‘บทบาทขบวนการแรงงานกับประเด็นแรงงานข้ามชาติ’: รายงานจากการประชุมที่สมุทรสาคร (ตอนที่2)

‘บทบาทขบวนการแรงงานกับประเด็นแรงงานข้ามชาติ’: รายงานจากการประชุมที่สมุทรสาคร (ตอนที่2) | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



ความร่วมมือระหว่างขบวนการแรงงานกับองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ในการทำงานร่วมกัน

            จากการระดมความคิดเห็นเพื่อแสวงหาความร่วมมือระหว่างขบวนการแรงงานกับองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ในการทำงานร่วมกัน ผ่านการแลกเปลี่ยนใน 3 ประเด็นหลัก คือ เป้าหมายสำคัญของการแก้ไขปัญหาแรงงานข้ามชาติ, การดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย, ยุทธศาสตร์การทำงานร่วมกันและการแบ่งบทบาทหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย องค์กรพัฒนาเอกชน และแรงงานข้ามชาติ พบว่า

เรื่อง ข้อเสนอ/ข้อควรปฏิบัติ
ปัญหาแรงงานข้ามชาติ
  • 1. การเข้าเมืองผิดกฎหมาย
  • 2. การไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและนโยบาย
  • 3. การที่รัฐบาลของประเทศพม่าและประเทศไทยขาดความรับผิดชอบ
  • 4. การปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนไทยส่วนใหญ่
  • 5. นโยบายของรัฐไม่คุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติ
เป้าหมายสำคัญของการแก้ไขปัญหาแรง งานข้ามชาติ
  • 1. เพื่อให้แรงงานข้ามชาติได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามหลักสิทธิมนุษยชน และอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกับแรงงานไทยโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ
  • 2. เพื่อให้แรงงานข้ามชาติเกิดความมั่นคงในการทำงาน ในคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการทำงาน
  • 3. เพื่อให้มีกฎหมายคุ้มครองที่ชัดเจนและสอดคล้องกับมาตรฐาน/ปฏิญญาสากล สามารถบังคับใช้ได้จริง และแรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงได้
  • 4. เพื่อให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การบริการของรัฐโดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ
  • 5. เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีให้เกิดขึ้นในหน่วยงานรัฐ รวมถึงประชาชนต่อเรื่องแรงงานข้ามชาติ
การดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย •1.  การเข้าเมืองผิดกฎหมาย

  • มีการสำรวจตัวเลขแรงงานข้ามชาติให้ชัดเจน
  • เปิดโอกาสให้นายจ้างและลูกจ้างสามารถมาขึ้นทะเบียนได้ตลอดทั้งปี โดยไม่มีความผิดและเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ไม่เกิน 1,500 บาท/คน
  • ลดขั้นตอนการจดทะเบียนให้เกิดความยุ่งยากน้อยลง
  • กรมการจัดหางานมีการจัดทำใบอนุญาตทำงานชั่วคราว

•2.  แรงงานไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและนโยบาย / ความไม่มั่นคงในการทำงาน (มีกฎหมาย แต่ไม่ได้รับการคุ้มครอง)

  • องค์กรแรงงานเข้าไปมีส่วนร่วมผลักดันให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเป็นธรรม
  • แรงงานข้ามชาติมีการจัดตั้งกลุ่มให้การศึกษาเพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องสิทธิต่างๆอย่างถ่องแท้(สวัสดิการ , ค่าจ้ง , ความปลอดภัย , สุขอนามัย , กฎหมายไทย , ภาษา , การบริการของรัฐ)
  • มีการติดตามตรวจสอบหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการปฏิบัติตามกฎหมายที่เป็นจริง รวมทั้งให้กระทรวงแรงงานมีมาตรการบังคับให้นายจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และมีการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
  • หน่วยงานรัฐมีการจัดหาล่ามในการสื่อสารให้แรงงานข้ามชาติเวลาแรงงานมาติดต่อ

•3.  การที่รัฐบาลของประเทศพม่าและประเทศไทยขาดความรับผิดชอบ

  • Ngos /สหภาพแรงงาน ร่วมกันขอร้องสื่อมวลชนให้เผยแพร่ปัญหาและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผ่านประชาคมโลก
  • เรียกร้ององค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปแก้ไขปัญหา

