โรคปอดจากใยหินหรือแอสเบสโตสิส (Asbestosis)

โรคปอดจากใยหินหรือแอสเบสโตสิส (Asbestosis) | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



แร่ใยหิน หรือที่รู้จักกันในชื่อ แอสเบสตอส (Asbestos) เป็นแร่ที่ประกอบด้วยธาตุแมกนีเซียม เหล็ก ซิลิเกต และธาตุอื่น ๆ เล็กน้อย โดยมีลักษณะเป็นเส้นใย เป็นเงา มีคุณสมบัติทนกรด ทนความร้อน แรงเสียดทาน มีความเหนียวและเป็นฉนวนไฟฟ้า แอสเบสตอสที่พบในธรรมชาติจะแทรกตัวอยู่ในเนื้อหิน มีหลายชนิดและมีชื่อเรียกต่าง ๆ ได้แก่ แอสเบสตอสสีขาวหรือไครโซไทล์ (Chrysotile) แอสเบสตอสสีน้ำตาลหรืออะโมโซท์ (Amosite) โดยขณะนี้ประเทศไทยยังมีการอนุญาตนำเข้าแอสเบสตอสทั้ง 2 ชนิดนี้ นอกจากนี้ยังมีแอสเบสตอสชนิดอื่น ๆ เช่น ครอซิโดไลท์ (Crocidolite) แอคทิโนไลท์ (Actinolite) ทรีโมไลท์ (Tremolite) ซึ่งไม่มีการใช้ในประเทศไทยแล้ว แอสเบสตอสแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกันที่ปริมาณของธาติที่เป็นองค์ประกอบ ทำให้มีคุณสมบัติแตกต่างกัน จึงมีความเหมาะสมในการนำไปใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกัน โดยเฉพาะแอสเบสตอสสีขาวหรือไครโซไทล์ เป็นชนิดที่มีปริมาณการใช้ประมาณร้อยละ 90 ของแอสเบสตอสที่ใช้กันทั่วโลก

เนื่องจากแอสเบสตอสมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ดีหลายประการ จึงมีการใช้ประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งมักใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มคุณสมบัติในด้านที่ต้องการให้แก่ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เช่น กระเบื้องซีเมนต์ ฝ้าเพดาน ฉากผนัง ท่อน้ำ เพื่อเสริมความคงทนและกันความร้อน ใช้เป็นวัสดุป้องกันเสียงและทำฉนวนไฟฟ้า ใช้ทำผ้าเบรกและคลัชท์เพื่อให้ทนต่อการเสียดทานได้ดี ใช้ทอเป็นผ้า ทำฉากกันไฟ เสื้อผจญเพลิง เชือกและบุในเตาเผาต่าง ๆ นอกจากนี้ยังใช้ทำแผ่นกรองก๊าซพิษต่าง ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่มีการใช้แอสเบสตอสในรูปแบบที่ก่อให้เกิดการฟุ้งกระจายได้ (Friable form) จะมีความเสี่ยงสูงในการหายใจเอาอากาศที่มีแอสเบสตอสปนเปื้อนเข้าสู่ปอด ซึ่งโรคและความผิดปกติที่สำคัญที่มีสาเหตุมาจากแอสเบสตอส คือ โรคแอสเบสโตสิส (Asbestosis) การเกิดพังผืดในเนื้อเยื่อปอดและมะเร็งเยื่อหุ้มปอด (Mesothelioma) รวมทั้งมะเร็งปอด (Lung Cancer) ด้วย ที่สำคัญคือ โรคและความผิดปกติเหล่านี้จะมีอาการเรื้อรังและไม่สามารถรักษาให้กลับเป็นปกติดังเดิมได้ นอกจากนี้ American Conference of Governmental Industrial Hygienists (ACGIH) ยังจัดให้แอสเบสตอสเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ด้วย

