การนำผลการปฏิบัติงานไปใช้ในการปรับค่าจ้างและการจ่ายโบนัสประจำปี

การนำผลการปฏิบัติงานไปใช้ในการปรับค่าจ้างและการจ่ายโบนัสประจำปี | การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



        ในทางปฏิบัติแล้ว หลายองค์การมุ่งเน้นการนำเอาผลการปฏิบัติงานที่ได้ไปใช้เฉพาะการปรับค่าจ้างเพียงอย่างเดียว หรืออาจจะนำไปใช้ในการจ่ายโบนัสเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วผลการปฏิบัติงานที่ได้นั้น สามารถนำไปใช้ได้ในอีกหลายๆเรื่อง เช่น การพัฒนาฝึกอบรมเพื่อยกระดับความรู้ความสามารถของบุคลากร หรือใช้ในการบริหารความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Development) นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการประเมินศักยภาพขององค์การได้อีกด้วย โดยดูว่ามีคนกี่เปอร์เซ็นต์ที่ช่วยกันสร้างความก้าวหน้าให้กับองค์การจริงๆ ทั้งนี้เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ขององค์การต่อไป
 
        การนำผลการปฏิบัติงานไปใช้ในการปรับค่าจ้างประจำปี จะต้องเข้าใจแนวคิดพื้นฐานของการประเมินผลการปฏิบัติงานดังนี้
 
1.   การประเมินผลการปฏิบัติงานคือการเปรียบเทียบระดับผลของงานที่เกิดขึ้นกับเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ว่าอยู่ในระดับใด
 
2.   การประเมินผลการปฏิบัติงานจะต้องทำอย่างอิสระไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับการปรับค่าจ้างมาเกี่ยวข้อง เช่น มีระดับผลงาน
      ดีมาก หรือ  A กี่คน ถ้าทุกคนทำดีหมดทุกคนควรจะมีสิทธิได้ผลงานดีมากหรือผลงานระดับ A หมด
 
3.   ผลงานที่ได้มาเป็นผลงานที่น่าเชื่อถือ ไม่มีการปรับปรุงในภายหลัง เพราะผลงานที่ได้มาจากระบบที่มีการกระจายเป้า
     หมายจากระดับองค์การลงมาสู่ระดับผู้ปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ
 
ดังนั้น เมื่อได้ผลการปฏิบัติงานมาแล้ว ควรจะดำเนินการในการปรับค่าจ้างประจำปีดังนี้
 
1.   ฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ รวบรวมผลการปฏิบัติงานจากหลายๆหน่วยงาน
 
2.   แยกผลงานออกตามระดับพนักงาน เช่น ระดับจัดการ ระดับบังคับบัญชา ระดับปฏิบัติการ หรืออาจแยกตามระดับหรือ
      เกรดที่องค์การนั้นๆ ใช้อยู่ โดยไม่สนใจว่าพนักงานคนนั้นจะอยู่หน่วยงานใด
 
3.   แยกงบประมาณการปรับค่าจ้างประจำปีที่ได้กำหนดไว้ออกตามกลุ่มหรือระดับพนักงาน
 
4.   กำหนดเปอร์เซ็นการปรับค่าจ้างให้เหมาะสมกับลักษณะงานของกลุ่มนั้นๆ โดยให้จำนวนเงินใกล้เคียงกับงบประมาณที่
      กำหนดไว้มากที่สุด
 
5.   ตรวจสอบงบประมาณโดยรวมว่าขาดหรือเกินหรือไม่
 
6.   นำเสนอให้ที่ประชุมของฝ่ายจัดการพิจารณาอนุมัติ
 
สำหรับการจ่ายโบนัส อาจพิจารณาจากผลงานใน 3 ระดับ คือ
 
1.   ผลงานระดับองค์การ ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขที่ตั้งไว้เพื่อกำหนดว่าปีนั้นๆ จะได้รับโบนัส หรือไม่ ซึ่งถือเป็นโบนัสตามผล
      ประกอบการขององค์การ ถ้าผลงานระดับองค์การไม่ถึงก็จะไม่มีการจ่ายโบนัสทั้งองค์การ
 
2.   ผลงานหรือระดับหน่วยงาน เป็นการจูงใจให้พนักงานในแต่ละหน่วยงานทำงานเป็นทีมมากกว่าการทำงานคนเดียว
      หน่วยงานใดได้ผลงานดี ก็จะได้รับโบนัสในอัตราส่วนสูงกว่าหน่วยงานที่ได้ผลงานไม่ดี
 
