ใช้ โมเดล HPO อย่างไรให้ได้ผล ?

ใช้ โมเดล HPO อย่างไรให้ได้ผล ? | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



  *''นิด้า'' เผยเคล็ดปลุกศักยภาพคนในองค์กรด้วย HPO
       
       *ระบุองค์กรไทยแห่ใช้มานานกว่า 2 ปี ไร้ผลแถมไม่ตรงเป้า
       
       *ชี้ต้องเริ่มจาก ผู้นำ การสื่อสารภายใน หลักประเมินผลที่จับต้องได้
       
       *ด้านที่ปรึกษาแนะเริ่มจากวัฒนธรรมองค์กรทุกอย่างก็ง่ายขึ้น

       
        ตลอดระยะ 2 ปีที่ผ่านโมเดลการพัฒนาองค์กรสู่สมรรถนะสูงหรือ High Performance Organization (HPO) ได้รับความสนใจจากองค์กรขนาดใหญ่ในไทยอย่างมาก ด้วยโมเดลดังกล่าวนอกจากจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรอย่างยั่งยืนแล้ว ยังหมายถึงการสามารถต่อกรกับบริษัทข้ามชาติ รวมถึงการแข่งขันยังต่างประเทศได้
       
        แต่ที่ผ่านมา ดร.จิรประภา อัครบวร คณบดีคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในฐานะผู้เฝ้าติดตามดูกระบวนการบริหารบุคคลในแนวทาง HPO ของประเทศไทยมองว่า หน่วยงานพยายามนำเครื่องมือการจัดการต่างๆ เข้ามาใช้โดยไม่มีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจนในการปฏิบัติงานส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากรสูงขึ้น
       
        ล่าสุด นิด้า ได้จัดงานสัมมนา HR Alignment for High Performance Organization (HPO) เพื่อแนะนำข้อบกพร่องในการทำงานและการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเพื่อตั้งรับกับเศรษฐกิจฟื้นตัว
       
       ชี้ปมปัญหาจัดสรรทางรอด
       
        ดร.จิรประภา กล่าวว่า ระบบ HR ภายในที่มีอยู่เดิมไม่ถูกพัฒนาให้เหมาะสมกับแนวทาง มุ่งเน้นการทำงานแบบเดิมๆ ที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้วโดยไม่มีการพัฒนานำสิ่งแปลกใหม่มาจัดการคนภายใน ทั้งนี้เมื่อต้องการไปสู่การเป็นองค์กรที่มีศักยภายสูงต้องเริ่มปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดการบุคคลที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของบุคคลากรภายใน
       
        นอกจากนี้ผู้บริหารระดับสูงเป็นอีกกลไกสำคัญที่ต้องมีความเข้าใจถึงกระบวนการทำธุรกิจของตนอย่างชัดเจนและข้อดีข้อเสียของคนในแต่ละแผนกเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
       
        ทางออกที่ดีที่สุดในการพัฒนาบุคคลากรควรคัดเลือกคนที่มีความสามารถเหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กรตั้งแต่แรกเข้าทำงานเพราะปัจจุบันคนมีความซับซ้อนในด้านจิตใจสูงทำให้การประเมินผลงานอาจผิดพลาดได้
       
       การสื่อสารอย่างถูกวิธี
       
        ดร. วิชัย อุตสาหจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กล่าวถึง กระบวนการพัฒนาทรัพยากรโดยการสื่อสารในแนวทาง HPO ว่า เมื่อใดที่องค์กรเจอผลกระทบภายนอกเช่น ภาวะเศรษฐกิจตดต่ำกระบวนการสื่อสารที่มีศักยภาพยังเป็นแนวทางที่สำคัญซึ่งสร้างกำลังใจและดึงศักยภายของคนให้ร่วมฝ่าฟันอุปสรรค์ต่างๆร่วมกันอย่างสามัคคี
       
        ซึ่งแนวทางการพัฒนาบุคคลให้เกิดการสื่อสารที่เป็นระบบอย่างทั่วถึงมีกระบวนการทำงานดังนี้
       
        1. ต้องมีการพูดคุยอย่างสุภาพและเมื่อเกิดข้อโต้แย้งควรรับฟังความคิดเห็นผู้อื่นโดยไม่ควรแสดงกิริยาที่ไม่พอใจ
       
        2. สื่อสารให้ถูกกาลเทศะโดยบางครั้งการประชุมอาจเคร่งเครียดจนเกินไปอาจนำประเด็นเหล่านั้นมาหารือกันนอกที่ประชุมเพื่อไม่ให้เกิดความตึงเครียดในการทำงาน
       
        3. เลือกใช้คำให้เหมาะสมกับระดับตำแหน่ง
       
        4. ควรใช้น้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง ที่จริงใจในการสื่อสาร
       ขณะเดียวกันผู้บริหารเองในฐานะที่เป็นตนแบบเพื่อนำสู่การเปลี่ยนแปลงในการทำงานควรเปลี่ยนแปลงกระบวนการสื่อสารดังนี้
       
        1. มีความชัดเจนในการออกคำสั่ง
       
        2. มีการประเมินตนเองในการป้อนข้อมูลให้กับลูกน้อง
       
        3. รับคำวิจารณ์จากผู้ใต้บังคับบัญชาถึงการสื่อสารที่บกพร่อง
       
        4. สามารถพูดโน้มน้าวใจให้คนทำงานสามารถปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มใจ
       