การเกิดผลกระทบจากแอสเบสตอสในข้างต้น มักใช้เวลานานประมาณ 15-35 ปี โดยมีลักษณะอาการของโรคดังนี้
- โรคแอสเบสโตสิส เป็นโรคปอดเรื้อรัง ปอดเป็นแผลเนื่องจากเส้นใยแอสเบสตอสทิ่มแทงและมีการทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อปอด ทำให้มีอาการหายใจถี่ เจ็บหน้าอก ลำตัวบวม น้ำหนักลด ปาก ลิ้น และเล็บเป็นสีฟ้า ไอแห้ง สมรรถภาพการทำงานของปอดลดลง ภาพจากฟิลม์เอกซเรย์จะเห็นเงาทึบไม่เป็นระเบียบมากมาย
- มะเร็งปอด ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับแอสเบสตอส พบว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งปอดสูงมาก โดยเฉพาะคนงานที่สูบบุหรี่ ผู้ป่วยจะมีอาการไอ เจ็บหน้าอก บางทีไอมีเสมหะเป็นเลือด
- มะเร็งเยื่อหุ้มปอด ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจถี่ เจ็บผนังอก และเมื่อหายใจลึกจะเจ็บปวดลำตัว โรคนี้ทำให้ตายได้ใน 1-2 ปี โดยพบว่าแอสเบสตอสชนิดครอซิโดไลท์ มีแนวโน้มทำให้เกิดโรคนี้มากที่สุด

การตรวจวัดปริมาณของเส้นใยแอสเบสตอสในบรรยากาศการทำงาน จะทำให้ทราบระดับอันตรายในสภาพแวดล้อมการทำงาน โดยปกติการประเมินผล จะให้วิธีการนับจำนวนเส้นใยที่มีขนาดยาวกว่า 5 ไมครอน ซึ่งกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน ได้กำหนดให้ตลอดระยะเวลาการทำงานปกติ ห้ามลูกจ้างทำงานในที่ที่มีปริมาณความเข้มข้นของแอสเบสตอสเกินกว่า 5 เส้นใยต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร ส่วนค่ามาตรฐานแนะนำของต่างประเทศ เช่น ACGIH TLV ขณะนี้ได้กำหนดปริมาณความเข้มข้นของแอสเบสตอสไม่ให้เกิน 0.1 เส้นใยต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

แนวทางการป้องกันอันตรายจากการทำงานกับแอสเบสตอส

- แยกกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับแอสเบสตอสออกจากงานอื่น ๆ
- ในงานที่เป็นแหล่งก่อให้เกิดการฟุ้งกระจายของแอสเบสตอส เช่น ถังผสม ควรมีฝาปิดคลุมมิดชิด
- ติดตั้งระบบระบายอากาศเฉพาะที่ที่เครื่องจักร เช่น เครื่องเจาะ เครื่องเลื่อย เป็นต้น
- จัดระบบระบายอากาศทั่วไปภายในโรงงานให้มีอากาศถ่ายเทได้ดี
- จัดระเบียบภายในโรงงานและหมั่นทำความสะอาดสถานที่ทำงานไม่ให้มีฝุ่นสะสมอยู่ การทำความสะอาดควรใช้เครื่องดูดฝุ่น ไม่ควรใช้วิธีการกวาดหรือปัดซึ่งทำให้เกิดการฟุ้งกระจาย
- จัดให้มีการตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นของแอสเบสตอสในบรรยากาศการทำงานอย่างสม่ำเสมอ
- มีป้ายเตือนอันตรายบนภาชนะบรรจุ หรือบริเวณที่มีการใช้ จัดเก็บแอสเบสตอส
- ให้คนงานมีการใช้อุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจเมื่อต้องทำงานสัมผัสแอสเบสตอส
- ให้คนงานทีอนามัยส่วนบุคคลที่ดี โดยจัดสถานที่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเลิกงาน
- ตรวจสุขภาพคนงานก่อนเข้าทำงาน และตรวจเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะระบบหายใจ ซึ่งต้องมีการเอกซเรย์ปอดและทดสอบสมรรถภาพการทำงานของปอด อย่างน้อยปีละครั้ง
- พิจารณาหลีกเลี่ยงการใช้แอสเบสตอส โดยใช้วัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกันแทน เช่น ไฟเบอร์กลาส เส้นใยเซลลูโลส เป็นต้น

 

 

 



ที่มา/ผู้ดำเนินการ :  เอกสารความปลอดภัย สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน




จำนวนผู้ชม 7989 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์