พนักงานโฮยาชุมนุมข้ามคืน-รอเจรจานายจ้างสำเร็จ แกนนำย้ำ ‘นี่ไม่ใช่ชัยชนะ’

พนักงานโฮยาชุมนุมข้ามคืน-รอเจรจานายจ้างสำเร็จ แกนนำย้ำ ‘นี่ไม่ใช่ชัยชนะ’ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 50 พนักงาน บจก.โฮยา กลาสดิสค์ (ประเทศไทย) นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน ได้ยื่นข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง 13 ข้อ พร้อมลงลายมือชื่อกว่า 3,286 รายชื่อ ต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำพูน

และต่อมามีการเจรจากับนายจ้างครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ไม่มีความคืบหน้า และพนักงานได้ลงมติยื่นพิพาทแรงงานเมื่อวันที่ 22 ม.ค. และมีการนัดเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานครั้งที่ 1 ระหว่างทาง บจก.โฮยา กับ ผู้แทนเจรจาฝ่ายลูกจ้าง ที่ห้องประชุม สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.ลำพูน โดยเริ่มเจรจาตั้งแต่เวลา 9.30 น. ของวันที่ 24 ม.ค. และผลการเจรจามีความคืบหน้าไปกว่า 9 ข้อนั้น

ไกล่เกลี่ยนัด 2 -นายจ้างรับข้อเรียกร้องครบ 13 ข้อ แต่ไม่เซ็นง่ายๆ

ล่าสุด วานนี้ (25 ม.ค.) ได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานครั้งที่ 2 ที่ห้องประชุม สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.ลำพูน เช่นเดิม โดยการเจรจาในวันนี้มีการตกลงอีก 4 ข้อ คือข้อ 3, 8, 10 และ 11 และนำข้อเรียกร้องที่มีการตกลงทั้ง 13 ข้อ บันทึกเป็น ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง โดยสามารถตกลงได้ในเวลาประมาณ 17.00 น.

อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานครั้งที่ 2 ตัวแทนเจรจาฝ่ายนายจ้างยังไม่ยอมลงลายมือชื่อในเอกสาร ‘ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง’ ทันที โดยให้เหตุผลว่าต้องขอความเห็นจากที่ปรึกษาทางกฎหมายของบริษัท และต้องแปลข้อเสนอปรับสภาพการจ้างทั้งหมดเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยและเปรียบเทียบกับภาษาไทยอีกครั้ง เมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว ฝ่ายนายจ้างจึงจะยอมลงลายมือชื่อ ด้วยเหตุนี้ขั้นตอนการลงลายมือชื่อจึงเป็นไปอย่างล่าช้า

ชุมนุมยื้อรอผลเจรจา แกนนำรายงานสถานการณ์เป็นระยะ

ขณะที่หน้าโรงงาน บจก.โฮยา กลาสดิสค์ (ประเทศไทย) นิคมอุตสาหกรรม จ.ลำพูน หลังเวลา 17.00 น. พนักงานได้เริ่มออกมาชุมนุมหน้าบจก.โฮยา เพื่อรอฟังผลเจรจา โดยในวันนี้พนักงานยังคงเลิกการทำโอทีทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน รวม 8 ชั่วโมง เช่นเดิม

ระหว่างที่พนักงานกว่า 2,000 คนชุมนุมรอฟังผลการเจรจา ได้มีการเล่นดนตรีให้กำลังใจการต่อสู้โดยเพื่อนพนักงาน สลับกับการรายงานสถานการณ์เจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานครั้งที่ 2 ที่ห้องประชุม สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.ลำพูน เป็นระยะ

กระทั่งเวลา 20.00 น. พนักงานที่ต้องทำงานช่วงกลางคืนได้ทยอยเข้าไปทำงานในโรงงาน เหลือแต่พนักงานช่วงกลางวันที่ชุมนุมรอฟังผลการเจรจาประมาณ 400 คน และในเวลาประมาณ 23.00 น. มีพนักงานช่วงกลางคืนที่อยู่ในช่วงพักออกมารอฟังผลการเจรจาที่ริมรั้วภายในโรงงานและบริเวณที่ชุมนุมด้วย