•4.  การปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนไทยส่วนใหญ่

  • มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น เช่น 2 เดือน/ครั้ง อาจเริ่มต้นแลกเปลี่ยนในระดับผู้นำสหภาพก่อน แล้วค่อยขยายไปยังระดับสมาชิก
  • มีการจัดทำข้อมูล สารคดี เพื่อเผยแพร่เรื่องแรงงานข้ามชาติ
  • รัฐและสื่อมวลชนต้องนำเสนอข่าวแรงงานข้ามชาติที่เป็นจริง
  • มีการรณรงค์และส่งเสริมให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเรื่องแรงงานข้ามชาติในทุกภาคส่วน

•5.  นโยบายของรัฐไม่คุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติ / สิทธิไม่เท่าเทียม (ไม่มีกฎหมายที่ให้ความคุ้มครอง)

  • มีการรวบรวมประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อแรงงานข้ามชาติ แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นยื่นต่อรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์การระหว่างประเทศ
  • มีการรณรงค์ทางสังคม เพื่อเผยแพร่ปัญหาให้เกิดการรับรู้ เช่น การยื่นหนังสือ การเดินขบวน
  • การผลักดันแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ครอบคลุมถึงแรงงานข้ามชาติทุกประเภท โดยผ่านการล่ารายชื่อ 10,000 ชื่อ เพื่อขอแก้กฎหมายเรื่องนั้น
  • ผลักดันให้รัฐบาลไทยรับอนุสัญญาฉบับต่างๆที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ เช่น อนุสัญญาฉบับที่ 87 , 98
ยุทธศาสตร์การทำงานร่วมกันและการแบ่งบทบาทหน้าที่ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย และสหภาพแรงงาน

  • เป็นศูนย์กลาง ศูนย์รวมในการประสานความร่วมมือจากเครือข่ายต่างๆเข้าด้วยกัน
  • มีนโยบายเรื่องแรงงานข้ามชาติที่ชัดเจนเพื่อนำเสนอ ผลักดันต่อรัฐบาลไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ILO
  • กำหนดการเคลื่อนไหว เจรจา ต่อรอง เช่น ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการแรงงานข้ามชาติระดับชาติ ที่ประกอบด้วยรัฐ ลูกจ้างคนไทย นายจ้าง ลูกจ้างที่เป็นแรงงานข้ามชาติ
  • ให้การศึกษาและทำความเข้าใจแลกเปลี่ยนเรื่องแรงงานข้ามชาติแก่สมาชิกสหภาพ
  • ผลักดันเพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง รวมทั้งต้องเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมผ่านระบบรัฐสภา
  • รณรงค์ให้ประเด็นแรงงานข้ามชาติเป็นประเด็นสากล/สาธารณะ
  • จัดการศึกษาให้แรงงานข้ามชาติในเรื่องที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ภาษาของแรงงานข้ามชาติ

องค์กรพัฒนาเอกชน

  • เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลปัญหาเรื่องแรงงานข้ามชาติ เพื่อแบ่งปัน แลกเปลี่ยนกับเครือข่าย
  • จัดทำสื่อและสารคดีเผยแพร่
  • มีหน่วยปฎิบัติการภาคสนาม เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพ
  • จัดหาล่ามเพื่อการติดต่อสื่อสารและการแปลเอกสารต่างๆ
  • สนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มแรงงานข้ามชาติ และผลักดันให้แรงงานข้ามชาติได้เข้ามามีส่วนร่วมกับขบวนการแรงงานไทย

แรงงานข้ามชาติ

  • มีการรวบรวมข้อมูลให้เครือข่ายได้รับรู้ มีการแลกเปลี่ยนร่วมกัน เช่น มีคนสำหรับช่วยการบอกกล่าวข้อมูลที่ไม่เป็นธรรมต่อสาธารณะ
  • ขยายและจัดตั้งผู้นำในกลุ่มเพื่อขยายผลสู่แรงงานคนอื่นๆในพื้นที่
  • จัดตั้งสมาคมของแรงงานข้ามชาติโดยตรง (มีโครงสร้างการบริหาร/มีแผนงาน/มีเครือข่าย)

           

