ในปี 2026 เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนรายงานประวัติพนักงานแบบเดิมให้กลายเป็น Skills Map หรือแผนที่ความสามารถขององค์กรแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ HR เห็นภาพชัดเจนว่าองค์กรขาดทักษะอะไร หรือใครมีความเสี่ยงจะลาออก โดยมีตัวอย่างเครื่องมือ AI ที่โดดเด่นดังนี้ :
- Workday: เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ Machine Learning (ML) เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเชิงคาดการณ์เกี่ยวกับ ช่องว่างทางทักษะ (Skill Gaps) และความเสี่ยงในการลาออก โดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและวงจรชีวิตพนักงานเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
- SAP SuccessFactors: ชุดซอฟต์แวร์การจัดการประสบการณ์มนุษย์ (HXM) ที่มีเครื่องมือการรายงานที่แข็งแกร่งและ การวิเคราะห์ในตัวเพื่อระบุแนวโน้มของกำลังคน เหมาะสำหรับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกที่ซับซ้อน,
- Oracle HCM Cloud: มีการ ฝัง AI และ Machine Learning ไว้ในทุกโมดูล เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มของกำลังคน และช่วยปรับแต่งเส้นทางการเรียนรู้เฉพาะบุคคลเพื่อพัฒนาทักษะ
- Visier: แพลตฟอร์มด้าน People Analytics โดยเฉพาะที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างแบบจำลองเชิงคาดการณ์และให้คำแนะนำเชิงกำหนดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้กับระบบ HRIS เดิมที่มีอยู่,
- MokaHR: แพลตฟอร์มวิเคราะห์ความสามารถที่ใช้ AI รวบรวมข้อมูลทุกขั้นตอนโดยอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ เพื่อเปลี่ยนข้อมูลการจ้างงานดิบให้เป็นข้อมูลเชิงลึกเชิงกลยุทธ์
- ATHM: แพลตฟอร์ม HR Tech ของไทยที่มาพร้อมโซลูชัน Workforce Planning ที่เน้นทักษะมากขึ้น และมีระบบ PMS สำหรับออกแบบกำลังคนที่ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่,
- Microsoft Copilot: เทคโนโลยี AI ที่สามารถ เชื่อมโยงข้อมูลและกระบวนการทำงาน ตลอดจนวงจรชีวิตพนักงานเข้าด้วยกัน ช่วยให้ฝ่ายบริหารเข้าถึงข้อมูลทักษะและวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว
การใช้เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรก้าวข้ามการรายงานผลแบบเดิมไปสู่ Workforce Intelligence ที่มีความสำคัญเท่ากับข้อมูลทางการเงิน เพื่อใช้ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น,