โดยแกนนำบนเวทีได้เชิญชวนให้พนักงานอย่าเพิ่งกลับที่พัก ขอให้รอฟังผลการเจรจาร่วมกัน และกล่าวว่า “ขอให้พวกเราฮักแพงกันเหมือนข้าวเหนียวปั้นก้อน”

เที่ยงคืนนายจ้างยอมลงลายมือชื่อ แกนนำรุดชี้แจงผลเจรจากับพนักงาน

กระทั่งการเจรจาไกล่เกลี่ยอันยาวนานได้สิ้นสุดลง หลังจากผู้แทนเจรจาฝ่ายนายจ้างยอมลงลายมือชื่อ หลังจากพิจารณาความถูกต้องของเอกสารแล้ว ในเวลาเกือบ 24.00 น. ของวันที่ 25 ม.ค. และในเวลา 00.20 น. ของวันนี้ (26 ม.ค.) แกนนำพนักงานที่เป็นผู้แทนเจรจาทั้ง 7 ได้มาถึงที่ชุมนุม โดยนายอัครเดช ชอบดี กรรมการสหภาพแรงงานอิเล็คทรอนิคส์และเครื่องไฟฟ้าสัมพันธ์ (สอฟส.) และผู้แทนเจรจาได้อ่านผลการเจรจาทั้ง 13 ข้อที่มีการบันทึกเป็นข้อตกลงสภาพการจ้าง โดยมีรายละเอียดดังนี้

ร.ส.9

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

เขียนที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

จังหวัดลำพูน

วันที่ 25 มกราคม 2551

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับนี้ ทำขึ้นระหว่าง / ผู้แทนบริษัท โฮย่า กลาสดิสค์ (ประเทศไทย) จำกัด กับ ผู้แทนลูกจ้าง ได้มีการเจรจากันตามข้อเรียกร้องของลูกจ้างฉบับลงวันที่ 11 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2550 และสามารถตกลงกันได้ทำให้ข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นอันยุติ ผลของข้อตกลง มีดังนี

1. บริษัทฯ ตกลงจ่ายเงินโบนัสแก่ลูกจ้างงวดประจำเดือนเมษายน 2551 สำหรับลูกจ้างฝ่ายผลิต (operator) ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินผลในระดับ D ขึ้นไปในอัตราไม่น้อยกว่า 1 เท่าของค่าจ้าง และลูกจ้างที่ได้รับการประเมินผลในระดับ A ไม่น้อยกว่าอัตรา 1.5 เท่า โดยคำนวณตามวิธีการคำนวณที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน สำหรับเงินโบนัสในเดือนธันวาคม 2551 ทั้งสองฝ่ายจะพิจารณาร่วมกันอีกครั้งหนึ่งภายในเดือนตุลาคม 2551

ส่วนลูกจ้างระดับอื่นๆ บริษัทฯ ยังคงใช้เงื่อนไขการให้เงินโบนัส ตามหลักเกณฑ์เดิม

2. บริษัทฯ ตกลงจ่ายค่าน้ำมันรถให้แก่พนักงานทุกคน เป็นวันละ 35 บาท

3. บริษัทฯ ปรับค่าจ้างแก่ลูกจ้างรายวันทุกคนเพิ่มขึ้นตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กระทรวงแรงงานกำหนด โดยลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน ให้นำอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น มาบวกเพิ่มกับค่าจ้างรายวันที่ได้รับ และปรับค่าจ้างลูกจ้างรายเดือนเพิ่มขึ้นโดยวิธีการคำนวณจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นคูณด้วย 30 วัน และนำผลประกอบการของบริษัทฯ ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา มาพิจารณาร่วมกันในการปรับค่าจ้างของลูกจ้างรายเดือนด้วย โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552

ทั้งนี้ ยกเว้นลูกจ้างรายเดือนตั้งแต่ระดับผู้จัดการแผนกขึ้นไป จะไม่ได้รับการปรับค่าจ้างตามเงื่อนไขข้างต้น

4. บริษัทฯ ตกลงปรับสภาพการจ้างของลูกจ้างรายวันที่ทำงานติดต่อกัน 5 ปีขึ้นไป ให้เป็นลูกจ้างรายเดือนดังนี้