การรวมกลุ่มแรงงานข้ามชาติและความเป็นไปได้ในการนำหลักการมาประยุกต์ใช้ในบริบทประเทศไทย

            สำหรับในหัวข้อนี้คุณระกาวิน ลีชนะวานิชพันธ์ จาก ILO: International Labor Organization ประจำประเทศไทย ได้นำเสนอในประเด็นเรื่อง สหภาพแรงงานกับแรงงานข้ามชาติ: ตัวอย่างในระดับสากล ว่าเรื่องแรงงานข้ามชาตินั้นมีความสลับซับซ้อนในหลายประเด็น แต่สำหรับเรื่องการจัดตั้งการรวมกลุ่มแรงงานข้ามชาตินั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ สามารถนำตัวอย่างที่ดีของประเทศอื่นๆที่ประสบความสำเร็จแล้วมาปรับใช้ได้ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย

ประสบการณ์การจัดตั้งแรงงานข้ามชาติดูได้จากการทำงานในประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลี เช่น ประเทศฟิลิปปินส์เป็นแม่แบบในการจัดตั้งแรงงานของประเทศตนเองที่ไปทำงานอยู่ในต่างประเทศ โดยให้สหภาพแรงงานในประเทศต่างๆที่แรงงานไปอยู่ รับแรงงานข้ามชาติเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพ

สำหรับในประเทศไทยนั้นการเริ่มต้นในเรื่องนี้จะมีกลุ่มเป้าหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสหภาพแรงงานกับกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) โดยคุณระกาวินตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า ในประเทศไทย NGOs จะเป็นผู้เริ่มต้นให้ความสนใจในการจัดตั้งก่อน หลังจากนั้นค่อยชักชวนกลุ่มสหภาพแรงงานเข้ามาสนับสนุนหรือทำงานร่วมมือกันต่อไป คำถามสำคัญคือ ทำไม NGOs จึงเป็นผู้เริ่มต้น/เห็นความสำคัญของการจัดตั้งมากกว่ากลุ่มสหภาพแรงงาน

            ในปัจจุบันพบว่าแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยมีจำนวนประมาณ 5 % ของแรงงานทั้งหมด 36 ล้านคน (1.8 ล้านคน) ส่วนใหญ่กระจายอยู่ในบางพื้นที่ บางกิจการ บางอาชีพ พบส่วนใหญ่ใน 5 ประเภทกิจการ คือ เกษตรกรรม ประมง ก่อสร้าง การผลิต คนรับใช้ในบ้าน ทั้งในกรุงเทพ ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยแรงงานข้ามชาติเข้ามามีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ 1.5-6 % ฉะนั้นการมองเรื่องแรงงานข้ามชาติต้องมองในฐานะกระบวนการอพยพแรงงานที่ต้องจัดการไม่ใช่ปัญหาที่ต้องแก้ไข จากการศึกษาพบว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของแรงงานข้ามชาติจะสูงกว่าต้นทุนค่าใช้จ่ายที่รัฐและทุนต้องสูญเสียไป การคุ้มครองแรงงานข้ามชาตินั้นจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องและจำเป็นเท่าๆกับการปกป้องแรงงานไทย

            การบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติมีหลายมิติ ทั้งมิติเชิงนโยบาย เรื่องของสิทธิ เรื่องของความมั่นคง เรื่องสวัสดิการสังคม ที่จะต้องผสมผสานให้เกิดความสมดุล จุดมุ่งหมายของเรื่องนี้ในทัศนะของ ILO คือให้แรงงานข้ามชาติทุกคนถูกกฎหมายให้ได้ เพื่อให้แรงงานข้ามชาติได้รับสิทธิ ได้รับการดูแล ไม่ถูกริดรอนสิทธิที่ได้รับ

เมื่อแรงงานเข้ามาในประเทศไทยแล้ว ประเด็นต่อมา คือ เขาควรจะต้องมีสภาพการทำงานที่เหมาะสม ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการเข้าเมืองที่ถูกกฎหมายจากประเทศต้นทาง แรงงานควรจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนแรงงานที่เขาสามารถจ่ายได้ นอกจากนั้นแล้วเขาควรจะต้องได้รับความปลอดภัย/มีอาชีว
อนามัยที่ดีในการทำงาน มีความเท่าเทียม มีการยอมรับทักษะฝีมือที่ก้าวหน้า มีการปรับระดับฝีมือแรงงาน เช่น ในประเทศเกาหลีที่เมื่อก่อนรัฐบาลได้รับคนงานข้ามชาติที่ไม่มีทักษะ แต่พอสหภาพแรงงานเข้าไปต่อรอง เจรจา เคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดการยอมรับ พบว่าเมื่อแรงงานข้ามชาติมีประสบการณ์ในการทำงานเพิ่มขึ้น นายจ้างจะมีการปรับค่าจ้างและปรับระดับฝีมือในการทำงาน

