ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ มูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน ร่วมกับพันธมิตรเครือข่ายแรงงานนานาชาติ จัดเสวนา เรื่อง “ร่างกฎหมายแรงงานใหม่กับทิศทางการกำหนดค่าจ้าง” มีตัวแทนนายจ้าง ลูกจ้างเจ้าร่วมเสวนากว่า 100 คน โดย ดร.นภาพร อติวานิชยพงศ์ อาจารย์ประจำสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ปัจจุบันค่าจ้างของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมแบ่งออกเป็น คือ 1 ระบบค่าจ้างขั้นต่ำ ที่กำหนดโดยคณะอนุกรรมการอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด 2 ระบบค่าจ้างประจำปีในสถานประกอบการ และ 3 ระบบค่าจ้างรายชิ้น ซึ่งตนเห็นว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเพียงค่าจ้างสำหรับแรงงานที่ไร้ฝีมือ เพิ่งเข้าเริ่มทำงานในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ซึ่งหลังจากครบกำหนด 1 ปี ลูกจ้างต้องได้รับการปรับค่าจ้างโดยเข้าสู่ระบบค่าจ้างในสถานประกอบการและลูกจ้างสามารถมีอำนาจต่อรองได้ ทั้งนี้ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำควรปรับทุกปีตามสภาวะค่าครองชีพที่มีการเปลี่ยนแปลง
ดร.นภาพร กล่าวอีกว่า สำหรับอัตราค่าจ้างประจำปีในสถานประกอบการนั้น ตนเห็นว่าควรมีการจัดทำโครงการสร้างค่าจ้างอย่างชัดเจนให้เหมือนกับโครงสร้างค่าจ้างของข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยให้ยึดหลักอายุการทำงานของลูกจ้างเป็นหลักในการพิจารณาปรับอัตราค่าจ้าง ส่วนอัตราค่าจ้างรายชิ้นจะต้องกำหนดไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยให้คำนวณจากจำนวนชั่วโมงการทำงาน
นายสมพงศ์ นครศรี อดีตผู้แทนฝ่ายนายจ้างในคณะกรรมกการค่าจ้าง กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะมีการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทุกปี แต่เสนอให้มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 3 ปีต่อ 1 ครั้งและให้ปรับค่าจ้างประจำปีแทน ซึ่งนายจ้างจะต้องกำหนดอัตราค่าจ้างตามอายุการทำงาน ระดับฝีมือการทำงานและคำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อแต่ละปี ซึ่งปีนี้จะอยู่ระดับไม่เกิน 2.5-2.8% ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อยู่ที่ 4% รวมทั้งผลประกอบของแต่ละบริษัท หากผลปะกอบการของบริษัทใดอยู่ในระดับดี นายจ้างก็ควรปรับขึ้นค่าจ้างด้วย
น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมกาสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)กล่าวว่า แม้ในวันแรงงานแห่งชาติที่ผ่านมา ครสท.จะไม่มีการเรียกร้องให้มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ แต่ คสรท.ก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยยังคงติดตามในเรื่องนี้อยู่เป็นระยะ อย่างงไรก็ตาม ตนไม่เห็นด้วยกับฝ่ายนายจ้างที่มีความเห็นให้มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 2-3 ปีต่อครั้ง เนื่องจากในปัจจุบันค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ดังนั้น ตนจึงเสนอให้รัฐบาลปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทุกปี โดยให้สอดคล้องสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งการปรับค่าจ้างควรพิจารณาอายุการทำงาน ฝีมือการทำงานและโครงสร้างค่าจ้าง
ขณะที่นายมนัส โกศล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ฝ่ายแรงงาน กล่าวว่า ตนจะเร่งเสนอให้รัฐบาลส่งเสริมการตั้งสหภาพแรงงานในสถานประกอบการ เพื่อให้ได้รับรู้กฎหมายอำนาจสิทธิในการต่อรอง รวมทั้งเพื่อให้ระบบการบังคับใช้ค่าจ้างขั้นต่ำหมดไป อย่างไรก็ตามข้อสรุปในงานสัมมนาวันนี้ ตนจะนำไปเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อแก้ไขร่างพ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานในหมวดค่าจ้าง ซึ่งจะขยายความคุ้มครอง แรงงานรับเหมาค่าแรง การกำหนดค่าจ้างตามสาขาอาชีพ ทั้งนี้ขั้นตอนดำเนินการอยู่ระหว่างการพิจารณาของกฤษฎีกา โดยมั่นใจว่าจะสามารถเข้าสู้ที่ประชุมของง สนช. และทันประกาศใช้ในรัฐบาลนี้
ที่มา : แนวหน้า