เป็นที่รับรู้ในวงการ HR-Organization Development ว่า งานสัมมนาระดับโลกอย่าง ASTD International Cofernece Exposition จัดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาทุกปี เป็นงานสัมมนาที่ผู้คนจากทั่วโลกต่างเดินทางมาร่วมรับฟังข้อมูล เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์การทำงานทางด้านการบริหารจัดการบุคลากรและองค์กร

ผ่านมามีองค์กรจากประเทศแถบเอเชียไม่กี่องค์กร ที่มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์บนเวทีให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนารับฟัง
ปี 2012 บริษัท เอพีเอ็ม กรุ๊ป และ SCG จากประเทศไทย มีโอกาสนำเสนอเรื่อง Building the New Global Leader at Siam Cement Group ให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนารับฟัง
จนเกิดคำถามตามมาว่า บริษัทที่ปรึกษา และ SCG ทำงานสัมพันธ์กันอย่างไร ? ถึงทำให้ SCG ก้าวข้ามไปสู่องค์กรระดับโลก ?
ทั้งยังทำให้องค์กรต่าง ๆ ทั้งจากยุโรป สหรัฐอเมริกา และเอเชียบางองค์กร ต่างให้ความสนใจการทำงานระหว่างบริษัทที่ปรึกษาอย่างเอพีเอ็ม กรุ๊ป ที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นหุ้นส่วนทางกลยุทธ์ให้กับ SCG
เพราะน้อยองค์กรจะทำเช่นนั้นได้ ?
รวมถึงอีกหลายองค์กรในเอเชีย
จนทำให้ ASTD International Conference Exposition เริ่มให้ความสนใจองค์กรในทวีปเอเชีย เพราะปัจจุบันองค์กรอย่างซัมซุงของประเทศเกาหลีใต้ เริ่มเข้ามามีบทบาทในฟอรัม ASTD ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะเรื่องของ Strategic Human Resource Development
ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ ASTD STADA Asia Pacific Conference 2012 จึงเบนเข็มมาจัดที่ประเทศสิงคโปร์ เพราะอย่างที่ทราบ ประเทศสิงคโปร์ถือเป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรและองค์กร
ที่สำคัญ สิงคโปร์ถือเป็นประเทศหนึ่งที่องค์กรข้ามชาติระดับโลกหลายแห่งมาปักหลักดำเนินธุรกิจอยู่ที่นี่ ดังนั้นตลอดระยะเวลาการจัดงานระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-2 พฤศจิกายน 2555 จึงเชื่อแน่ว่าน่าจะมีหลายองค์กรในเอเชียให้ความสนใจอย่างมาก
หนึ่งในนั้นคือบริษัท เอพีเอ็ม กรุ๊ป ที่ไม่เพียงจะขึ้นฟอรัมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และมุมมองในฐานะบริษัทที่ปรึกษา หากยังเชิญ SCG มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และมุมมองทางธุรกิจด้วย
ดังนั้นถ้าจะถาม "อริญญา เถลิงศรี" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอพีเอ็ม กรุ๊ป ในฐานะบริษัทที่ปรึกษา และในฐานะสมาชิกหลักของ ASTD ว่าทำไม ASTD ถึงให้ความสนใจองค์กรในทวีปเอเชีย
"อริญญา" จึงเล่าให้ฟังว่า จริง ๆ แล้วการที่ ASTD มาจัดที่สิงคโปร์ มีความน่าสนใจหลายประการคือ ทางฝั่งสหรัฐอเมริกาและยุโรปกำลังจับตามองหลายประเทศในเอเชีย
"เพราะหลายเรื่องที่ปฏิบัติทั้ง HR หรือ OD ไม่สามารถนำคอนเซ็ปต์จากต่างประเทศมาใช้ได้ 100% ดังนั้น ASTD ที่สิงคโปร์ ครั้งนี้จะมีความแตกต่างมาก เพราะผู้บรรยายจากทั่วโลกจะเดินทางมาที่นี่ และเขาจะต้องปรับเนื้อหาการพูดคุยทั้งหมดเพื่อให้เข้ากับเอเชีย"
"เพราะฉะนั้นเวลาเขาเล่าถึงกรณีศึกษาก็จะใกล้ตัวเรามากขึ้น ดังนั้นถ้าองค์กรไทยไปฟังจะรู้สึกว่าใกล้ตัวเรามาก และสามารถนำไปปรับใช้ได้ ที่สำคัญคือเรื่องของ network ภายในงานจะพบเครือข่าย HR/OD จากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียจำนวนมาก เราสามารถสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนมุมมองได้"
