ลูกจ้าง เคราะห์ซ้ำหนัก รพ.เอกชนถอนตัวประกันสังคม

ลูกจ้าง เคราะห์ซ้ำหนัก รพ.เอกชนถอนตัวประกันสังคม | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



ลูกจ้างเคราะห์ซ้ำหนัก

รพ.เอกชนถอนตัวประกันสังคม

ครวญแบกค่าใช้จ่ายไม่ไหว

โยนนายจ้างจ่ายค่ารักษาเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 23 กันยายนว่า ชมรมโรงพยาบาลเพื่อการพัฒนาระบบบริการประกันสังคม ที่มีนพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี เป็นประธาน และมีสมาชิกโรงพยาบาลในเครือจำนวน 112 แห่งทั่วประเทศ มีมติร่วมกันจะไม่เซ็นสัญญากับกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพราะโรงพยาบาลเอกชนไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นได้ เนื่องจากที่ผ่านมากองทุนเงินทดแทนไม่ปฎิบัติตามข้อตกลงที่ได้เซ็นสัญญากับชมรมไว้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2548 ดังนั้น ชมรมจึงจำเป็นต้องเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจากสถานประกอบการโดยตรง ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ชมรมได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสถานประกอบการและลูกจ้างที่ใช้บริการกับโรงพยาบาลเอกชนทั้ง 112 แห่งให้ทราบแล้ว

สำหรับสาระสำคัญของหนังสือดังกล่าวระบุเหตุผลที่ไม่ลงนามข้อตกลงกับกองทุนเงินทดแทนในปี 2551 จำนวน 12 ข้อ เช่น อัตราค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย ที่กองทุนเงินทดแทนจ่ายให้ผู้ประกันตนรายละ 35,000 บาท แต่ถ้าเป็นกรณีบาดเจ็บหลายส่วน เช่น กระดูกหักหลายท่อน หรืออวัยวะภายในแตก แต่ผู้ป่วยยังรอดชีวิต กองทุนก็จะยอมจ่ายค่ารักษารายละ 85,000 บาท รวมทั้งกรณีบาดเจ็บสาหัส อาทิ ผ่าตัดสมอง ลำไส้แตก จ่ายให้ไม่เกินรายละ 200,000 บาท ซึ่งอัตราค่าใช้จ่ายดังกล่าวไม่เพียงพอกับการรักษาพยาบาลที่เป็นจริง เพราะเป็นอัตราที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2539 หรือกว่า 11 ปีแล้ว

นอกจากนี้ การที่กองทุนกำหนดให้ค่าบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลไม่เกิน 30% ของยอดรวมค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล ชมรมย่อมไม่สามารถปฏิบัติได้ เพราะฝืนความเป็นจริง ที่สำคัญการกำหนดให้ค่าห้องรวมค่าอาหารไม่เกินวันละ 700 บาท เป็นอัตราที่ต่ำมาก ที่ผ่านมาทางกองทุนไม่เคยคิดปรับราคาเลย ขณะที่การปรับค่าแรงขั้นต่ำดำเนินการปรับมาแล้ว 9 ครั้ง ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ชมรมตัดสินใจไม่ทำสัญญากับกองทุนและเลือกที่จะเบิกโดยตรงกับสถานประกอบการเอง

นพ.นพดล นพคุณ รองประธานชมรมโรงพยาบาลเอกชนฯ กล่าวถึงถึงกรณีที่โรงพยาบาลเอกชนทั้ง 112 แห่งบอกเลิกการทำสัญญากับกองทุนเงินทดแทนว่า เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเราเหลืออดแล้ว และเราทนแบกรับภาระค่าใช้จ่ายฝ่ายเดียวมานาน โดยกองทุนไม่เคยเหลียวแล แม้จะมีหนังสือขอเข้าร้องเรียนกับรมว.แรงงาน แต่ก็ไม่เคยได้พบ ทำให้ปัญหาหมักหมมมานาน ทุกวันนี้โรงพยาบาลต้องสำรองค่ารักษาพยาบาลไปก่อน แต่เมื่อถึงเวลาเบิกคืนทำเรื่องไปที่กองทุนพบว่ามีขั้นที่ตอนยุ่งยาก และใช้เวลานานเป็นปีกว่าจะเบิกได้แต่ละครั้ง รวมทั้งยังได้รับค่ารักษาคืนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้เกิดยอดเงินค้างสะสมเป็นจำนวนมาก