-ลูกจ้างที่เข้ามาทำงานก่อนวันที่ 21 มีนาคม 2546 จะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนตั้งแต่งวดการคำนวณค่าจ้างเดือนเมษายน 2551 (21 มีนาคม - 20 เมษายน 2551) เป็นต้นไป

-ลูกจ้างที่เข้ามาทำงานตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2546 เป็นต้นไป จะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน ต้องผ่านเกณฑ์ประเมินผลที่บริษัทฯ กำหนด โดยทำการประเมินปีละ 2 ครั้ง ในเดือนเมษายน และเดือนตุลาคมของทุกปี จะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน (ตามเอกสารที่ฝ่ายนายจ้างนำมาเป็นหลักฐานและแนบท้ายข้อตกลงฉบับนี้จำนวน 1 แผ่น)

5. บริษัทฯ จัดหาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลแก่ลูกจ้างทุกคน โดยให้ครอบคลุมถึงสมาชิกในครอบครัวของลูกจ้าง คือ บิดา มารดา สามี หรือภรรยา และบุตรทุกคนในวงเงินดังนี้

-ลูกจ้างรายวัน ปีละ 5,000 บาท

-ลูกจ้างรายเดือน ปีละ 6,000 บาท

6. บริษัทฯ ปรับปรุงที่จอดรถของลูกจ้าง โดยก่อสร้างหลังคาที่จอดรถยนต์ และเทพื้นคอนกรีต สำหรับที่จอดรถจักรยานยนต์ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2551

7. บริษัทฯ กำหนดวันหยุดประเพณีปีละ 15 วัน โดยกำหนดวันหยุดช่วงสิ้นปีและช่วงวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2552 และกำหนดวันหยุดสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2551 ถึงวันที่ 16 เมษายน 2551 ปีต่อปี สำหรับวันหยุดตามประเพณีวันอื่นๆ นอกจากวันหยุดติดต่อกันข้างต้น หากบริษัทฯ ขอให้ลูกจ้างมาทำงาน อำนาจการตัดสินใจขึ้นอยู่กับลูกจ้าง

8. ทั้งสองฝ่ายตกลงให้ผู้แทนลูกจ้าง และผู้แทนนายจ้าง พิจารณาร่วมกันในเรื่องดังนี้

-ค่าสายตา สำหรับงานที่มีลักษณะงานที่ต้องใช้สายตาในการทำงาน และค่าเสี่ยงภัย สำหรับพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมี และการทำงานบนที่สูง ให้มีการสำรวจและพิจารณาร่วมกันให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนพฤษภาคม 2551 และให้นำผลสรุปมาพิจารณาร่วมกันภายในเดือนมกราคม 2552

-ค่ายืนทำงาน บริษัทฯ ให้ลูกจ้างที่เคยได้รับค่ายืนทำงาน 7 บาทต่อวัน ที่เคยเซ็นชื่อรับการเปลี่ยนแปลง 5 บาท สามารถเลือกกลับมาใช้เงื่อนไขเดิมในการจ่ายคืนที่ 7 บาทต่อคนต่อวันได้โดยการยินยอมของลูกจ้างที่จะเลือก

9. บริษัทฯ ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค ดังนี้

-ปรับปรุงให้มีน้ำดื่ม 2 ระบบ ทั้งน้ำเย็นและน้ำร้อนในจุดเดียวกันให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2551

-ปรับปรุงและซ่อมบำรุงระบบเปิด-ปิดน้ำให้สามารถใช้งานได้ทุกจุดภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2551

-ปรับปรุงโรงอาหารและเพิ่มจำนวน โทรทัศน์ และติดตั้งระบบ UBC อย่างพอเพียง ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2551

10. บริษัทฯ กำหนดให้ลูกจ้างหยุดพักผ่อนประจำปีเพิ่มเป็น 15 วันตามอายุงานดังนี้

-หยุดพักผ่อนประจำปีได้ 6 วันทำงานสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันมาครบ 1 ปี

-หยุดพักผ่อนประจำปีได้ 7 วันทำงานสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันมาครบ 2 ปี

-หยุดพักผ่อนประจำปีได้ 8 วันทำงานสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันมาครบ 3 ปี

