เอเอฟพี - ชาวต่างชาติที่ทำงานในสิงคโปร์กำลังจะต้องเสียค่าบริการด้านการแพทย์สูงขึ้น ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีหน้า เป็นต้นไป อันเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายใหม่ด้านสังคมของรัฐบาลแดนลอดช่อง ทั้งนี้ เป็นการรายงานของสื่อต่างๆในสิงคโปร์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (11)
ตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีลีเซียนลุงเปิดเผยออกมาเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนสิงคโปร์เป็นอันดับแรก รัฐบาลแดนลอดช่องจะปรับลดเงินอุดหนุนด้านสาธารณสุขเพื่อชาวต่างชาติตามโรงพยาบาลรัฐลง และจะนำเงินส่วนนี้ไปใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนสิงคโปร์ที่กำลังล่วงเข้าสู่วัยชรามากขึ้น
ทั้งนี้ สิงคโปร์เป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแรงงานก่อสร้าง คนทำงานตามบ้าน ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญทักษะเฉพาะทางด้านต่างๆ รวมไปถึงผู้บริหารบรรษัทข้ามชาติและธนาคารระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ดี ถึงแม้การเข้ามาแข่งขันของแรงงานต่างชาติในสิงคโปร์จะถือเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวมากทางการเมือง แต่บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐบาลยังคงยืนยันว่า ความรู้ความสามารถของแรงงานต่างชาติเป็นสิ่งจำเป็นต่อขีดความสามารถการแข่งขันระยาวของเศรษฐกิจสิงคโปร์
หนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์รายงานว่า การปรับลดเงินอุดหนุนด้านการแพทย์ครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อชาวต่างชาติ 875,000 คน รวมไปถึงชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ได้เป็นการถาวรอีก 480,000 คน ขณะเดียวกันจะทำให้รัฐบาลประหยัดเงินได้ปีละ 36 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (23 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
เงินจำนวนนี้รัฐบาลจะนำไปเป็นเงินช่วยเหลือพลเมืองสิงคโปร์สูงอายุและผู้ยากไร้ต่อไป ขณะเดียวกัน บรรดาบริษัทที่จ้างงานแรงงานต่างชาติอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนการประกันสุขภาพมากขึ้น
ปัจจุบัน สิงคโปร์มีจำนวนเด็กเกิดใหม่ต่ำมาก จนบีบให้รัฐบาลต้องหันไปพึ่งพิงแรงงานต่างชาติและผู้อพยพเพื่ออุดช่องปัญหาแรงงานที่เรื้อรังมานาน
ตามข้อมูลทางสถิติของรัฐบาลสิงคโปร์ แดนลอดช่องมีประชากรรวมทั้งสิ้นประมาณ 4.48 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้นับรวมชาวต่างชาติแล้ว
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