ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต

ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



หลายเดือนที่ผ่านมาจวบจนปัจจุบัน มีการกล่าวขานถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตกันมาก จนอาจก่อให้เกิดความสับสน ประกอบกับกรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172) ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2551 ซึ่งมีผลใช้บังคับแทนประกาศอธิบดี เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 112) ที่ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นมา
 
ดังนั้น เพื่อความเข้าใจอันดี และการปฏิบัติที่ถูกต้อง ในวันนี้จึงขอนำหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับเบี้ยประกันชีวิตที่ต้องใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2551 ตามมาตรา 47 (1) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร และการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเบี้ยประกันชีวิตในส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 90,000 บาท ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2(61) มากล่าวดังนี้
 
1. ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตสำหรับผู้มีเงินได้และคู่สมรสจะนำไปหักเป็นค่าลดหย่อนได้นั้น เฉพาะเบี้ยประกันชีวิตตามจำนวนที่จ่ายจริงในปีภาษีแต่ไม่เกิน 10,000 บาท โดยกรม ธรรม์ประกันชีวิตต้องมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และบริษัทผู้รับประกันภัยต้องประกอบกิจการในประเทศไทย  
 
2. สำหรับเบี้ยประกันในส่วนที่เกิน 10,000 บาท เป็นจำนวนอีก 90,000 บาท นั้น ให้ได้รับยกเว้นโดยนำไปหักออกจากเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย แล้วภาษีเงินได้สำหรับเบี้ยประกันชีวิตในส่วนที่เกิน 10,000 บาท เฉพาะในส่วนของผู้มีเงินได้เท่านั้น เว้นแต่ภริยาของผู้มีเงินได้ได้คำนวณและเสียภาษีเงินได้แยกต่างหาก จากสามีผู้มีเงินได้เท่านั้น จึงจะมีสิทธินำเบี้ยประกันชีวิตไปหักยกเว้นในการคำนวณภาษีเงินได้ตามเกณฑ์เดียวกับดังกล่าว
 
ตัวอย่างเช่น ผู้มีเงินได้มีค่าเบี้ยประกันชีวิตจำนวน 120,000 บาท หักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตได้ 10,000 บาท ส่วนที่เหลือมีสิทธินำไปหักออกจากเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายได้อีก 90,000 บาท รวมเป็น 100,000 บาท
 
ทั้งนี้ ไม่ว่ากรมธรรม์ประกันชีวิตของผู้มีเงินได้และของคู่สมรสจะมีเงื่อนไขเช่นไร ก็ให้หักลดหย่อนได้ดังเคยปฏิบัติมาในอดีต
 
สำหรับหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขใหม่ ๆ อาทิ กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองอื่นเพิ่มเติม หรือกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีการรับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนในระหว่างอายุกรมธรรม์ เกินกว่า 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี ที่มีกำหนดให้ไม่สามารถนำไปหักออกจากเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายนั้น กำหนดให้มีผลใช้บังคับสำหรับกรมธรรม์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป
 
ก็เป็นอันโล่งใจ ในความเป็นธรรมของท่านอธิบดีกรมสรรพากร นายวินัย วิทวัสการเวช ที่กล้าหาญชาญชัยออกหลักเกณฑ์ดังกล่าว และไม่ให้มีผลใช้ย้อนหลัง ตามหลักกฎหมายในส่วนที่เป็นคุณเท่านั้นที่จะใช้ย้อนหลังได้ก็ขอชื่นชมท่านอีกครั้งหนึ่งมา ณ ที่นี้.

ที่มา : dailynews.co.th





จำนวนผู้ชม 9447 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์