-หยุดพักผ่อนประจำปีได้ 9 วันทำงานสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันมาครบ 4 ปี

-หยุดพักผ่อนประจำปีได้ 10 วันทำงานสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันมาครบ 5 ปี

-หยุดพักผ่อนประจำปีได้ 11 วันทำงานสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันมาครบ 6 ปี

-หยุดพักผ่อนประจำปีได้ 12 วันทำงานสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันมาครบ 7 ปี

-หยุดพักผ่อนประจำปีได้ 13 วันทำงานสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันมาครบ 8 ปี

-หยุดพักผ่อนประจำปีได้ 14 วันทำงานสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันมาครบ 9 ปี

-หยุดพักผ่อนประจำปีได้ 15 วันทำงานสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันมาครบ 10 ปี

กำหนดให้ลูกจ้างลากิจได้โดยได้รับค่าจ้าง และไม่นำการลากิจไปพิจารณาเบี้ยขยันของลูกจ้างไม่เกินปีละ 5 วันทำงาน

กรณีที่ลูกจ้างลากิจเกิน 5 วัน จะไม่ได้รับค่าจ้าง และมีผลต่อการพิจารณาเบี้ยขยัน

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงให้แก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทฯ ฉบับลงวันที่ 19 สิงหาคม 2541 ที่ได้ส่งสำเนาให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำพูน โดยตัดข้อความในหมวดที่ 6 ว่าด้วยการลาและหลักเกณฑ์การลา ข้อ 4.3 ข้อ 4.4. และ ข้อ 6 (ตามเอกสารแนบท้าย จำนวน 32 แผ่น)

11. บริษัทฯ จ่ายเงินรางวัลพิเศษแก่ลูกจ้างที่อายุงานต่อเนื่องกัน โดยกำหนดจ่ายเงินรางวัลพิเศษ ภายในเดือนมกราคมของทุกปีดังนี้

-ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 10 ปี ได้รับเงินพิเศษ 10,000 บาท

-ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 15 ปี ได้รับเงินพิเศษ 15,000 บาท

-ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปี ได้รับเงินพิเศษ 20,000 บาท

12. บรรดาข้อตกลงหรือสวัสดิการอื่นใด และหรือประเพณีปฏิบัติที่ไม่มีข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลง ให้คงสภาพการจ้างเหมือนเดิม และจะปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน

13. ห้ามมิให้บริษัทฯ รังแก เปลี่ยนแปลงหน้าที่ หรือเลิกจ้าง หรือกระทำการใดๆ อันเป็นเหตุทำให้ลูกจ้างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง ไม่สามารถทนทำงานได้

กฎ ระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ของบริษัทฯ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนอกเหนือจากข้อตกลงสภาพการจ้างทั้ง 13 ข้อนี้ ให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันทำสัญญาเป็นต้นไป ทั้งนี้ คณะกรรมการสหภาพแรงงานอิเล็คทรอนิคส์และเครื่องไฟฟ้าสัมพันธ์ ตกลงให้บันทึกเป็นหลักฐานว่า จะไม่ยื่นข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างอีกจนกว่าข้อตกลงฉบับนี้จะครบอายุ หากต้องการจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขสภาพการจ้าง ต้องยื่นข้อเรียกร้องภายใน 60 วัน ก่อนข้อตกลงฉบับนี้สิ้นสุดลง

ทั้งสองฝ่ายได้อ่านข้อตกลงดังกล่าวเป็นที่เข้าใจถูกต้องแล้ว จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