            ILO ยังพูดถึงการส่งเงินกลับบ้านที่ปลอดภัย การเข้าถึงประกันสังคม การเข้าถึงกองทุนเงินทดแทน การบังคับใช้กฎหมายแรงงานให้จริงจังเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติกับแรงงานข้ามชาติ

ILO ยังเกี่ยวข้องกับอนุสัญญาฉบับต่างๆประมาณ 12 ฉบับ เช่น อนุสัญญาว่าด้วยการอพยพเพื่อการทำงาน, ข้อแนะว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานอพยพ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ดีการที่รัฐบาลของแต่ละประเทศจะให้การรับรองอนุสัญญาแต่ละฉบับนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะแต่ละประเทศจะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาดังกล่าวด้วย ทั้งการจัดทำรายงาน การตอบคำถาม การตอบข้อเรียกร้อง การถูกสอบสวน ซึ่งจะกลายเป็นภาระของรัฐบาลไป

            องค์กรและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรื่องแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย ประกอบด้วย รัฐ(กระทรวงมหาดไทย กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจ สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ รัฐสภา) นายจ้าง , สำนักงานจัดหางาน, ลูกจ้างและแรงงาน, องค์กรปกครองท้องถิ่น, ประชาชนทั่วไป ซึ่งองค์กรต่างๆเหล่านี้ต่างทำงานกระจัดกระจาย มีนโยบายในเรื่องแรงงานข้ามชาติของแต่ละองค์กรที่ไม่สอดคล้องกัน ไม่สามารถไปด้วยกันได้

            ฉะนั้นบทบาทของสหภาพแรงงานที่จะช่วยในการรวมกลุ่มแรงงานข้ามชาตินั้น จะสามารถทำได้หลายรูปแบบ การรวมกลุ่มเป็นองค์กรจะช่วยสร้างกลไกในการเข้าถึงเรื่องสิทธิแรงงาน การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ผ่านกระบวนการต่างๆ เช่น การให้บริการ การทำข้อมูล สายด่วน ล่าม อบรม เป็นต้น

            ตัวอย่างที่ดีของสหภาพแรงงานกับแรงงานข้ามชาติในประเทศต่างๆ มีดังต่อไปนี้

            ประเทศในเอเชีย

  • (1) ประเทศมาเลเซีย องค์กร MTUC มีการจัดทำแผนด้านแรงงานข้ามชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบปัญหาแรงงานข้ามชาติในมาเลเซีย , จัดให้มีศูนย์กลางช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ , จัดทำข้อตกลงกับสหภาพแรงงานในประเทศผู้ส่งแรงงาน เช่น อินโดนีเซีย
  • (2) ประเทศฟิลิปปินส์ มีการตั้งคณะทำงานนโยบายในด้านแรงงานที่เดินทางไปต่างประเทศ โดยประกอบด้วยตัวแทนภาครัฐ สภาแรงงาน ตัวแทนนายจ้าง และบริษัทจัดหางาน , สภาแรงงานฟิลิปปินส์ มีศูนย์กลางสำหรับแรงงานไปต่างประเทศ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่เดินทางไปและกลับมา , มีการจัดตั้งศูนย์กลางประสานงานแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศที่ในฮ่องกง อเมริกา ซึ่งมีการตั้งมากว่า 20 ปี โดยเป็นการทำงานร่วมกับสหภาพแรงงานในต่างประเทศ
  • (3) สภาแรงงานเนปาล มีการตั้งหน่วยงานรับผิดชอบแรงงานเนปาลในต่างประเทศ ปี 1994 มีการติดต่อกับประเทศต่างๆที่คนงานเนปาลไปทำงาน และสามารถหาตัวแทนคนงานในแต่ละประเทศเพื่อจัดตั้งกลุ่มให้สำเร็จ มีการติดต่อประสานงานกับสหภาพแรงงานและกลุ่มประชาคมในประเทศรับ เพื่อขอความร่วมมือและสนับสนุน สภาแรงงานทุกสภาในเนปาลได้ร่วมกันทำงานกับแรงงานในต่างประเทศ
  • (4) สหพันธ์แรงงานพม่า ก่อตั้งขึ้นในปี 1991 เพื่อส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของแรงงานพม่าและประชาธิปไตยในพม่า มีองค์กรสมาชิก 9 องค์กรได้แก่ สหภาพแรงงานอาหาร เกษตร การทอผ้า พนักงานด้านสาธารณสุข เหมืองแร่ สวนยาง พนักงานในเรือทะเล ขนส่ง และเรือประมง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มแรงงานพื้นเมืองต่างๆเป็นสมาชิก เช่น กอทูเล คะเรนนี และกะเหรี่ยง เป็นองค์กรตัวแทนแรงงานพม่าในระดับท้องถิ่นและสากล

