โรงเรียนนักการตลาด“ยูนิลีเวอร์”

โรงเรียนนักการตลาด“ยูนิลีเวอร์” | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



“วรรณิภา ภักดีบุตร” เป็นผลผลิตที่ให้ดอกผลกับ ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง มานมนานเข้าสู่ขวบปีที่ 22 จากตำแหน่งแรกเริ่ม management trainee ที่ทำให้เธอก้าวเข้าสู่สายพานการสร้างผู้นำ

องค์กรแห่งนี้เป็นที่โจษจันกันมานาน ถึงรั้วรอบความเป็นสถาบัน โรงเรียนสอนนักการตลาดระดับพระกาฬ จนทำให้คนในวงการสินค้าอุปโภคบริโภคแห่งนี้ เป็นที่หมายตาของอุตสาหกรรมอื่นๆ

ถ้าเป็นสินค้าบนชั้นวางซูเปอร์มาร์เก็ต นักการตลาดอาจต้องใช้โปรโมชั่นเพื่อให้ออกจากหิ้งโดยเร็วที่สุด แต่กับคนวงการอุปโภคบริโภค ผู้บริหารต้องใช้แรงจูงใจเพื่อให้สินค้าเคลื่อนที่ได้ชนิดนี้ อยู่กับที่ได้นานที่สุด

โดยเฉพาะกับสินค้าเกรดเอ ที่นานวันมีแต่จะสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ต่างจากเธอคนนี้

วรรณิภาเพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนและเครื่องใช้ส่วนบุคคล เมื่อสองปีมานี้

ปัจจุบันเธอดูแลสินค้าในกลุ่มรวม 14 แบรนด์ ส่วนใหญ่ถูกจัดอันดับเป็นผู้นำ

ความสำเร็จในหลายๆ แบรนด์ของยูนิลีเวอร์โดยเฉพาะกับตลาดเมืองไทย สะท้อนถึงองค์กรผู้นำ ภายใต้วิธีคิด การจัดการ และวัฒนธรรมที่ทำให้พุ่งทะยาน

“วิธีการรักษาความเป็นผู้นำ บริษัทต้องมีกลยุทธ์ชัดเจน ว่าแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์เราจะพัฒนาตราสินค้าไปในทิศทางไหน ให้ตอบสนองผู้บริโภคได้ตลอดเวลา หลายแบรนด์ของเรามีอายุเยอะ เราต้องทำให้แบรนด์เติบโตควบคู่ไปกับสังคม โตไปกับผู้บริโภคให้ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะเติบโตคู่ไปกับสังคมไทย”

ความชัดเจนขององค์กรข้ามชาติคือ มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ เน้นนวัตกรรม และตอกย้ำการสื่อสารกับผู้บริโภคอยู่เสมอ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

วรรณิภามองว่า โจทย์การตลาดแต่ละโจทย์ไม่เหมือนกัน บางทีก็ยากบางทีก็ง่าย แต่สิ่งที่ถือว่าจำเป็นที่สุดคือ การสร้างแบรนด์ต้องมีทิศทางของมันเอง ไม่ต่างจากที่องค์กรก็ต้องมีความมุ่งมั่นชัดเจน

“การสร้างแบรนด์เหมือนขายฝัน ต้องมีการลงทุน ดูแลแบรนด์ ถ้าเราอยู่เฉยๆ ไม่ลงทุนเลย ไม่มีการโฆษณาเลย แบรนด์ก็จะเติบโตไม่ทันกับความต้องการของผู้บริโภค นอกจากจะมีแผนมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของแต่ละแบรนด์ ก็ต้องมีความเชื่อมั่น มีพันธสัญญาที่จะสร้างแบรนด์ เป็นวัฒนธรรมองค์กรอีกประเภทหนึ่งเหมือนกัน”

เป็นวัฒนธรรมที่ไม่ต่างอะไรกับการลงทุนสร้างคน ต้องดูแล ต้องสร้างความเชื่อมั่น มีพันธสัญญาร่วม เพื่อให้ทั้งคน องค์กร และแบรนด์ กอดคอกันแหววในทิศทางเดียวกัน

“สิ่งสำคัญที่ทำให้ยูนิลีเวอร์ดูโดดเด่นก็คือ คน เราทำทุกอย่างเพื่อให้คนเชี่ยวชาญ มุ่งมั่น มีวัฒนธรรมในการสร้างแบรนด์ แล้วเราก็รักแบรนด์ของเรา”