แกนนำชี้ถ้าไม่ต่อสู้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

นายอัครเดช ชอบดี กรรมการสหภาพแรงงาน สอฟส. กล่าวว่า จากวันที่เราร่วมต่อสู้กันมา 11 ธ.ค. ถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบสองเดือน เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง คิดดูถ้าเราไม่สู้ ถ้าเราไม่ยื่นข้อเรียกร้อง ถ้าเราไม่มีสหภาพแรงงาน เราจะมีวันนี้หรือไม่ เราจะได้ดื่มน้ำร้อนหรือไม่ เราจะได้ค่าน้ำมันรถ 35 หรือ 20 บาทเท่าเดิม ทั้งที่ราคาน้ำมันรถขึ้นเอาๆ สิ่งนี้คือส่วนหนึ่งของสหภาพแรงงานว่าด้วยข้อเรียกร้อง ทุกอย่างได้มาด้วยการต่อสู้ วันนี้ทุกท่านได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเราได้ร่วมกันต่อสู้ สิ่งที่ทำมาทั้งหมดไม่ใช่ผลงานของทีมเจรจา 7 คน หรือกรรมการสหภาพแรงงาน หรือผู้ปฏิบัติงาน แต่เป็นผลงานของทุกคนที่ได้ร่วมกัน

นายธาดา ธิมาเกตุ กรรมการสหภาพแรงงาน สอฟส. กล่าวว่า ขอให้จดจำกันไว้ว่าเพื่อนๆ ที่นั่งกันอยู่ที่นี่คือเพื่อนตาย คือเพื่อนผู้ใช้แรงงานที่ต่อสู้ร่วมกันมาโดยตลอด นี่คือระบบแรงงานสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง และระหว่างลูกจ้างด้วยกัน ถ้าไม่ทำแบบนี้เราจะเห็นหน้าค่าตากันไหม เราจะรู้จักกันไหม พี่น้องที่ทำงานในแต่ละโรงงานนั้นเราได้มารู้จักกันแล้ว ขอให้ถามไถ่ชื่อเสียงเรียงนามกันไว้ เพราะยังต้องทำกิจกรรมร่วมกันอีกมาก

“การต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีแพ้และชนะ เป็นการต่อสู้เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน เป็นสิ่งที่ผ่านมาในอดีต ที่มันถูกกดดันมานาน ได้ถูกแก้ไขส่วนหนึ่งแล้วในวันนี้ ขอให้รักกันสมานฉันท์กันไว้มากๆ เพราะพวกเราต้องทำกิจกรรมร่วมกันอีกมาก ขอย้ำว่าไม่ใช่การต่อสู้เพื่อแพ้และชนะ แต่ต่อสู้เพื่อให้เรารักกัน” กรรมการสหภาพแรงงานผู้นี้กล่าว

ประธาน สอฟส. ขอบคุณเพื่อนพนักงานทุกคนที่ร่วมต่อสู้

นายศรีทน เปรื่องวิชาธร ประธานสหภาพแรงงาน สอฟส. กล่าวว่า นับตั้งแต่วันแรกที่เราลงลายมือชื่อเพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้อง จนถึงวันนี้ ปัญหาต่างๆ จากผู้ใช้แรงงานได้ส่งถึงผู้บริหารโดยตรง และวันนี้เรามีสหภาพอิเล็คทรอนิคส์และเครื่องไฟฟ้าสัมพันธ์แล้ว แม้วันเวลาเปลี่ยนไปนับจากวันที่ 11 ธ.ค. แต่พวกเรายังเหนียวแน่น อย่างที่เคยบอกว่าพวกเราเคียงบ่าเคียงไหล่เดินไปพร้อมๆ กัน และขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่น้อง ผู้ใช้แรงงานที่ร่วมต่อสู้ทุกคน

โดยประธานสหภาพแรงงาน สอฟส. ได้นัดหมายชี้แจงรายละเอียด ผลการเจรจาอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงเย็นวันนี้ (26 ม.ค.) และพนักงานได้สลายการชุมนุมไปโดนสงบในเวลาประมาณ 1.00 น. ของวันนี้ (26 ม.ค.)

00000

สรุปผลการเจรจาข้อเรียกร้องเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ยื่นต่อ บจก.โฮยากลาสดิสค์ (ประเทศไทย) เปรียบเทียบกับ บันทึกเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หลังการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานครั้งที่ 2 วันที่ 25 มกราคม 2551

