โรคปอดฝุ่นฝ้ายหรือบิสสิโนสิส (Byssinosis)

โรคปอดฝุ่นฝ้ายหรือบิสสิโนสิส (Byssinosis) | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM


โรคปอดฝุ่นฝ้าย (Byssinosis) เป็นโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังชนิดหนึ่ง เกิดจากการหายใจเอาฝุ้นฝ้าย ป่าน ปอ และลินิน เข้าไปในปอดเป็นระยะเวลานาน ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนงานทอฝ้า ปั่น สางฝ้าย โดยอาการเริ่มแรกของโรคจะมีอาการไอเพียงเล็กน้อย ต่อมาอาการไอจะมากขึ้นพร้อมทั้งมีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก และจะสังเกตุได้ว่าอาการเหล่านี้มักเริ่มต้นในทุกวันจันทร์หรือวันแรกของการทำงานตามปกติเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้จะหายไปเอง โดยในระยะที่มีอาการเริ่มแรกนี้ จะสามารถหายจากอาการโรคได้หากไม่ต้องมาทำงานเกี่ยวข้องกับฝุ่นฝ้ายอีก แต่ถ้ายังคงทำงานนี้ต่อไป อาการไม่สบายจะเพิ่มระยะเวลานานวันขึ้นโดยจะมีอาการหลอดลมอักเสบ หอบ ทำให้ต้องขาดงานบ่อย ๆ ซึ่งระยะนี้ถ้าหลีกเลี่ยงการทำงานกับฝุ่นฝ้าย สุขภาพของคนงานสามารถฟื้นตัวได้ ถ้าคนงานยังคงทำงานต่อไป จะทำให้มีอาการของโรคที่ถาวร คือ มีอาการแน่นหน้าอก หายใจติดขัด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง มีเสมหะเป็นหนอง จนผู้ป่วยไม่สามารถกลับมาทำงานได้

นอกจากนี้ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคปอดฝุ่นฝ้าย จะมีความไวในการติดเชื้อโรคระบบทางเดินหายใจมากกว่าผู้ที่มีระบบทางเดินหายใจปกติ และเมื่อติดเชื้อแล้ว ก็จะหายจากโรคนั้น ๆ ได้ยาก ใช้เวลานานในการรักษา และเมื่อหายแล้ว ก็มีโอกาสเกิดโรคนั้นซ้ำอีกได้ง่าย มีลักษณะการป่วยที่เรื้อรัง ผู้ป่วยจะยังได้รับผลกระทบสืบเนื่อง โดยเกิดอาการผิดปกติของอวัยวะอื่น ๆ ได้

การวินิจฉัยผู้ป่วยด้วยโรคปอดฝุ่นฝ้าย จะไม่สามารถทำได้โดยใช้ฟิลม์เอกซเรย์ เนื่องจากผู้ป่วยด้วยโรคนี้มีอาการขั้นสุดท้ายคือ หลอดลมอักเสบเรื้อรัง หอบ ถุงลมโป่งพอง ทำให้ผลการเอกซเรย์ปอดเหมือนกับคนเป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังและโรคถุงลมโป่งพองเช่นเดียวกับผู้ป่วยที่ไม่เกี่ยวข้องกับฝุ่นฝ้าย ดังนั้น การวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยจึงต้องพิจารณาองค์ประกอบคือ
- มีประวัติการทำงานเกี่ยวข้องกับฝุ่นฝ้าย
- มีอาการเริ่มต้นด้วยไข้วันจันทร์ ซึ่งจะมีอาการทรุดลงเรื่อย ๆ
- ผลการทดสอบสมรรถภาพการทำงานของปอด พบว่าความสามารถในการจุอากาศของปอดลดลง โดยเฉพาะในระยะเริ่มเป็นโรค การเสื่อมสมรรถภาพการทำงานของปอดจะปรากฏแบบชั่วคราวในวันจันทร์

ในด้านการตรวจประเมินสิ่งแวดล้อมการทำงาน กฎหมายแรงงานได้กำหนดค่ามาตรฐานความปลอดภัยของฝุ่นฝ้ายในบรรยากาศการทำงานของสถานที่ทำงานตลอดระยะเวลาการทำงานของลูกจ้างตามปกติมีฝุ่นฝ้ายได้ไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนค่ามาตรฐานความปลอดภัยที่แนะนำโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ACGIH ได้กำหนดค่า TLV สำหรับตลอดระยะเวลาการทำงานตามปกติของลูกจ้าง ไม่ให้มีปริมาณฝุ่นฝ้ายเกิน 0.2 มิลลิกรัมต่อปริมาตรอากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร

การควบคุมปริมาณฝุ่นฝ้ายในบรรยากาศการทำงานให้มีปริมาณไม่เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย จะช่วยให้คนงานไม่ต้องเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอดฝุ่นฝ้าย ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้
- ติดตั้งระบบระบายอากาศเฉพาะที่ในบริเวณแหล่งกำเนิดฝุ่นต่าง ๆ
- จัดทำที่ปิดครอบเครื่องสางฝ้ายเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่น
- ควบคุมความเร็วของเครื่องจักร เครื่องเป่าลม ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มปริมาณการกระจายตัวของฝุ่น
- จัดความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในโรงงาน และหมั่นทำความสะอาดบริเวณสถานที่ททำงาน

ในส่วนของตัวคนงาน ต้องให้มีการสวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นฝ้าย และจัดให้มีการตรวจสุขภาพเมื่อรับเข้าทำงานและตรวจประจำปี เพื่อค้นหาความผิดปกติ โดยในการรับคนเข้าทำงาน ให้พิจารณาเลือกบุคคลที่ไม่มีประวัติเป็นโรคหอบ หืด หลอดลมอักเสบ ต่อมทอนซิลโต หรือมีความพิการของโครงสร้างของระบบหายใจ เช่น ผนังกั้นจมูกทะลุ ดั้งจมูกยุบ เป็นต้น ในการตรวจสุขภาพคนงานควรบันทึกสอบถามเกี่ยวกับอาการของโรคปอดฝุ่นฝ้ายและอาการทั่วไปของโรคปอดเรื้อรัง ทำการทดสอบสมรรถภาพของปอดเป็นระยะ ๆ โดยการทดสอบนี้ควรทำในวันแรกหลังจากวันหยุดงาน และทำการเอกซเรย์ปอดเพื่อวินิจฉัยโรคอื่น ๆ เช่นวัณโรค เป็นต้น

ที่มา/ผู้ดำเนินการ :  เอกสารความปลอดภัย สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน



จำนวนผู้ชม 11336 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์