พันธสัญญาที่ทำให้องค์กรข้ามชาติแห่งนี้ ดูเชื่อมต่อเป็นเรื่องราวเดียวกันทั่วโลกคือ ความเอาจริงเอาจังในการลงทุนกับตราสินค้า มุ่งมั่นที่จะทำความเข้าใจผู้บริโภค ซึ่งหลักการนี้จะเป็นจริงได้ต้องมาจากคนที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี มีความรู้มีประสบการณ์ที่จะสร้างแบรนด์ให้เติบโตได้

ในขณะที่ความสำเร็จขององค์กรหนึ่ง อาจจะมาจากประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ที่ทำให้เกิดน้ำหนักของมวลรวม เธอมองว่าตัวตนของยูนิลีเวอร์เป็นจิตวิญญาณที่มีส่วนผสมของหลายอย่างมารวมกัน ทั้งเรื่องของ ภาวะผู้นำ การทำงานเป็นทีม แบรนดิ้ง และวัฒนธรรม

“ถ้าเราจะเป็นแบรนด์ผู้นำ เราก็ต้องมีคนในองค์กรที่เป็นผู้นำ มีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง มีพันธสัญญาการลงทุนให้แบรนด์เติบโตไปกับผู้บริโภค และเข้าใจผู้บริโภคได้จริงๆ”

ทุกความสำเร็จมักมาจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ยูนิลีเวอร์เปรียบเสมือนรังของบรรดามดงานที่เรียกตัวเองว่าเป็น management trainee ต้องเรียนรู้ ฝึกหัดชิ้นงานในหลายแบรนด์ มองเห็นการทำงานในภาพรวม เติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นซูเปอร์ไวเซอร์มด และถึงจุดหนึ่งก็จะได้เป็นว่าที่นางพญา

“นักการตลาดเป็นคนวาดฝัน แต่ทำเองไม่ได้ ต้องทำงานร่วมกับแผนกต่างๆ ฉะนั้น นักการตลาดที่เก่ง จะต้องมีความสามารถในการที่จะเป็นคนนำทีม หรือเป็นผู้เล่นในทีม”

เธอมองว่า ยูนิลีเวอร์เป็นองค์กรส่วนน้อยของน้อยที่เปิดโอกาสกว้างสุดสุดให้คนได้ทำงาน เป็นโอกาสที่มาพร้อมกับให้อำนาจตัดสินใจ และเปิดทางเต็มที่ในการให้ความรับผิดชอบ

22 ปีของการทำงานในองค์กรเดียวตั้งแต่เรียนจบมา สำหรับบางคนอาจจะเสียโอกาสเรียนรู้ในโลกขององค์กรอื่น แต่สำหรับเธอการได้อยู่ในโลกใบเดียวกับผู้นำอย่าง วิโรจน์ ภู่ตระกูล (เสียชีวิตไปแล้วร่วม 10 ปีที่ผ่านมา) หรือ กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ (ปัจจุบันเป็น กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ) ผู้นำในยุคสมัยหนึ่งที่นำพาองค์กรไปสู่ความรุ่งเรืองถึงขีดสุด

นั่นคือโชคสองชั้นที่ยิ่งกว่าถูกรางวัลที่หนึ่ง

เพราะเป็นโอกาสของการได้ทำงานกับคนเก่งๆ ในสภาพแวดล้อมที่บ่มเพาะความเป็นผู้นำ

“คุณกรรณิการ์สอนว่า ให้เรียนรู้ที่จะดูว่า คนรอบๆ ตัวเรา มีข้อดีข้อเสียอะไร แล้วก็เลือกในสิ่งที่เราอยากเป็น เธอบอกตลอดว่า อย่ามาเป็นเหมือนกับฉัน ข้อดีก็เยอะ ข้อไม่ดีก็เยอะ ต้องรู้จักเลือกว่า จะเอาอะไรดีๆ มาเป็นของตัวเราเอง ถือเป็นคำแนะนำที่ดีที่สุดที่หยิบเอามาใช้เสมอมา”

วรรณิภาบอกว่า การสร้างคนของยูนิลีเวอร์ ไม่จำเป็นต้องใช้ความเป็นต้นแบบ เพราะโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบจริงๆ และเธอก็ไม่เคยเชื่อว่า ยูนิลีเวอร์จะมีบล็อก ที่ผลิตคนเก่งออกมาได้ยกโหลแบบแชมพูซันซิล แต่แนวทางสร้างความหลากหลาย เป็นตัวของตัวเอง เคารพในความแตกต่าง ถือเป็นจุดร่วมที่ทำให้อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข

ในสายตาคนนอกมองว่า องค์กรข้ามชาติแห่งนี้น่าจะมีการแข่งขันสูง แต่เธอบอกว่า เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยรู้สึก คนยูนิลีเวอร์ส่วนใหญ่เป็นคนที่รักองค์กร ถ้ามีปัญหาทุกคนจะช่วยกันแก้ไข ไม่มานั่งโทษกัน ทำให้การทำงานกลายเป็นเรื่องสนุก

“ตอนที่บริษัทยังเล็กๆ คุณวิโรจน์ ภู่ตระกูล เป็นแชร์แมน จะตั้งคำถามกับ management trainee ว่า อีก 6 เดือนผมจะถามว่า คุณทำอะไรผิดบ้าง ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดแปลว่าคุณไม่ได้ทำอะไรเลย คนเราต้องเรียนรู้จากข้อผิดพลาด แต่อย่าไปซ้ำกับความผิดที่แล้วมา ถ้าหาความผิดใหม่ๆ ไม่ซ้ำกันได้ ผมก็จะไม่ว่าอะไร”

ยูนิลีเวอร์เป็นองค์กรสำหรับคนที่แสวงหาโอกาส และด้วยภาพลักษณ์องค์กรแถวหน้า จึงเป็นที่ใฝ่ฝันของเด็กรุ่นใหม่ ที่อยากจะมาเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จนี้ จึงเป็นโอกาสของการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน เพื่อเฟ้นแล้วเฟ้นอีกให้ได้คนเก่งเกรดเอ เป็นอีกหลายๆ ผลิตผลที่รอให้ดอกผลในอนาคต

“ทุกปีมีคนเข้ามาสมัครร่วมพันคน เราเลือกคนที่มีภาวะผู้นำ มีความสามารถในการนำตัวเอง เป็นคนร่วมทีมที่ดี มีแรงจูงใจที่จะสร้างสิ่งดีๆ ให้องค์กร มีความกล้าที่จะคิดและลงมือทำ เรื่องเกรด หรือสถาบันไม่ได้สำคัญกับเรามาก เราคิดว่าของพวกนี้ฝึกปรือกันได้ เพราะเราไม่คาดหวังว่า ใครเข้ามาแล้วต้องพร้อมวิ่งได้เลย”

ความภูมิใจของคนหนึ่งคน เกิดจากความรักในงานที่ทำ ความชื่นชมในน้ำใจที่องค์กรหยิบยื่นให้ เธอบอกว่าในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร สิ่งที่ต้องทำต่อคือ ทำให้องค์กรเติบโตไปเรื่อยๆ ตามวิถีที่ควรจะเป็น

ตามครรลองของผลิตผลที่ต้องเติบโต ผลิดอก และผลัดใบในทุกฤดูกาล

Side bar

“ลานเล่น” สัญลักษณ์ CSR บรีส

โครงการเล่นเลอะ เพิ่มพลังเรียนรู้ของบรีส โดยมอบเครื่องเล่นให้กับโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ ดำเนินมาถึงลานเล่นแห่งที่ 84 “อภิชาติ ศาลิคุปต” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผ้าและเครื่องใช้ในครัวเรือน บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด บอกว่า ลานเล่นเป็นเพียงสัญลักษณ์ ที่สะท้อนถึงความห่วงใยของบรีสในสิ่งที่อยากทำ คืออยากให้เด็กไทย ได้เล่น ได้เรียนรู้ และได้เกิดการพัฒนา

บรีสเป็นแบรนด์แถวหน้าของยูนิลีเวอร์ ที่เหมาะเจาะพอดีกับความเป็นแบรนด์ที่อยากลงหลักปักฐานกับสังคมไทย และอยู่ทนอยู่นานในฐานะแบรนด์ผู้นำที่ตั้งใจจริง ความเก่าแก่ของบรีสบวกกับนวัตกรรมใหม่ๆ ในการซักผ้าให้สะอาด สร้างความน่าเชื่อถือ และไปได้ดีกับแนวทาง CSR (Corporate Social Responsibility) ซึ่งกำลังเป็นกระแสหลักของธุรกิจทุกวันนี้

 

ที่มา : วรนุช เจียมรจนานนท์





จำนวนผู้ชม 3170 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์