ข้อเรียกร้อง ผลการเจรจา

1.ขอให้บริษัทฯ จ่ายโบนัสให้กับพนักงานครั้งละ 2.5 เท่าทุกคนโดยไม่มีการตัดเกรด 1.บริษัทฯ ตกลงจ่ายเงินโบนัสแก่ลูกจ้างงวดประจำเดือนเมษายน 2551 สำหรับลูกจ้างฝ่ายผลิต (operator) ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินผลในระดับ D ขึ้นไปในอัตราไม่น้อยกว่า 1 เท่าของค่าจ้าง และลูกจ้างที่ได้รับการประเมินผลในระดับ A ไม่น้อยกว่าอัตรา 1.5 เท่า โดยคำนวณตามวิธีการคำนวณที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน สำหรับเงินโบนัสในเดือนธันวาคม 2551 ทั้งสองฝ่ายจะพิจารณาร่วมกันอีกครั้งหนึ่งภายในเดือนตุลาคม 2551

ส่วนลูกจ้างระดับอื่นๆ บริษัทฯ ยังคงใช้เงื่อนไขการให้เงินโบนัส ตามหลักเกณฑ์เดิม

2.ขอให้บริษัทฯ เพิ่มค่าน้ำมันให้กับพนักงานทุกคนจากเดิมที่บริษัทฯ จ่ายค่าน้ำมันให้พนักงานวันละ 20 บาท เป็นวันละ 50 บาท 2.บริษัทฯ ตกลงจ่ายค่าน้ำมันรถให้แก่พนักงานทุกคน เป็นวันละ 35 บาท

3. ขอให้บริษัทฯ ปรับค่าจ้างของพนักงานรายวันและพนักงานรายเดือนเพิ่มขึ้นจากเดิมคนละ 20% และให้ปรับค่าจ้างให้กับพนักงานขึ้นตามส่วนต่างของการปรับค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด 3.บริษัทฯ ปรับค่าจ้างแก่ลูกจ้างรายวันทุกคนเพิ่มขึ้นตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กระทรวงแรงงานกำหนด โดยลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน ให้นำอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น มาบวกเพิ่มกับค่าจ้างรายวันที่ได้รับ และปรับค่าจ้างลูกจ้างรายเดือนเพิ่มขึ้นโดยวิธีการคำนวณจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นคูณด้วย 30 วัน และนำผลประกอบการของบริษัทฯ ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา มาพิจารณาร่วมกันในการปรับค่าจ้างของลูกจ้างรายเดือนด้วย โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552

ทั้งนี้ ยกเว้นลูกจ้างรายเดือนตั้งแต่ระดับผู้จัดการแผนกขึ้นไป จะไม่ได้รับการปรับค่าจ้างตามเงื่อนไขข้างต้น

4. ขอให้บริษัทฯ ปรับสภาพการจ้างของพนักงานรายวันที่ทำงานติดต่อกัน 3 ปีขึ้นไปให้เป็นพนักงานรายเดือน 4.บริษัทฯ ตกลงปรับสภาพการจ้างของลูกจ้างรายวันที่ทำงานติดต่อกัน 5 ปีขึ้นไป ให้เป็นลูกจ้างรายเดือนดังนี้

-ลูกจ้างที่เข้ามาทำงานก่อนวันที่ 21 มีนาคม 2546 จะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนตั้งแต่งวดการคำนวณค่าจ้างเดือนเมษายน 2551 (21 มีนาคม - 20 เมษายน 2551) เป็นต้นไป

-ลูกจ้างที่เข้ามาทำงานตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2546 เป็นต้นไป จะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน ต้องผ่านเกณฑ์ประเมินผลที่บริษัทฯ กำหนด โดยทำการประเมินปีละ 2 ครั้ง ในเดือนเมษายน และเดือนตุลาคมของทุกปี จะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน

5. ขอให้บริษัทฯ ปรับเปลี่ยนเรื่องสวัสดิการรักษาพยาบาลของพนักงาน จากเดิมที่พนักงานสามารถใช้สิทธิ์ในสวัสดิการรักษาพยาบาลได้เพียงตนเองเท่านั้น ให้สามารถใช้ครอบคลุมถึงสมาชิกในครอบครัวของพนักงาน เช่น พ่อ,แม่,สามี ภรรยา,บุตร และญาติร่วมสายโลหิต 3 คน) 5.บริษัทฯ จัดหาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลแก่ลูกจ้างทุกคน โดยให้ครอบคลุมถึงสมาชิกในครอบครัวของลูกจ้าง คือ บิดา มารดา สามี หรือภรรยา และบุตรทุกคนในวงเงินดังนี้

