HR Champion : สอนงาน (โดยไม่สอน) ให้ผลมากกว่า

HR Champion : สอนงาน (โดยไม่สอน) ให้ผลมากกว่า | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ในยุคสังคมฐานความรู้อันเป็นยุคที่ปัจจัยแห่งความสำเร็จขององค์กรขึ้นอยู่กับภูมิปัญญาของพนักงาน

ดังนั้นหลายองค์กรจึงมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้อย่างกว้างขวางทั่วทั้งองค์กร

ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บรวบรวมความรู้ขององค์กรไว้ในระบบ KM (Knowledge Management) เพื่อให้พนักงานทุกคนได้ใช้เป็นแนวทางต่อยอดความรู้ รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการแบ่งปันแลกเปลี่ยนการเรียนรู้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้หัวหน้างานถือเป็นหน้าที่และธรรมเนียมปฏิบัติที่ต้องถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แก่ทีมงาน เพื่อให้ความรู้ความสามารถนั้นสืบทอดรุ่นสู่รุ่นเป็นปัจจัยสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรต่อไป

การมุ่งหวังให้หัวหน้างานช่วยสอนงานแก่ลูกทีมนั้น ผู้เขียนเคยเปรยไปบ้างแล้วว่า เป็นเรื่องดีที่ทำได้ยาก ปัญหาใหญ่ประการหนึ่งที่หัวหน้างานมักหยิบยกมากล่าวอ้าง คือ ไม่มีเวลา เพราะมีลูกน้องต้องสอนหลายคน

นั่นอาจจะเป็นเพราะหัวหน้างานเข้าใจว่ารูปแบบการสอนงาน หรือ ‘Coaching’ คือ หัวหน้างานต้องมานั่งจัดทำแบบแผนการพัฒนาเป็นรายบุคคลและต้องให้ลูกน้องแต่ละคนมาฟังคำแนะนำหรืออธิบายเรื่องที่จะสอน ซึ่งหัวหน้างานต้องเจียดเวลาจากการทำงานประจำวันมาดำเนินการ

แท้จริงแล้ว การสอนงานมีอีกหลายวิธีที่เกิดประโยชน์สูงและประหยัดสุด โดยเฉพาะประหยัดเวลาทั้งของหัวหน้างานผู้เป็น Coach และลูกทีมที่เป็นผู้รับการ Coach ผู้เขียนขอแนะนำการสอนงานที่ทุ่นเวลาและได้ผลมาให้พิจารณาเลือกใช้สองวิธีดังนี้

วิธีที่ 1 ให้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการประชุม (Meeting Observation)

การสอนงานด้วยวิธีนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกน้องเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มย่อยๆ ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง ผู้สอนไม่ต้องเจียดเวลาจากงานมาสอน เพราะเป็นวิธีการ “ทำให้ดูเป็นครูให้เห็น” จากการประชุมกันจริงๆ ซึ่งการประชุมแบบไทยๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ Working Meeting อยู่แล้วกล่าวคือ ที่ประชุมจะหยิบยกปัญหาหรือโอกาสทางธุรกิจต่างๆ มาแลกเปลี่ยนพูดคุยเพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดเพื่อนำไปปฏิบัติ

ดังนั้น ในการประชุมเชิงปฏิบัติงานไปด้วยเช่นนี้ ผู้สังเกตการณ์จะได้เรียนรู้วิธีคิดจากคณะบุคคลในสาขาวิชาชีพต่างๆ ได้เห็นแนวทางการแก้ปัญหา การตัดสินใจ การโน้มน้าว การมีส่วนร่วม ภาวะผู้นำ ฯลฯ

สิ่งที่ Coach จะต้องให้เวลาเพื่อให้การสอนงานด้วยวิธีนี้ได้ผล คือ ก่อนที่จะให้ลูกน้องเข้าสังเกตการณ์ในที่ประชุม หัวหน้าควรจะพูดคุยและกำหนดประเด็น รวมถึงข้อควรสังเกตเรียนรู้ไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ผู้เรียนจดจ่อตั้งใจฟังและบันทึกการเรียนรู้ และหลังการประชุมหัวหน้างานควรจัดหาเวลาสัก 5-10 นาที เพื่อสอบถามและทบทวนการเรียนรู้ของผู้สังเกตการณ์

