ขอบเขต การใช้บังคับ กฎหมายแรงงาน

ขอบเขต การใช้บังคับ กฎหมายแรงงาน | การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



 
โดยเหตุที่กฎหมายแรงงานอาจแบ่งได้เป็น 4 ส่วน จึงอาจพิจารณาด้วยว่าในแต่ละส่วนมีขอบเขตการใช้บังคับดังนี้
 
  1. กฎหมายแพ่งว่าด้วยจ้างแรงงาน เป็นบทบัญญัติตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ใช้บังคับแก่ คู่สัญญาตามสัญญาจ้างแรงงาน ในทุกกรณี กล่าวคือ เมื่อเกิดสัญญาจ้างแรงงานขึ้นไม่ว่าจะทำสัญญาจ้างแรงงาน เป็นลายลักษณ์อักษรโดยทำเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ตาม และไม่ว่าจะเกิดขึ้นโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายก็ตาม คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 6 ว่าด้วยจ้างแรงงาน มาตรา 575-586 และกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติได้โดยเฉพาะในลักษณะดังกล่าว ก็ต้องนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายแพ่งทั่วไปมาใช้บังคับด้วย ทั้งนี้เนื่องจากสัญญาจ้างแรงงานเป็นเอกเทศสัญญาในทางแพ่งชนิดหนึ่งด้วย
จึงสรุปได้ว่ากฎหมายแพ่งส่วนนี้ใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างโดยทั่วไป ทั้งในภาคเอกชนและภาครัฐวิสาหกิจ
 
  1. กฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยหลักทั่วไปกฎหมายนี้ให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน เว้นแต่ลูกจ้างบางประเภทหรือกิจการบางประเภทที่กฎหมายนี้กำหนดยกเว้นความคุ้มครองหรือจำกัดความคุ้มครองไว้ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานหรือไม่ซึ่งก็จะไม่นำกฎหมายนี้มาบังคับหรือนำมาใช้บังคับบางส่วน แล้วแต่กรณี เช่น บุคคลที่ทำงานในราชการส่วนต่างๆ กิจการรัฐวิสาหกิจ กิจการโรงเรียนเอกชน เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับครูใหญ่ และครู กิจการในงานเกษตรกรรม หรือกิจการของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เป็นต้น ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายนี้ ส่วนลูกจ้างบางประเภทอาจได้รับความคุ้มครองโดยถูกจำกัด อันได้แก่ ลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้านอันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย  ได้รับความคุ้มครองในบางเรื่อง เช่น วันหยุดพักผ่อนประจำปี ความเสมอภาคระหว่างชาย – หญิง ในการได้รับค่าตอบแทนในการทำงานการจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินตราไทย สถานที่และเวลาในการจ่ายค่าตอบแทนในการทำงาน เป็นต้น  ลูกจ้างในกิจการที่มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ  ได้รับความคุ้มครองในบางเรื่อง เช่น ความเสมอภาคระหว่างชาย – หญิง ในการได้รับค่าตอบแทนในการทำงานการจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินตราไทย สถานที่และเวลาในการจ่ายค่าตอบแทนในการทำงาน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการยื่นคำร้องและการพิจารณาคำร้อง เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีลูกจ้างประเภทที่ได้รับความคุ้มครองแตกต่างไปจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานในบางเรื่อง (มาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกา กำหนดงานที่ให้มีการคุ้มครองแรงงานแตกต่างไปจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2541) อันได้แก่
                1)  ลูกจ้างในกิจการปิโตรเลียม รวมตลอดถึงงานซ่อมบำรุงและงานให้บริการเกี่ยวกับงานดังกล่าว เฉพาะที่ทำงานในแปลงสำรวจและพื้นที่ผลิต ได้รับความคุ้มครองแตกต่างไปในเรื่องเวลาทำงานปกติ ช่วงวันทำงาน วันหยุดประจำช่วง วันหยุดตามประเพณีและการฝึกอบรม (ข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติม โดยข้อ 1 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2543))
 
                2)  ลูกจ้างในงานวิชาชีพหรือวิชาการ  งานด้านบริการและการจัดการ งานเสมียนพนักงาน งานอาชีพเกี่ยวกับการค้า งานอาชีพด้านบริการ งานที่เกี่ยวกับการผลิต หรืองานที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว ได้รับความคุ้มครองแตกต่างกันไปในเรื่องเวลาทำงานปกติ และสิทธิได้รับค่าตอบแทนกรณีตกลงทำงานเกินวันละ 8 ชั่วโมง (ข้อ 2 แก้ไขเพิ่มเติม โดยข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2543))
 
                3)  ลูกจ้างในงานร้านขายอาหารหรือร้านขายเครื่องดื่มที่เปิดจำหน่ายหรือให้บริการไม่ติดต่อกันในแต่ละวันที่มีการทำงาน ได้รับความคุ้มครองแตกต่างไปในเรื่องเวลาพัก (ข้อ 3 )
 
                4)  ลูกจ้างในงานวิชาชีพหรือวิชาการเกี่ยวกับการสำรวจ ขุดเจาะ กลั่นแยก และผลิตผลิตภัณฑ์ จาก ปิโตรเลียม หรือปิโตรเคมี  กรณีเป็นลูกจ้างหญิงได้รับความคุ้มครองแตกต่างไปในเรื่องงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกาย (ข้อ 4)
 
                5)   ลูกจ้างในตำแหน่งผู้บริหารหรืองานวิชาการ งานธุรการ รวมทั้งงานเกี่ยวกับการเงินหรือบัญชี กรณีเป็นหญิงมีครรภ์ ได้รับความคุ้มครองแตกต่างไปในเรื่องการทำงานล่วงเวลา (ข้อ 5)
 
                6)  ลูกจ้างในงานเร่ขายหรือชักชวนซื้อสินค้า ได้รับความคุ้มครองแตกต่างไปในเรื่องค่าล่วงเวลาในวันหยุด (ข้อ 6 )
 
  1. กฎหมายแรงงานสัมพันธ์   เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแก่ลูกจ้างโดยทั่วไป ยกเว้นลูกจ้างหรือบุคคลบางประเภทที่ไม่ได้รับความคุ้มครองซึ่งได้แก่ บุคคลที่ทำงานในราชการส่วนต่างๆ รวมทั้งราชการกรุงเทพมหานครและเมือพัทยา พนักงานและลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ  พนักงานและลูกจ้างของธนาคารแห่งประเทศไทย  รวมตลอดถึงพนักงานและลูกจ้างของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย
  2. กฎหมายวิธีพิจารณาคดีแรงงาน  ใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างโดยทั่วไปตามสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งรวมถึงรัฐวิสาหกิจกับพนักงานลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจด้วย โดยกฎหมายนี้มิได้บัญญัติยกเว้นการใช้บังคับกฎหมายไว้เลย
 
 
บทความ : รศ.ดร.วิจิตรา  วิเชียรชม




จำนวนผู้ชม 10438 ครั้ง




ข้อมูลบทเรียนออนไลน์ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์