Tax Knowledge : ปัญหาการจัดทำ"หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย"

Tax Knowledge : ปัญหาการจัดทำ"หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย" | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



เมื่อมีการทำธุรกิจแทบทุกประเภทมักจะมีปัญหาของระบบเอกสารที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ บางกิจการได้นำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้เพื่อลดขั้นตอนในการออกเอกสารหรือลดเอกสารที่ออกด้วยมือ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว บางแห่งก็นำคอมพิวเตอร์เข้าเก็บเอกสารให้เป็นหมวดหมู่สะดวกต่อการนำออกมาใช้หรือค้นหา เอกสารของธุรกิจมีอยู่ 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ เอกสารทางธุรกิจ เอกสารทางบัญชี และเอกสารทางภาษีอากร
       
       มีเอกสารอยู่ประเภทหนึ่งที่หลายธุรกิจจะต้องใช้ก็คือ "หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย" ซึ่งประมวลรัษฎากรได้กำหนดให้ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้รับเงิน แล้วออกหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กับผู้รับเงิน ซึ่งก็คือหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ทุกธุรกิจต้องใช้ประกอบการจ่ายเงิน
       
        ปัญหาในการจัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างน้อยต้องมีข้อความตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด หรือตามแบบที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรแล้วให้แก่ผู้ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจำนวน 2 ฉบับ มีข้อความตรงกันภายในกำหนดเวลา แล้วแต่กรณีและจัดทำตามวิธีดังนี้
       
       1. กำหนดเวลาออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
       
       1.1 กรณีจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(1) (2) เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ค่านายหน้า บำเหน็จ ฯลฯ ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ของปีถัดจากปีภาษี (กรณีผู้ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายทำงานจนถึงสิ้นปีภาษี) หรือภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายออกจากงานในระหว่างปีภาษี
       
       1.2 กรณีการจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(3)(4)(5)(6)(7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย
       
       2. วิธีจัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
       
       2.1 หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายต้องออกให้แก่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 2 ฉบับมีข้อความตรงกันนั้น อย่างน้อยต้องมีข้อความตามแบบที่กรมสรรพากรกำหนดอาจจะเพิ่มเติมข้อความด้านบนแต่ละฉบับก็ได้ คือ
       
       ฉบับที่ 1 มีข้อความ "สำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ใช้แนบพร้อมกับแบบแสดงรายการ"
       
       ฉบับที่ 2 มีข้อความ "สำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เก็บไว้เป็นหลักฐาน"
       
        ผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย จะทำสำเนาคู่ฉบับ (ฉบับที่ 3 นอกเหนือจากฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2) ไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับออกใบแทนในกรณีที่หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ออกให้แก่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว แต่ชำรุดสูญหายก็ได้ การออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ใช้วิธีถ่ายเอกสารและให้มีข้อความว่า "ใบแทน" ไว้ที่ด้านบนของเอกสารซึ่งผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายต้องลงลายมือชื่อรับรองด้วย หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย จะต้องมีหมายเลขลำดับของหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และหมายเลขลำดับของเล่ม เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ได้จัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นเล่ม จะไม่มีหมายเลขลำดับของเล่มก็ได้ และในการจัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์จะไม่มีคำว่า "เล่มที่" ก็ได้
       
        การลงชื่อของผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย จะใช้วิธีประทับลายมือชื่อผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยตรายาง หรือจะพิมพ์ลายมือชื่อผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้มีการเก็บลายมือชื่อไว้ (SCAN) ก็ได้
       
        ผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งได้มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร และได้มีการหักเงินได้ดังกล่าวเข้างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน จะระบุจำนวนเงินที่ได้หักจากเงินได้ของผู้มีเงินได้เข้ากองทุนดังกล่าวในแต่ละปีภาษีในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายก็ได้
       
       2.2 หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย จะต้องทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ถ้าทำเป็นภาษาต่างประเทศอื่น ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยกำกับ ส่วนตัวเลขให้ใช้เลขไทยหรืออารบิค
       
       2.3 ผู้ใดประสงค์จะทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นอย่างอื่นนอกจากดังกล่าวข้างต้นแล้ว ให้ยื่นคำขออนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อน และเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรแล้วให้ปฏิบัติตามนั้น
       
       2.4 กรณีจ่ายเงินได้พึงประเมินประเภทอื่นตามมาตรา 40(3)(4)(5)(6)(7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นรัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น เฉพาะกรณีที่จดแจ้งการหักภาษีไว้ในฎีกาเบิกเงินและได้มีการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามระเบียบของทางราชการแล้ว ได้รับยกเว้นไม่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
       
        ดังนั้นเมื่อมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้รับเงิน ด้านผู้จ่ายเงินจะต้องออกหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กับผู้รับเงินทุกครั้งเพื่อเป็นการยืนยันว่าได้มีการหักภาษีถูกต้องตามประมวลรัษฎากร

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์





จำนวนผู้ชม 9656 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์