            ประเทศในยุโรป

  • (5) สหภาพแรงงานของโปร์ตุเกส มีข้อตกลงกับสภาแรงงานอังกฤษ สเปน และสวิส ในการส่งเสริมสมาชิกชาวโปรตุเกส และรณรงค์วิธีลดข้อพิพาทกับนายจ้าง
  • (6) ประเทศฝรั่งเศส สภาแรงงานได้จัดตั้งศูนย์ในท้องถิ่นร่วมกับนายจ้างและรัฐ เพื่อช่วยเหลือแรงงานเกษตรตามฤดูกาล ให้ข้อมูลเรื่องสิทธิแรงงาน จัดหาที่พักระหว่างการเปลี่ยนงาน
  • (7) ประเทศเยอรมัน มีการตั้งสำนักงานช่วยเหลือแรงงานอพยพจากโปแลนด์และร่วมมือกับสภาแรงงานโปแลนด์ในการแจกเอกสารข้อมูลการทำงานในภาคเกษตร
  • (8) สภาอเมริกา มีการยื่นฟ้องสหพันธ์รัฐบาลร่วมกับสหพันธ์แรงงานเม็กซิโก กรณีให้คนงานต่างชาติที่ไม่จดทะเบียนออกจากงานโดยไม่ได้ค่าชดเชยเนื่องจากเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน
  • (9) UNI (สหพันธ์แรงงานบริการ) ออกบัตรสมาชิกให้แรงงานต่างชาติเพื่อคงสมาชิกภาพได้ทุกประเภทที่ทำงาน รวมทั้งการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน กฎหมาย และอื่นๆ
  • (10) UPU (สหพันธ์แรงงานไปรษณีย์) ช่วยจัดระบบการส่งเงินกลับบ้านในราคาถูก
  • (11) ICFTU มีแผนงานในการต่อต้านการเลือกปฏิบัติและการเหยียดเชื้อชาติและผิวพรรณ ในปี 2004

            ความสำเร็จของแต่ละประเทศนั้นจะขึ้นอยู่กับกระบวนการทำงานของภาครัฐและสหภาพแรงงานในแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน เช่น กรณีของฟิลิปปินส์ พบว่าฑูตแรงงานของประเทศฟิลิปปินส์ จะเสมือนเป็นกระทรวงแรงงานในต่างประเทศ ฉะนั้นเวลาศึกษาเรื่องนี้ต้องดูบทบาทของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน ในประเทศที่ได้รับความสำเร็จในการทำงานนั้นพบว่า ต้องมีความพยายามในการทำงานอย่างต่อเนื่อง สร้างเครือข่ายในการทำงานร่วมกัน เรียกร้องในประเด็นต่างๆร่วมกัน ใช้ทุกมาตรการทุกช่องทางในการเรียกร้อง

            สำหรับรูปแบบการจัดการของสหภาพแรงงานต่อเรื่องแรงงานข้ามชาตินั้นอาจมีหลายรูปแบบ  เช่น การเป็นศูนย์กลางประสานงานเครือข่าย , การจัดตั้งเครือข่ายแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติร่วมกัน, ความร่วมมือในการช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม, การช่วยเหลือในระดับสากล