ถึงตรงนี้ จึงถาม "อริญญา" ต่อว่า ได้ข่าว SCG ไปร่วมสัมมนาบนเวทีนี้ด้วย
"ใช่ค่ะ เพราะปัจจุบันคนสนใจเอเชียมาก ๆ และองค์กรอย่าง SCG ถือเป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ที่สำคัญคราวนี้เขาจะลงลึกรายละเอียดให้เห็นอย่างชัดเจนมากกว่าตอนไปพูดที่สหรัฐอเมริกาอีก เพราะ SCG พูดถึงปี 2015 มานานมากแล้ว แต่บริษัทอื่น ๆ เพิ่งมาพูดถึง AEC เมื่อช่วงปี 2 ปีนี้เอง"
"ดิฉันมองว่าหลายบริษัทน่าจะภาคภูมิใจว่าบริษัทไทยอย่าง SCG ทำอะไรไปไกลมากกว่าหลาย ๆ องค์กรในอาเซียนด้วยกัน ดิฉันมองว่าสิ่งที่เขาทำ หลาย ๆ องค์กรยังไม่ได้ทำ อย่างการสร้างผู้นำ เราไม่สามารถลอกเมืองนอกได้ 100% เราจึงต้องมาปรับ มาดูให้เข้ากับองค์กรตัวเอง
ที่สำคัญการสร้างผู้นำให้ประสบความสำเร็จต้องมาจากคนขององค์กร และวิสัยทัศน์ขององค์กร"
พร้อมกันนั้น "อริญญา" ยังเล่าให้ฟัง ถ้าเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มีความเป็นไปได้ที่ลูกค้าจะหันมาใช้เอพีเอ็มมากขึ้น
"จริง ๆ เป็นไปได้และเป็นโอกาส แต่ดิฉันขอโฟกัสลูกค้าที่เป็นองค์กรของไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศเป็นหลักก่อน เพราะเป้าหมายของเรา การไปพูดในฟอรัมต่าง ๆ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ เราไม่ได้ไปหาลูกค้า แต่ไปเพื่อให้องค์กรจากทั่วโลกยอมรับองค์กรของไทย"
"นอกจากเอสซีจีแล้ว องค์กรของไทย อาทิ ไมเนอร์ กรุ๊ป, เอพี, ซีพี ออลล์ ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน แต่ก็ยอมรับว่าตอนนี้มีบริษัทที่ปรึกษาในเอเชีย เช่น มาเลเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย วิ่งมาให้เราดูแลเป็นที่ปรึกษาให้"
แต่กระนั้น สิ่งหนึ่งที่ "อริญญา" มอง และหลายองค์กรยังไม่ได้มองหลังจากเปิด AEC แล้ว คือตอนนี้เอเชียมีปัญหามาก คือการหลอมวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน อย่างเช่นเวียดนาม มองเผิน ๆ เหมือนวัฒนธรรมบางอย่างใกล้กันกับไทย แต่จริง ๆ มีความแตกต่างมาก ทั้ง ๆ ที่เป็นอาเซียนเหมือนกัน
"หรืออย่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดา ดูเผิน ๆ เหมือนไม่มีความแตกต่าง แต่จริง ๆ วัฒนธรรมแตกต่างกัน ฉะนั้นในงาน ASTD ฟอรัมที่สิงคโปร์ครั้งนี้ จะมีหัวข้อหนึ่งคือ จะทำอย่างไรให้วัฒนธรรมที่แตกต่างกันสามารถทำงานร่วมกันได้ ยกตัวอย่าง องค์กรไทยไปลงทุนเวียดนาม และคนเวียดนามชอบถามแบบไม่เกรงใจใคร ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมพร้อมกับสิ่งที่แตกต่างจากเรา"
"หรือหลายองค์กรมองแค่เรื่องการลงทุน แต่ลืมที่จะเตรียมคนให้พร้อมว่าเราจะไปทำธุรกิจในประเทศอื่น คนของเราพร้อมไหม ปรับตัวได้หรือเปล่า เข้าใจเรื่องการบริหารและการทำงานต่างวัฒนธรรมได้หรือไม่ นี่เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ"
"ดิฉันจึงอยากบอกว่าการรวมอาเซียนไม่ง่าย และอย่ามองแค่เรื่องจะลงทุนอย่างไรจนลืมมองเรื่องคน หรือจะทำงานกันอย่างไร สื่อสารอย่างไร ดังนั้นวิธีการถาม วิธีการแลกเปลี่ยน ความเข้าใจต่าง ๆ จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทุกองค์กรจะต้องพร้อมเรียนรู้ด้วย"
ถึงจะทำให้การรวมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนครั้งนี้สัมฤทธิผล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไปเลย !
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์