3.   ผลงานระดับบุคคล เป็นการนำเอาผลงานของแต่ละบุคคลมาใช้ประกอบการพิจารณาจ่ายโบนัส
 
สำหรับสัดส่วนการนำเอาผลงานระดับหน่วยงานกับผลงานระดับบุคคลมาใช้ในการคำนวณโบนัส ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละองค์การว่าควรจะเป็นเท่าใด ถ้าเน้นการทำงานเป็นทีมก็อาจจะให้สัดส่วนของผลงานระดับหน่วยงานสูงกว่า
 
 
 
ข้อมูลประกอบเพิ่มเติมในการศึกษาตัวอย่าง
 
การปรับค่าจ้าง
 
·  ปรับค่าจ้างประจำปี 10 %  โดยคำนวณจากฐานค่าจ้าง
 
·  ช่องของผลงานจะแบ่งออกเป็น 2 ช่องคือผลงานของหน่วยงานและผลงานของผู้จัดการแต่ละคน ผลงานของหน่วยงานกับผลงานของผู้จัดการหน่วยงานนั้นๆ อาจเหมือนกันหรือแตกต่างกันก็ได้ เพราะผลงานของหน่วยงานเกิดจากผลของงานเพียงอย่างเดียว แต่ผลงานของผู้จัดการนอกจากจะเกิดจากผลของงานแล้ว ก็เกิดมาจากผลความสามารถของผู้จัดการคนนั้นๆด้วย
 
·  ปรับค่าจ้างโดยใช้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของแต่ละกลุ่ม(ระดับ) เป็นฐานในการปรับ วิธีการคือถ้าระดับผลงานเท่ากันจำนวนเงินที่ได้รับก็จะเท่ากัน เพราะถือว่าอยู่ในระดับค่างาน (Job Level) เท่ากัน
จากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่าจำนวนเงินที่ใช้ในการปรับค่าจ้างจริงต่ำกว่างบประมาณของพนักงานในกลุ่มนี้อยู่ 822 บาท ซึ่งอาจจะนำไปรวมกับจำนวนเงินที่ขาดหรือเกินในระดับอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อให้จำนวนเงินที่ปรับค่าจ้างรวมไม่เกินงบประมาณโดยรวมของบริษัทที่กำหนดไว้
 
การจ่ายโบนัส
 
·  จ่ายโบนัสตามผลประกอบการ 2 เท่าของอัตราเงินเดือน ซึ่งคำนวณจ่ายเงินโดยพิจารณาจากปัจจัย 2 ตัวดังนี้
        -  50 % คำนวณจากผลงานของหน่วยงาน
        -  50 % คำนวณจากผลงานของแต่ละบุคคล
        จะเห็นว่าโบนัสของนางสาวมาลีที่ได้รับจำนวน 74,800 บาทนั้น เกิดจาก
 
        -   อัตราโบนัสที่พิจารณาจากผลงานของหน่วยงาน เท่ากับ 40,800  บาท 
               (เงินเดือน  x  อัตราโบนัสของผลงานหน่วยในเกรด A  = 34,000 x 1.2)
 
        -    อัตราโบนัสที่พิจารณาจากผลงานของบุคคล เท่ากับ 34,000 บาท
              (เงินเดือน x อัตราโบนัสของผลงานบุคคลในเกรด B = 34,000 x 1)
 
·  ผลต่างคือ งบประมาณรวม – ค่าจ้างที่ปรับหรือโบนัสรวมที่จะจ่าย
 

จากตัวอย่างจะเห็นว่าเมื่อคำนวณโบนัสแล้ว จะพบว่าจำนวนเงินที่จ่ายจริงสูงกว่างบประมาณการจ่ายโบนัสอยู่ 800 บาท เงินจำนวนนี้อาจจะใช้วิธีการเฉลี่ยไปตามสัดส่วนของผลงานหรืออาจจะนำไปใช้ในการปรับตัวเลขรวมของบริษัทก็ได้  เพราะอาจจะมีบางกลุ่ม/ที่มีตัวเลขเกินงบประมาณ

 

 

 



ไฟล์ประกอบ : มีไฟล์ดาวน์โหลดประกอบ Download File: โหลดไฟล์ ประกอบ ที่นี่




จำนวนผู้ชม 8626 ครั้ง




ข้อมูลบทเรียนออนไลน์ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์