สปส.เผยแผนการลงทุน กองทุนประกันสังคมปี50

สปส.เผยแผนการลงทุน กองทุนประกันสังคมปี50 | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



นายอภัย จันทนจุลกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยวา ในปี 2550 สปส.จะสามารถจัดเก็บเงินสมทบจากทั้งฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล ได้รวม 98,949 ล้านบาท

และคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายจากการดูแลสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนทั้ง  7  กรณี รวม 41,764 ล้านบาท มีเงินคงเหลือให้นำไปลงทุนจำนวน 57,185 ล้านบาท โดยเงินคงเหลือ ส่วนใหญ่เป็นเงินกองทุนกรณีชราภาพ  ซึ่งเป็นเงินออมของผู้ประกันตนจำนวนกว่า  8.5 ล้านคนทั่วประเทศ ที่สปส.มีหน้าที่นำไปลงทุนเพื่อให้เกิดดอกผล เตรียมพร้อมสำหรับจ่ายบำนาญชราภาพซึ่งจะเริ่มต้นในปี พ.ศ.2557
ประมาณการเงินลงทุน กองทุนประกันสังคม ปี 2550
เงินสมทบ สิทธิประโยชน์ คงเหลือ
และค่าใช้จ่าย นำไปลงทุน
บริหาร
กองทุนกรณีเจ็บป่วย ตาย ทุพพลภาพ คลอดบุตร 33,300 31,100 2,200
กองทุนกรณีสงเคราะห์บุตร 7,390 6,680 710
กองทุนกรณีชราภาพ 49,809 2,404 47,405
กองทุนกรณีว่างงาน 8,450 1,580 6,870
รวม 98,949 41,764 57,185

เงินลงทุนจำนวน  57,185  ล้านบาทข้างต้น สปส.มีแผนการลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการประกันสังคม  ในการประชุมเมื่อวันที่  23 มกราคม 2550 ดังนี้ ร้อยละ 80 ของเงินลงทุนนำไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล  พันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกันและหุ้นกู้เอกชนที่ได้รับการจัดอันดับเครดิต  โดยคาดว่าจะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยร้อยละ 4.80-5.00  ต่อปี  ส่วนร้อยละ 10 ของเงินลงทุน จะนำไปลงทุนในตราสารหนี้อื่นๆ และหน่วยลงทุน เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน  และอีกร้อยละ 10 ของเงินลงทุน จะนำไปลงทุนสนหุ้นสามัญ โดยเลือกลงทุนเฉพาะบริษัทจดทะเบียนที่มีผลประกอบการมั่นคง  มีกำไร และมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลสูง เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า สาธารณูปโภค และการบริโภคของประชาชน ทั้งนี้ สปส.คาดการณ์ว่า ภาวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2550 นี้จะมีความผันผวนมาก   สปส.จะเพิ่มความระมัดระวังการลงทุนในหุ้นมากเป็นพิเศษ   อีกทั้งทยอยลดสัดส่วนเงินฝากธนาคารเพื่อรองรับการจัดตั้งสถาบันประกันเงินฝากซึ่งจะทำให้เงินฝากธนาคารกลายเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง ประกอบกับดอกเบี้ยเงินฝากที่มีแนวโน้มปรับตัวลงในปีนี้
นอกจากนี้สปส.ได้ให้การสนับสนุนโครงการลงทุนทางสังคม   โดยโครงการแรกที่ดำเนินการแล้ว  คือการช่วยเหลือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่สถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับ  สปส.ที่อยู่ในเขต  5  จังหวัดภาคใต้ โดย สปส.จะสนับสนุนเงินฝากกับ 2 ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ คือ บมจ.ธนาคารกรุงไทย  วงเงิน  200  ล้านบาท และ ธนาคารออมสิน วงเงิน 200 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 400 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งธนาคารจะเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อให้กับสถานประกอบการ โดยที่ผู้กู้ต้องเป็นสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับ สปส.และมีคุณสมบัติตามที่ธนาคารกำหนด ในอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ร้อยละ 5 ต่อปี ระยะเวลา 2 ปี หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว.
 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ




ลงวันที่ 29/01/2007 05:32:22
จำนวนผู้ชม 1917 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์