-ลูกจ้างรายวัน ปีละ 5,000 บาท

-ลูกจ้างรายเดือน ปีละ 6,000 บาท

6. ขอให้บริษัทฯ ปรับปรุงที่จอดรถของพนักงานโดยการลาดซีเมนต์คอนกรีตบริเวณลานจอดรถจักรยานยนต์และทำหลังคาลานจอดรถยนต์ ทั้งหมด 6.บริษัทฯ ปรับปรุงที่จอดรถของลูกจ้าง โดยก่อสร้างหลังคาที่จอดรถยนต์ และเทพื้นคอนกรีต สำหรับที่จอดรถจักรยานยนต์ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2551

7. ขอให้บริษัทฯ เพิ่มวันหยุดตามประเพณีจากเดิม 13 วันเป็น 15 วันโดยให้มีวันหยุดสิ้นปี ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม ถึง วันที่ 4 มกราคม ของทุกปี และวันหยุดสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน ถึงวันที่16 เมษายน ของทุกปี 7.บริษัทฯ กำหนดวันหยุดประเพณีปีละ 15 วัน โดยกำหนดวันหยุดช่วงสิ้นปีและช่วงวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2552 และกำหนดวันหยุดสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2551 ถึงวันที่ 16 เมษายน 2551 ปีต่อปี

สำหรับวันหยุดตามประเพณีวันอื่นๆ นอกจากวันหยุดติดต่อกันข้างต้น หากบริษัทฯ ขอให้ลูกจ้างมาทำงาน อำนาจการตัดสินใจขึ้นอยู่กับลูกจ้าง

8. ขอให้บริษัทฯ เพิ่มเงินสวัสดิการตามสภาพการทำงานของพนักงาน โดยงานที่มีลักษณะยืนทำงานให้มีค่ายืนจากเดิมที่เคยได้วันละ 7 บาท เป็นวันละ 10 บาท และงานที่มีลักษณะใช้สายตาในการทำงานให้มีค่าสายตาคนละ 10 บาทต่อวัน ค่าเสี่ยงภัยในการทำงานสำหรับพนักงานที่ทำงานกับสารเคมีอันตราย และการทำงานบนที่สูง คนละ 10 บาทต่อวัน 8.ทั้งสองฝ่ายตกลงให้ผู้แทนลูกจ้าง และผู้แทนนายจ้าง พิจารณาร่วมกันในเรื่องดังนี้

-ค่าสายตา สำหรับงานที่มีลักษณะงานที่ต้องใช้สายตาในการทำงาน และค่าเสี่ยงภัย สำหรับพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมี และการทำงานบนที่สูง ให้มีการสำรวจและพิจารณาร่วมกันให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนพฤษภาคม 2551 และให้นำผลสรุปมาพิจารณาร่วมกันภายในเดือนมกราคม 2552

-ค่ายืนทำงาน บริษัทฯ ให้ลูกจ้างที่เคยได้รับค่ายืนทำงาน 7 บาทต่อวัน ที่เคยเซ็นชื่อรับการเปลี่ยนแปลง 5 บาท สามารถเลือกกลับมาใช้เงื่อนไขเดิมในการจ่ายคืนที่ 7 บาทต่อคนต่อวันได้โดยการยินยอมของลูกจ้างที่จะเลือก

9. ขอให้บริษัทฯ ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค

9.1 บริเวณที่เป็นจุดน้ำดื่มซึ่งแต่เดิมมีแต่ระบบน้ำเย็นขอให้เปลี่ยนเป็นเครื่องที่มระบบทั้งน้ำเย็นและน้ำร้อน

9.2 เปลี่ยนก๊อกน้ำที่เป็นแบบเซ็นต์เซอร์ให้เป็นแบบมือกด

9.3 ปรับปรุงสภาพโรงอาหารและเพิ่มจำนวน TV พร้อมติด UBC 9.บริษัทฯ ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค ดังนี้

-ปรับปรุงให้มีน้ำดื่ม 2 ระบบ ทั้งน้ำเย็นและน้ำร้อนในจุดเดียวกันให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2551

