คุมเข้มอาชีพเสี่ยงอันตรายยกระดับมาตรฐานแรงงาน

คุมเข้มอาชีพเสี่ยงอันตรายยกระดับมาตรฐานแรงงาน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : คุมเข้มอาชีพเสี่ยงอันตรายยกระดับมาตรฐานแรงงาน, ข้อมูลเกี่ยวกับ คุมเข้มอาชีพเสี่ยงอันตรายยกระดับมาตรฐานแรงงาน


คุมเข้มอาชีพเสี่ยงอันตรายยกระดับมาตรฐานแรงงาน
 
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เร่งหารือผู้ประกอบการและออกกฎหมายลูก ประกาศสาขาอาชีพที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ชี้เป็นการช่วยลดอัตราการประสบอันตรายจากการทำงาน และแรงงานไทยมีมาตรฐานฝีมือแรงงานมากขึ้น โดยต่อไปนี้ลูกจ้างต้องมีสมุดประจำตัวเพื่อบันทึกประวัติการทำงานทุกคน
 
นายวิชัย คงรัตนชาติ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 มีนาคม 2558 โดยอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการให้เจ้าของสถานประกอบการ นายจ้างและลูกจ้างเตรียมตัวในการปฏิบัติตามข้อกำหนด
 
สำหรับสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ฉบับนี้คือ 1.มีผลบังคับใช้กับงานอันตราย 2.ลูกจ้างจะต้อง มีสมุดประจำตัวทุกคน ซึ่งจะมีการบันทึกว่าได้สมัครงานที่ไหน มีการผ่านการอบรมหลักสูตรอะไรบ้าง 3.จะมีศูนย์ประเมินมาตรฐานฝีมือแรงงาน ทั้งในส่วนของราชการโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และในส่วนที่เปิดให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ โดยจะมีการกำหนดคุณสมบัติต่างๆ ว่าจะต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง คล้ายกับศูนย์ตรวจสอบสภาพรถยนต์เอกชน และ 4.กำหนดบทลงโทษ
 
รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาได้มีการเชิญผู้ประกอบการจากสมาคมและองค์กรต่างๆ มาหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดสาขาอาชีพที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ว่าจะมีสาขาอาชีพใดบ้าง โดยเน้นไปที่งานที่มีลักษณะอันตราย ซึ่งจะมีการควบคุมมาตรฐานการทำงาน มีการประเมินและออกใบรับรอง เพื่อให้นำไปใช้ในการสมัครงาน โดยนายจ้างสามารถนำไปประกอบการพิจารณาตัดสินใจรับเข้าทำงาน และการจ่ายค่าจ้างตามระดับฝีมือแรงงาน
 
"ได้มีการประชุมครั้งล่าสุดไปเมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา และจะมีการประชุมครั้งต่อไปเพื่อสรุปว่าจะมีสาขาอาชีพใดบ้างที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้"
 
ในส่วนของภาพรวมการพัฒนาฝีมือแรงงานของประเทศ หลังใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานกล่าวว่า จะช่วยลดอัตราการประสบอันตรายจากการทำงาน เพราะจะมีมาตรฐานฝีมือแรงงานในสาขานั้นๆ ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการควบคุมดูแลการทำงานในสาขานั้นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานอันตรายให้มีขั้นตอน และวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน
 
นอกจากนี้ยังจะมีการทดสอบเพื่อยกระดับฝีมือ โดยจะส่งผลให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างที่สูงขึ้นตามระดับฝีมือแรงงานด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยให้แรงงานไทยมีคุณภาพและฝีมือแรงงานที่ดีขึ้น มีมาตรฐานมากขึ้น โดยทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับมาตรฐานฝีมือแรงงานของแต่ละคน ซึ่งจะถูกบันทึกไว้ในสมุดประจำตัวของลูกจ้าง
 
รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานกล่าวต่อไปว่า เมื่อ พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 มีนาคม 2558 ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีการเปลี่ยนแปลอย่างกะทันหัน แต่จะต้องมีช่วงเวลาให้นายจ้างและลูกจ้างได้ปรับตัว และเตรียมตัว โดยจะให้มีผลกระทบกับนายจ้าง ลูกจ้างน้อยที่สุด ซึ่งในเรื่องนี้ถือว่าเป็นการให้ความร่วมมือกัน ไม่ใช่เป็นการใช้กฎหมายเพื่อบังคับ เพราะเมื่อทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายก็จะเกิดผลดีตามมาทั้งในส่วนของนายจ้างที่จะได้แรงงานมีคุณภาพ ขณะที่ฝ่ายลูกจ้างก็จะได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นตามระดับฝีมือแรงงาน
 
"ขอให้ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกัน เพื่อยกระดับการพัฒนาฝีมือแรงงานไทยให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ โดยแรงงานไทยจะได้รับค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสมกับระดับฝีมือแรงงาน ซึ่งในที่สุดก็จะส่งผลดีต่อภาพรวมของแรงงานไทยทั้งประเทศ" นายวิชัยกล่าว
 
(ไทยโพสต์, 10-2-2558)



ลงวันที่ 16/02/2015 06:53:28
จำนวนผู้ชม 1369 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์