เพราะหัวหน้าอาจจะใช้เทคนิคต่างๆ ที่มีรายละเอียดหรือแง่มุมที่ผู้สังเกตการณ์ไม่สามารถเข้าใจได้ชัดเจน เช่น ช่วงที่หัวหน้าแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างการประชุม หรือการหากรอบความคิดและเหตุผลที่ใช้ตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ที่อยู่ในวาระการประชุม เป็นต้น

การอธิบายชี้แจงจากหัวหน้าจะช่วยเพิ่มให้การเรียนรู้ของผู้สังเกตการณ์มีความชัดเจนและถูกต้อง ไม่ใช่ให้ลูกน้องที่สังเกตการณ์คาดเดาไปเอง หัวหน้างานที่เป็นคนเก่งจริงๆ แถมยังใจกว้างจะชอบและกล้าใช้วิธีการสอนแบบนี้ ถ้าทำได้อย่างถูกวิธีก็จะเป็นการสอนที่น่าสนใจ รวมทั้งให้ผลคุ้มค่า คุ้มเวลาทั้งผู้สอนและผู้ได้รับการสอนด้วย

การสอนงานที่มีวิธีการคล้ายคลึงอีกวิธีหนึ่ง คือ Near the Job Coaching หมายถึง หัวหน้าให้ลูกน้องติดตามไปดูการทำงานอย่างใกล้ชิดในภารกิจเฉพาะ ซึ่งหัวหน้างานตั้งใจจะให้ลูกน้องได้เรียนรู้

เช่น การให้ติดตามไปพบกับกลุ่มลูกค้าองค์กร เพื่อเรียนรู้วิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ได้ทราบแนวทางการสอบถามความต้องการของลูกค้า การเจรจาต่อรอง และเทคนิคต่างๆ

สิ่งที่สำคัญต้องมีการทำ Pre-Post Briefing คือ ก่อนจะไปติดตามดูการทำงานจริง หัวหน้าต้องแนะนำประเด็นที่ลูกน้องควรสังเกต เรียนรู้ และมีการทบทวนสรุปประเด็นการเรียนรู้ภายหลังด้วย จึงจะทำให้การสอนงานเกิดประสิทธิผล

วิธีที่ 2 การสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญให้รับช่วงสอนงาน (Guru networking)

วิธีการนี้หัวหน้างานทำได้โดยจัดทำตารางสอนงานแล้วสรรหาเครือข่ายผู้รับช่วงสอนงานที่เป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้าน ซึ่งอาจจะมาจากคนละหน่วยงานให้มาช่วยกันสอนงาน การแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนๆ ตามลักษณะความชำนาญนั้น นอกจากจะช่วยให้ผู้สอนแต่ละคนลงลึกในเนื้อหาความชำนาญของตนได้ดี ยังช่วยประหยัดเวลาผู้สอนแต่ละคน

หรือหัวหน้างานสามารถมอบให้ทีมงานในหน่วยงานแต่ละคนช่วยกระจายการสอนกันคนละเรื่อง ซึ่งจะช่วยยกระดับความรู้ความสามารถของลูกทีม แถมยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและทำให้เกิดการยอมรับนับถือกันภายในทีมงานด้วย

อย่างไรก็ตาม หัวหน้างานที่เลือกวิธีที่สองนี้ ควรต้องพูดคุยถึงเป้าหมาย เนื้อหาการสอนกับครูผู้สอนแต่ละคนก่อนที่จะให้ลูกน้องไปรับการสอนงาน เมื่อจบการสอนงานจากผู้รู้แต่ละคนแล้ว หัวหน้างานก็สามารถสอบถามผลการสอนงาน เพื่อจะได้ประเมินความสามารถและพัฒนาเพิ่มเติมต่อไป

การสอนงานที่ประหยัดเวลา ทั้งสองวิธีนั้นคงช่วยให้กำลังใจหัวหน้าในการทำหน้าที่สอนและพัฒนาทีมงานของตนอย่างต่อเนื่องต่อไป

 

ที่มา : จารุนันท์ อิทธิอาวัชกุล





จำนวนผู้ชม 4078 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์