ส่วนงบประมาณในการทำงานนั้น อาจดูตัวอย่างได้จากกรณีสภาแรงงานมาเลเซีย ที่ในตอนเริ่มต้นได้รับงบประมาณจาก ILO เพื่อดำเนินการเรื่องแรงงานรับใช้ในบ้านเพียงปีเดียว หลังจากนั้นก็ได้รับงบประมาณต่อจาก UNI การทำงานของสภาแรงงานมาเลเซียเป็นข้อเด่นที่สะท้อนถึงการทำงานของสหภาพแรงงานที่มีความต่อเนื่อง มีความยั่งยืนของงานมากกว่าการทำงานของ NGOs เช่น เรื่องของค่าสมาชิกที่จะมาช่วยสนับสนุนงบประมาณขององค์กรในระยะยาว จนในที่สุดสามารถตั้งเป็นสหภาพแรงงานคนรับใช้ในบ้านได้

ปัญหา อุปสรรค การท้าทายที่สหภาพแรงงานจะต้องเผชิญยามทำงาน ได้แก่ เรื่องกฎหมายแรงงาน ทัศนคติแรงงานไทย ธรรมนูญสหภาพแรงงาน ภาษาและวัฒนธรรม ทรัพยาการ(เงิน เวลา คน) รัฐและนายจ้าง ฉะนั้นนักสหภาพควรให้ความสำคัญต่อการจัดลำดับประเด็นเหล่านี้ เพื่อเป็นการทำงานระยะยาว ระยะกลาง ระยะสั้น

สำหรับความเป็นไปได้ในการนำหลักการมาประยุกต์ใช้ในบริบทประเทศไทยนั้นพบว่ายังมีอุปสรรคอยู่หลายประการ เช่น กรณี ITF เมืองไทยยังติดขัดในเรื่องความเป็นสมาชิกของแรงงานข้ามชาติ เนื่องจากสมาชิกของ ITF ส่วนใหญ่เป็นรัฐวิสาหกิจ ฉะนั้นคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยจึงควรจะเข้ามาเป็นตัวประสานงานในเรื่องสมาชิกขององค์กรแรงงานสากลในประเทศในประเด็นดังกล่าวด้วย

นอกจากนั้นแล้วปัญหาแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยมีจำนวนมาก ฉะนั้นน่าจะมีตัวแทนสำหรับประเทศไทยที่จะช่วยดูแลเรื่องแรงงานข้ามชาติ โดยอาจจะเป็นความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยร่วมกับมูลนิธิฟรีดริด เอแบร์ท(FES) และสหภาพแรงงาน เป็นผู้ดูแลในเรื่องนี้ เพื่อดูแลไม่ให้มีการละเมิดสิทธิแรงงาน สาเหตุที่ไม่เลือกใช้สภาแรงงานเป็นฝ่ายประสานงานนั้นเพราะว่าในปัจจุบันสภาแรงงานมีความขัดแย้งในองค์กรสูงมาก

            ILO ได้มีการจัดทำคู่มือการอบรมแบบมีส่วนร่วมเรื่องสหภาพแรงงานกับการจัดตั้งแรงงานข้ามชาติ โดยมี 3 หลักสูตรใหญ่ๆ คือ แรงงานข้ามชาติกับการอพยพเพื่อการจ้างงาน, แรงงานข้ามชาติกับเศรษฐกิจและสังคมไทย และการค้ามนุษย์ การแสวงหาประโยชน์ การเอารัดเอาเปรียบ นอกจากนั้นยังมีคู่มือเรื่องสิทธิของแรงงานต่างชาติ, คู่มือการส่งเสริมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของแรงงานข้ามชาติ และต่อไป ILO ก็จะมีการฝึกอบรมกับสหภาพแรงงาน ILO ยังเป็นศูนย์ข้อมูลที่ดีเรื่องแรงงานข้ามชาติเช่นเดียวกัน มีผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ

บทบาทสหภาพแรงงานในการส่งเสริมการรวมกลุ่มแรงงานข้ามชาติ

จากการระดมความคิดเห็นเรื่องบทบาทสหภาพแรงงานในการส่งเสริมการรวมกลุ่มแรงงานข้ามชาติใน 3 ประเด็น คือ (1) ปัญหาและอุปสรรคในการจัดตั้งแรงงานข้ามชาติ (2) การกำจัดปัญหาและอุปสรรคในการจัดตั้งแรงงานข้ามชาติ (3) การกำหนดยุทธศาสตร์การจัดตั้งแรงงานข้ามชาติของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย พบว่า

