สิทธิของนายจ้าง ในการบังคับเมื่อ ลูกจ้างผิดหน้าที่

สิทธิของนายจ้าง ในการบังคับเมื่อ ลูกจ้างผิดหน้าที่ | การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



  1. ความรับผิดในดอกเบี้ย เมื่อนายจ้างกระทำผิดหน้าที่โดยไม่จ่ายค่าจ้างเงินเดือนตามเวลาที่กำหนดไว้ตามวันแห่งปฏิทินหรือเมื่อถึงเวลาจ่ายอื่นๆ ถือว่านายจ้างผิดนัดชำระหนี้ (มาตรา 204 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) ซึ่งลูกจ้างสามารถ กำหนดระยะเวลาพอสมควรให้นายจ้างชำระหนี้หากยังไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดดังกล่าว ลูกจ้างชอบที่จะบอกเลิกสัญญาได้ (มาตรา 387) และกรณีนี้เป็นกรณีที่นายจ้างผิดหน้าที่หลักในการจ่ายค่าจ้างเงินเดือน ซึ่งทำให้ต้องรับผิดในดอกเบี้ย ตามอัตราร้อยละ 7 ½ ต่อปี (มาตรา 224 ) หรืออัตราร้อยละ 15 ต่อปี กรณีเป็นนายจ้างที่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายคุ้มครองแรงงานด้วย นอกจากนั้นยังอาจต้องรับผิดในเงินเพิ่มตามกฎหมายร้อยละ 15 ทุกระยะ 7 วัน นับแต่วันผิดนัด หากนายจ้างจงใจผิดนัดโดยปราศจากเหตุอันสมควร (มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541)
 
  1. กำหนดให้สิทธิพิเศษแก่ลูกจ้าง กฎหมายแพ่งกำหนดให้ลูกจ้างเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ ในลำดับเดียวกับค่าภาษีอากร (มาตรา 253 (3) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) เพื่อคุ้มครองผู้ที่อ่อนแอกว่าในทางเศรษฐกิจให้ได้รับชำระค่าจ้างเงินเดือนก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ์สามัญ (มาตรา 257) หรือเจ้าหนี้บุริมสิทธิพิเศษ (มาตรา 259 (7) หรือ 272 ) แล้วแต่กรณี ดังที่จะได้กล่าวในเรื่องสิทธิของลูกจ้าง ความเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ์นี้มีได้สำหรับค่าจ้างเงินเดือนที่ค้างชำระ รวมถึงค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด หรือเงินประเภทอื่นด้วยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเพื่อการงานที่ได้ทำให้แก่นายจ้าง
 
  1. ความรับผิดในค่าเสียหาย  ถ้าลูกจ้างได้รับความเสียหายจากการผิดหน้าที่ของนายจ้าง ก็สามารถเรียกค่าเสียหายจากนายจ้างได้ในฐานที่ชำระหนี้ไม่ตรงตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ (มาตรา 215) หรืออาจเรียกค่าเสียหายเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ หากคู่กรณีที่เกี่ยวข้องได้คาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นพฤติการณ์ล่วงหน้าก่อนแล้ว (มาตรา 222 วรรค 2 ) นอกจากนั้นยังอาจเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิดของนายจ้าง ซึ่งนายจ้างต้องรับผิดชอบด้วย (มาตรา 420 , 434, 437)
 
  1. การบังคับให้รับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน หรือจ่ายค่าเสียหายแทน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์กำหนดให้คณะแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน หรือจ่ายค่าเสียหายกรณีนายจ้างผิดหน้าที่โดยการเลิกจ้างในลักษณะที่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม (มาตรา 41 (4) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์) และกฎหมายวิธีพิจารณาคดีแรงงานสัมพันธ์กำหนดให้ศาลแรงงาน มีอำนาจบังคับให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างเงินเดือนเท่ากับลูกจ้างเคยได้รับขณะที่เลิกจ้างหรือให้จ่ายค่าเสียหายแทนการรับกลับเข้าทำงาน กรณีนายจ้างผิดหน้าที่โดยการเลิกจ้างในลักษณะที่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม (มาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน)
 
  1. การเลิกสัญญา  ลูกจ้างอาจใช้สิทธิเลิกสัญญาได้เมื่อนายจ้างกระทำผิดหน้าที่ โดยอาศัยหลักกฎหมายแพ่งทั่วไปด้วยการกำหนดระยะเวลาพอสมควรก่อนเลิกสัญญา (มาตรา 387 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) หรือด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ช่วงการจ่ายสินจ้างหรือค่าจ้างเงินเดือน (มาตรา 582 วรรค 1 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือมาตรา 17 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน แล้วแต่กรณี)
 
 
เนื้อหา  : รศ.ดร.วิจิตรา  วิเชียรชม




จำนวนผู้ชม 13696 ครั้ง




ข้อมูลบทเรียนออนไลน์ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์