        5. สร้างเครือข่ายพันธมิตรในองค์กรให้มากที่สุด
       
        "ที่ผ่านมาพบว่า คนทำงานส่วนใหญ่อยากเข้ามาทำงานในองค์กรเพราะชื่อเสียงของบริษัทซึ่งมีอิทธิพลต่อการสมัครงาน ขณะเดียวกันปัจจัยที่ทำให้คนลาออกเป็นผลจากการไม่พอใจผู้บริหารซึ่งหากมีการสื่อสารอย่างทั่วถึงและเหมาะสมองค์กรก็จะสามารถรักษาคนที่มีฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ให้ทำงานร่วมกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน"
       
        อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาในกระบวนการจัดการบุคคลด้วย HPO ในไทยไม่ประสบความสำเร็จเพราะผู้บริหารระดับบนไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน เนื่องจากการวางแผนองค์กรผู้มีอำนาจมีอิทธิพลในการตัดสินใจจึงต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหาร
       
       ค่าตอบแทนไม่ควรมองข้าม
       
        ดร.กัลยาณี คูณมี ผู้อำนวยการหลักสูตรภาคพิเศษ คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (นิด้า) กล่าวถึงการให้ค่าตอบแทนของกระบวนการ HPO เมื่อองค์กรพบกับภาวะวิกฤติจากเศรษฐกิจชะลอตัว จะต้องมุ่นเน้นการให้ค่าตอบแทนที่ไม่ใช้เงินเช่น การอบรมเพื่อพัฒนาทักษะ หรือการเลื่อนตำแหน่งงานที่มีความท้าทาย ฯลฯ
       
        ขณะเดียวกันกระบวนการให้ค่าตอบแทนจะต้องอิงกับผลงานรายบุคคลซึ่งมีหลักการประเมินดังนี้
       
        1. ประสิทธิผลตามเป้าหมายขององค์กรโดยมุ่งเน้นให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับผลงานของบุคคลที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์
       
        2. ผู้บริหารต้องมีความยืนหยุ่นในการมอบอำนาจให้หัวหน้าของแต่ละแผนกเป็นผู้ร่วมประเมิน
       
        3. มาตรฐานการให้ค่าตอบแทนที่ชัดเจนตามลำดับผลงานที่ทำ
       
        4. ยุติธรรมในการประเมินผลตอบแทนที่ให้กับพนักงาน
       
        5. ค่าตอบแทนเป็นไปตามพื้นฐานของกฎหมาย
       
        นอกจากนี้การให้รางวัลที่ไม่ใช้เงินต้องมีการประเมินความต้องการของสิ่งเหล่านั้นที่จะให้กับกลุ่มคนนั้นเหมาะสมและเป็นไปตามที่มุ่งหวังเพราะหลายองค์กรให้ผลตอบแทนยังไม่เหมาะสมกับความชอบของแต่ละคนซึ่งอาจทำให้ความเชื่อมั่นและความทุ่มเทในการทำงานลดลง
       
        สำหรับ 2 ปีที่ผ่านมาที่ประเทศไทยหันมาสนใจการพัฒนาองค์กรโดย HPO พบว่า ส่วนใหญ่พยายามนำเครื่องมือต่างๆ ในการวัดผลการให้ค่าตอบแทนโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมภายในองค์กรซึ่งเป็นผลเสียต่อการพัฒนาองค์กรระยะยาวเนื่องจากคนที่ทำงานดีอยู่เดิมอาจเสียกำลังใจหากเครื่องมือเหล่านั้นประเมินการทำงานต่ำกว่าความเป็นจริง
       
        ตัวอย่างเช่น องค์กร SMEs ที่ยังลองผิดลองถูกในการทำงานเนื่องจากไม่มีเงินทุนในการจ้างบุคคลากรผู้มีความเชี่ยวชาญมาวิจัยรูปแบบการให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับตน แต่จะเน้นการลอกเลียนแบบองค์กรใหญ่ๆที่ประสบความสำเร็จโดยนำเครื่องมือเหล่านั้นมาใช้กับองค์กร
       
       วัฒนธรรมองค์กรสู่เป้าหมายที่ดี
       
        อริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอพีเอ็ม กรุ๊ป องค์กรที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล กล่าวกับ "ผู้จัดการรายสัปดาห์" ว่า การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรในกระบวนการ HPO ว่า หากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง มีการพัฒนาในเรื่องของ "วัฒนธรรม" อย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดความ "แข็งแกร่ง" ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างต่อเนื่อง
       
        ดังนั้น การพัฒนาวัฒนธรรมในองค์กรต้องมุ่งเน้นปัจจัยแวดล้อมภายนอกซึ่งประกอบด้วย 2 แกนหลักดังนี้
       
        1. Mission การมุ่งเน้นไปสู่ภายนอก สิ่งแรกที่องค์กรควรมีคือ วิสัยทัศน์ (Vision) ซึ่งทุกๆ องค์กรต้องสร้างวัฒนธรรมในการที่จะทำอะไรต้องมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์(Goal and Objective)ที่ชัดเจน และทุกคนในองค์กรก็ต้องรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นทำไปเพื่ออะไรและสอดรับกับเป้าหมายขององค์กรอย่างไร และตนเองต้องเพิ่มบทบาทอะไรเพื่อให้สอดรับกับทิศทางขององค์กรที่จะไป
       
        2. Adaptability ความสามารถในการปรับตัวซึ่งควรจะมีผู้นำที่คอยดูว่าการต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงเรื่องใดบ้างที่ปรับแล้วองค์กรดีขึ้นและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์องค์กร ตลอดจนต้องมีข้อตกลงร่วมกัน (Agreement) ที่ทุกคนภายในเข้าใจตรงกันและก็ต้องยึดตรงนั้นไว้ในกระบวนการทำงาน
       
        ดังนั้นการมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งความเป็นเลิศพนักงานทุกคนต้องเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์




ลงวันที่ 22/05/2008 14:34:46
จำนวนผู้ชม 3800 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์