-ปรับปรุงและซ่อมบำรุงระบบเปิด-ปิดน้ำให้สามารถใช้งานได้ทุกจุดภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2551

-ปรับปรุงโรงอาหารและเพิ่มจำนวน โทรทัศน์ และติดตั้งระบบ UBC อย่างพอเพียง ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2551

10. ขอให้บริษัทฯ เพิ่มสวัสดิการในการลากิจของพนักงานทุกคนคนละ 5 วันต่อปี และให้มีวันลาพักร้อนสำหรับพนักงานทุกคนปีละ 15 วัน 10.บริษัทฯ กำหนดให้ลูกจ้างหยุดพักผ่อนประจำปีเพิ่มเป็น 15 วันตามอายุงาน

โดยทำงานติดต่อกันมาครบ 1 ปี หยุดได้ 6 วัน / ครบ 2 ปี หยุดได้ 7 วัน / ครบ 3 ปี หยุดได้ 8 วัน / ครบ 4 ปี หยุดได้ 9 วัน / ครบ 5 ปี หยุดได้ 10 วัน / ครบ 6 ปี หยุดได้ 11 วัน / ครบ 7 ปี หยุดได้ 12 วัน / ครบ 8 ปี หยุดได้ 13 วัน / ครบ 9 ปี หยุดได้ 14 วัน และครบ 10 ปี หยุดได้ 15 วัน

กำหนดให้ลูกจ้างลากิจได้โดยได้รับค่าจ้าง และไม่นำการลากิจไปพิจารณาเบี้ยขยันของลูกจ้างไม่เกินปีละ 5 วันทำงาน

กรณีที่ลูกจ้างลากิจเกิน 5 วัน จะไม่ได้รับค่าจ้าง และมีผลต่อการพิจารณาเบี้ยขยัน

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงให้แก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทฯ ฉบับลงวันที่ 19 สิงหาคม 2541 ที่ได้ส่งสำเนาให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำพูน โดยตัดข้อความในหมวดที่ 6 ว่าด้วยการลาและหลักเกณฑ์การลา ข้อ 4.3 ข้อ 4.4. และ ข้อ 6

11. ขอให้มีสวัสดิการกับพนักงานที่มีอายุงานต่อเนื่อง ดังนี้

พนักงานที่ทำงานครบ 5 ปี ได้รับเงิน 5,000 บาท

พนักงานที่ทำงานครบ 10 ปี ได้รับเงิน 10,000 บาท

พนักงานที่ทำงานครบ 15ปี ได้รับเงิน 15,000 บาท 11.บริษัทฯ จ่ายเงินรางวัลพิเศษแก่ลูกจ้างที่อายุงานต่อเนื่องกัน โดยกำหนดจ่ายเงินรางวัลพิเศษ ภายในเดือนมกราคมของทุกปีดังนี้

-ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 10 ปี ได้รับเงินพิเศษ 10,000 บาท

-ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 15 ปี ได้รับเงินพิเศษ 15,000 บาท

-ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปี ได้รับเงินพิเศษ 20,000 บาท

12. ในบรรดาข้อตกลง/สวัสดิการอื่นใด และ/หรือ ประเพณี ปฏิบัติที่ไม่มีข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลง ให้คงสภาพการจ้างเหมือนเดิม 12.บรรดาข้อตกลงหรือสวัสดิการอื่นใด และหรือประเพณีปฏิบัติที่ไม่มีข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลง ให้คงสภาพการจ้างเหมือนเดิม และจะปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน

13. ห้ามมิให้นายจ้างรังแก/เปลี่ยนแปลงหน้าที่ หรือ เลิกจ้าง หรือกระทำการใดๆ อันเป็นเหตุทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่สามารถทนทำงานอยู่ได้ 13.ห้ามมิให้บริษัทฯ รังแก เปลี่ยนแปลงหน้าที่ หรือเลิกจ้าง หรือกระทำการใดๆ อันเป็นเหตุทำให้ลูกจ้างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง ไม่สามารถทนทำงานได้

 

แหล่งข่าว : ประชาไท




ลงวันที่ 28/01/2008 11:20:59
จำนวนผู้ชม 1873 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์