เรื่อง ข้อเสนอ/ข้อควรปฏิบัติ
ปัญหาและอุปสรรคในการจัดตั้งแรงงานข้ามชาติ •1.          ลูกจ้าง/ตัวแรงงานข้ามชาติ

  • แรงงานไม่รู้สิทธิในการรวมตัว ไม่รู้กฎหมาย ขาดการศึกษา ความรู้ เรื่องสิทธิ มีความกลัวความหวาดระแวงในเรื่องต่างๆ
  • มีการจัดเก็บค่าบำรุงที่แรงงานข้ามชาติไม่สามารจ่ายได้
  • การสื่อสารที่ไม่เข้าใจตรงกัน ทั้งในเรื่องภาษาและ/ข้อมูลข่าวสารต่างๆ
  • การมีสำนึกบุญคุณต่อนายจ้าง กลัวนายจ้าง
  • การแบ่งแยกแตกต่างระหว่างชาติพันธุ์ วัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณี
  • การอยู่แบบกระจัดกระจาย ไม่เป็นกลุ่ม
  • การทำงานของแรงงานที่ระยะสั้น ตามฤดูกาล ทำงานต่อเนื่องไม่มีวันหยุด
  • แรงงานข้ามชาติไม่ได้ขึ้นทะเบียนให้ถูกกฎหมาย
  • ข้อจำกัดการเดินทางออกนอกพื้นที่

•2.       นายจ้าง

  • ไม่ต้องการให้ลูกจ้างมีการวมกลุ่ม
  • ทัศนคติที่ไม่ดีของนายจ้าง
  • กลัวเสียผลประโยชน์

•3.      ภาครัฐ

  • การเข้าถึงกฎหมาย การบังคับใช้ไม่เด็ดขาด กฎระเบียบของภาครัฐ ฝ่ายปกครอง มีการละเมิดสิทธิแรงงานข้ามชาติ
  • การไม่ให้ความสำคัญเรื่องแรงงานข้ามชาติที่ชัดเจน
  • ทัศนคติที่ไม่ดี มีการเลือกปฏิบัติ ภาครัฐมองเรื่องแรงงานข้ามชาติเป็นเรื่องความมั่นคง
  • การขาดบุคลากร งบประมาณ