"ยืนยันว่าโรงพยาบาลไม่ได้ปฏิเสธรักษาคนไข้ เพียงแต่เปลี่ยนวิธีให้เบิกโดยตรงกับนายจ้าง เพราะตามสัญญาเดิมโรงพยาบาลจะรักษาไปก่อนกว่าจะเบิกจากกองทุนได้ ก็ติดโน้นติดนี่ขั้นตอนมากมาย แต่วิธีใหม่นี้ถ้านายจ้างเห็นว่า โรงพยาบาลไหนเก็บค่ารักษาแพง ก็ไม่ต้องรักษา ที่ผ่านมาเรากำชับสมาชิกชมรมให้เก็บค่ารักษาตามจริง ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ก็ทำถูกต้อง วิธีการนี้ไม่ใช่การใช้ไม้แข็ง หรือโยนภาระ แต่เราไม่ต้องการถูกหลอกอีกต่อไป" นพ.นพดล กล่าว

นพ.นพดลยัง กล่าวถึงปัญหาความไม่ชัดเจนของค่าใช้จ่ายรายหัว ตามที่ชมรมได้ยื่นเรื่องให้กองทุนประกันสังคมกำหนดตัวเลขรายหัวที่ชัดเจนว่า ภายในเดือนกันยายนนี้ ถ้าสปส.ยังไม่ให้คำตอบว่าจะให้ค่าหัวเท่าไหร่ ทางโรงพยาบาลทั้ง 112 แห่ง คงต้องตัดสินใจถอนตัวออกจากระบบประกันสังคม และจะต้องเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามจริงกับผู้ป่วยที่มาใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ถ้ามีการถอนตัวเกิดขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องผลประโยชน์ เพราะทุกโรงพยาบาลยึดถือมาตรฐานการรักษาพยาบาลโดยเคร่งครัด หมอรักษาเต็มที่ ไม่มีใครอยากรักษาผิดพลาดจนต้องถูกฟ้องหรือถูกแพทยสภาตรวจสอบ เพราะทำให้เสียชื่อเสียง แต่บางครั้งถ้ามาตรฐานสูง แต่ไม่เพิ่มค่าใช้จ่ายให้ อยากถามว่า จะเอามาตรฐานในราคาถูกได้หรือ

ขณะที่นางบุญจันทร์ ไทยทองสุข ผู้อำนวยการกองทุนเงินทดแทน สปส.กล่าวว่า ถ้าโรงพยาบาลเอกชนทั้ง 112 แห่งจะถอนตัว สปส.ก็ยังมีโรงพยาบาลเอกชนอื่นอีก 100 แห่ง รวมทั้งมี รพ.ของรัฐบาลอีกหลายร้อยแห่งที่พร้อมจะเข้าร่วม ทั้งนี้ สิ่งที่ชมรมโรงพยาบาลเอกชนเรียกร้องเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน สปส.ไม่ได้มีเจตนากดค่าใช้จ่าย แต่เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องให้ความเป็นธรรมปกป้องผลประโยชน์ผู้ประกันตน ไม่ใช่ให้เก็บค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ก็ได้ การกำหนดอัตราค่าใช้จ่าย จะมีคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนเป็นผู้กำหนด อย่างไรก็ตาม เพื่อหาทางออกปัญหาดังกล่าวจะเชิญโรงพยาบาลมาหารือประมาณต้นเดือนตุลาคม

นางบุญจันทร์ กล่าวยอมรับว่า ผู้บาดเจ็บจากการทำงานประมาณ80% ของจำนวนผู้ใช้บริการทั้งหมด หรือประมาณ 2แสนราย ใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน แต่สปส.ไม่สามารถตามใจให้โรงพยาบาลขึ้นค่าใช้จ่ายกระทบผู้ประกันตนและไม่ต้องการให้เทค่าใช้จ่ายไปที่ค่าบริการของแพทย์มากเกินไป เพราะทุกวันนี้โรงพยาบาลเอกชนมีค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ไม่จำกัดอยู่แล้ว

 

แหล่งข่าว : แนวหน้า

    



ลงวันที่ 25/09/2007 10:10:23
จำนวนผู้ชม 1883 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์