผลิตเกษตรของไทยจึงมีสัดส่วนต่ำกว่าที่เป็นจริง ส่วนหนึ่งก็มาจากการเกษตรกรส่วนใหญ่อยู่ในฐานะเสียเปรียบและยากจนด้วย
       
       ส่วนอุตสาหกรรม การค้าและบริการซึ่งมีสัดส่วนมูลค่าเศรษฐกิจรวมกันแล้วสูงราว 90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจของทุนต่างชาติ นายทุนใหญ่และนายทุนขนาดกลางในประเทศ ส่วนที่เป็นของผู้ประกอบการขนาดย่อมมีบ้างแต่น้อย และมักสู้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ไม่ได้ แรงงานส่วนใหญ่คือเกินกว่าครึ่งของแรงงานทั้งประเทศ ได้รับการศึกษาต่ำกว่าระดับประถมลงมา ผลิตภาพแรงงานต่อหัวต่ำ และได้ค่าจ้างผลตอบแทนต่ำ ยกเว้นพนักงานระดับสูงระดับกลาง(รวมทั้งข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ) และแรงงานฝีมือซึ่งเป็นแรงงานส่วนน้อย
       
       แรงงานของไทยร้อยละ 38.6 เป็นลูกจ้างเอกชน ร้อยละ 32.1 ทำงานส่วนตัว(รวมเกษตรกร) ร้อยละ 17.5 ทำงานให้ครอบครัว ร้อยละ 9.0 เป็นลูกจ้างรัฐบาล คนที่เป็นนายจ้าง(นายทุน)มีเพียงร้อยละ 2.7 ของแรงงานทั้งหมด เกษตรกรและผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยที่ถูกจัดว่าทำงานส่วนตัวนั้น จำนวนมากเป็นหนี้สิน และต้องทำงานตามพันธสัญญากับบริษัทหรือนายทุน ไม่ได้เป็นอิสระอย่างแท้จริง ผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย เช่นพ่อค้าแม่ค้าต้องจ่ายทั้งค่าเช่า ภาษีทั้งถูกกฎหมาย ทั้งภาษีเถื่อน รายได้ไม่แน่นอนและทำงานหนัก
       
       การที่แรงงานไทยส่วนใหญ่มีผลิตภาพต่ำและถูกเอาเปรียบ ทำให้พวกเขามีรายได้ต่ำ ไม่สามารถพัฒนาตนเองและอาชีพได้มากพอ คนส่วนใหญ่ไม่มีรายได้และอำนาจซื้อ ตลาดภายในประเทศไทยจึงเล็ก เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมีมูลค่าต่ำ ทั้งที่ไทยมีประชากรใหญ่ 64-65 ล้านคน ใหญ่กว่าอังกฤษ อิตาลีด้วย แต่เศรษฐกิจไทย(มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม)น้อยกว่า 2 ประเทศนี้ราว 10 เท่า
       
       การที่เศรษฐกิจรวมของไทยบางช่วงเติบโตได้ เพราะเป็นการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม การส่งออกสั่งเข้า, การค้าและบริการ, การใช้จ่ายของคนชั้นสูง ชั้นกลาง รวมทั้งคนระดับล่างที่เป็นหนี้เพิ่มขึ้น เป็นการเติบโตจากการทำลายทรัพยากรป่าไม้ สภาพแวดล้อม การเอาเปรียบแรงงาน การลงทุนจากต่างชาติและการกู้ยืม ไม่ใช่การเติบโตจาก
การรู้จักใช้แรงงานและทรัพยากรภายในประเทศอย่างสมดุล มีประสิทธิภาพ และไม่ทำลายสภาพแวดล้อม
       
       สิ่งที่สำคัญที่สุดในระบบเศรษฐกิจ คือคน
ประเทศไทยต้องเน้นการพัฒนาคน เศรษฐกิจจึงจะพัฒนาและเข้มแข็งได้ การพัฒนาคนคือการพัฒนาการจัดการศึกษา การฝึกอบรมเด็กและเยาวชนและคนที่ทำงานแล้วอย่างมีประสิทธิภาพและอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนทั้งประเทศมีความรู้ความสามารถ ทักษะในการทำงานและการดำรงชีพอย่างมีประสิทธิภาพ, มีวุฒิภาวะและจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม ให้เต็มตามที่ศักยภาพในการเรียนรู้ของคน พลเมืองที่มีคุณภาพเหล่านี้จึงจะไปแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศได้
       
       แต่การจัดการศึกษาของไทยส่วนใหญ่ยังด้อยประสิทธิภาพ มีทั้งปัญหาความไม่เสมอภาคในโอกาสการเรียนรู้ และคุณภาพที่แตกต่างกันมาก คุณภาพโดยเฉลี่ยต่ำเพราะครูอาจารย์ส่วนใหญ่มีความรู้แบบท่องจำมาและได้แต่สอนนักเรียนแบบท่องจำไปสอบเพื่อประกาศนียบัตร การศึกษาไทยจึงล้าหลังและเป็นตัวถ่วงการพัฒนาประเทศมาก ต้องมี
การปฏิรูปการเรียนการสอนให้คนเข้าใจ คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์เป็น และต้องปฏิรูปการบริหารจัดการเพื่อทำให้คนทั้งประเทศได้รับสิทธิและโอกาสในการได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม และทุกคนได้พัฒนาศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่
       

       นอกจากนี้ต้องปฏิรูปสื่อมวลชน ปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยแบบที่ภาคประชาชนมีบทบาทเพิ่มขึ้น ปฏิรูประบบเศรษฐกิจให้เป็นระบบผสมระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมกับระบบสหกรณ์ และรัฐสวัสดิการ ที่เน้นการกระจายทรัพย์สินและรายได้อย่างเป็นธรรมด้วย เราจึงจะทำให้ประชาชนฉลาด มีความรู้และทักษะที่ใช้งานได้ดี และเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ พอที่จะไปช่วยกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศไทยได้อย่างถูกทาง คือ
เติบโตอย่างสม่ำเสมอ เป็นธรรม และพัฒนาได้อย่างยั่งยืน(ลดการสร้างมลภาวะ)

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์





ลงวันที่ 13/11/2009 10:48:18
จำนวนผู้ชม 3131 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์