•4.      อื่นๆ

  • การเข้าถึงแรงงานข้ามชาติขององค์กรต่างๆ
  • การเมืองของแต่ละประเทศ
  • ปัญหาอิทธิพลในพื้นที่
การกำจัดปัญหาและอุปสรรคในการจัดตั้งแรงงานข้ามชาติ
  • 1. การให้ความรู้จัดเวทีแลกเปลี่ยนในประเด็นปัญหาที่แรงงานข้ามชาติประสบอยู่ มีการให้การศึกษา ให้ความรู้เรื่องสิทธิ และการรวมตัว การพัฒนาผู้นำ (ศูนย์การเรียนรู้) มีคณะทำงานลงพื้นที่ในการให้ความรู้ และปลุกจิตสำนึกให้แรงงานลุกขึ้นต่อสู้
  • 2. ส่งเสริมสนับสนุนให้มีกิจกรรมร่วมเพื่อให้เกิดการรวมกลุ่ม โดยใช้กลไกการเชื่อมโยงด้านวัฒนธรรม กีฬา
  • 3. จัดให้มีล่ามในการสื่อสาร
  • 4. การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของนายจ้าง ภาครัฐ ลูกจ้างคนไทย
  • 5. การผลักดันแก้ไขกฎหมายให้แรงงานข้ามชาติจัดตั้งองค์กรสหภาพแรงงาน แก้ไขข้อบังคับสหภาพให้เปิดรับสมาชิกที่เป็นแรงงานข้ามชาติ มีการสร้างค่านิยมทางบวกในการรับแรงงานข้ามชาติเป็นสมาชิกสหภาพ
  • 6. การผลักดันแก้ไขกฎหมาย/กฎระเบียน/นโยบายที่เกี่ยวข้อง เช่น ให้มีการยกเลิกกฎระเบียบที่จำกัดสิทธิของแรงงานในการออกนอกพื้นที่(กรณีที่มีบัตร) , การลดขั้นตอนการจดทะเบียนให้ง่ายขึ้น สะดวก ครอบคลุม ผลักดันให้รัฐบาลขยายเวลาในการจดทะเบียน เช่น ขึ้นทะเบียนได้ตลอดทั้งปี ขั้นตอนต่างๆต้องสะดวกมากขึ้น และลูกจ้างสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้ รวมทั้งมีบทลงโทษที่รุนแรงกับเจ้าหน้าที่รัฐ นายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
  • 7. ระบบการจัดเก็บค่าบำรุงต้องคำนึงถึงความสามารถในการจ่ายของแรงงานข้ามชาติ
  • 8. คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยร่วมกับ NGOs องค์กรแรงงานระหว่างประเทศในกิจการนั้นๆในเรื่องต่างๆ เช่น การจัดตั้ง ข้อมูลข่าวสาร และหากลุ่มเป้าหมาย
  • 9. การยื่นข้อเสนอต่อรัฐและมีคณะทำงานติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นกระแสทางสังคม เพื่อเป็นข่าว
  • 10. มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ มีการทำงานร่วมกับภาครัฐในพื้นที่ ชุมชน
การกำหนดยุทธ ศาสตร์ การจัดตั้งแรงงานข้ามชาติของคณะกรรมการสมาน ฉันท์แรงงานไทย
  • 1. ให้องค์กรสหภาพแรงงานที่เป็นสมาชิกของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยรับแรงงานข้ามชาติเป็นสมาชิก มีการจัดตั้งแรงงานข้ามชาติให้เข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย โดยคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยต้องลงพื้นที่ให้การศึกษาต่อแรงงานข้ามชาติ ให้ตระหนักถึงสิทธิของตนและนำไปสู่การปฏิบัติ และมีการประสานความร่วมมือระหว่างสหภาพแรงงาน FES ILO NGOs และกระทรวงแรงงาน
  • 2. มีการจัดทำแผนการให้การศึกษาเพื่อรณรงค์สร้างทัศนคติเชิงบวกในการเปิดรับสมาชิกแรงงานข้ามชาติ และสนับสนุนการจัดตั้งองค์กรแรงงานข้ามชาติ
  • 3. กลุ่มย่านแรงงานในพื้นที่ต้องรับองค์กรแรงงานข้ามชาติเข้าเป็นสมาชิก
  • 4. สร้างเครือข่ายกับองค์กรอื่น รณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจ เช่น การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย , UNI , GUF , ITF , ANM ในระดับนานาชาติ
  • 5. การจัดตั้งศูนย์ประสานงานในระดับชาติ ทั้งแรงงานที่มาประเทศไทยและแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศ และมีโต๊ะรับเรื่องร้องเรียนปัญหาของแรงานข้ามชาติโดยการสนับสนุนของ ILO
  • 6. ขยายเครือข่ายการจัดตั้งและการรวมตัวของแรงงานข้ามชาติให้มากขึ้น(ในพื้นที่) มีการสร้างเครือข่ายผู้นำและพัฒนาผู้นำให้สามารถปฏิบัติงานได้จริง
  • 7. เคลื่อนไหวรณรงค์ ผลักดันยื่นข้อเสนอต่อรัฐ ให้มีการยกเลิกแก้ไขกฎระเบียบที่ละเมิดสิทธิแรงงาน รวมทั้งมีคณะทำงานติดตาม เกาะติดกับประเด็นที่ไปยื่นข้อเสนอ

1หมายเหตุ: สรุปการประชุมโดยบุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ มูลนิธิส่งเสริมสันติวิถี (Peaceway Foundation), อดิศร เกิดมงคล International Rescue Committee (IRC), เสถียร ทันพรม ศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ (CAR) ซึ่งเป็นคณะทำงานเรื่องแรงงานข้ามชาติในคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ต้องการรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมกรุณาติดต่อมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท หรือคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยโดยตรง

ที่มา    ประชาไท (โดย : www.thailabour.org)




ลงวันที่ 29/03/2008 23:14:12
จำนวนผู้ชม 1902 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์