ชีวิตรันทดของ HR

ชีวิตรันทดของ HR | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ผมทำงานด้านบริหาร HR ได้ว่า 18 ปี ตลอดระยะเวลาทำงานมากกว่า 10 บริษัท ผมมีความสุขจริงๆ กับบริษัทเพียง 2 บริษัท ผมส่งประวัติแนบมาให้คุณมัณฑนาดูด้วยเพื่อความเข้าใจ จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ พ.ศ.2539 เป็นต้นมา ผมเปลี่ยนงานเกือบทุกปี บางบริษัทอยู่ได้เพียง 6 เดือน ดูเหมือนเป็น job hopper ซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจมากต่อผู้ว่าจ้าง เพราะเปลี่ยนงานบ่อย ไม่มีใครอยากรับเข้าทำงาน คุณเชื่อไหม ผมต้องลดเงินเดือนตัวเองจากที่เคยได้ 150,000 บาทต่อเดือนเมื่อปี 2539 จน ณ ปัจจุบัน รับเพียง 80,000 บาท เพราะความถี่ในการเปลี่ยนงานของผม ความจริง ในการลาออกจากงานในแต่ละที่นั้น ผมมีเหตุผล ผมแน่ใจว่า คนอ่านที่ทำงานสายอาชีพ HR จะเข้าใจความรู้สึกผม เพราะชาว HR เมื่อเข้าไปในองค์กรใด ก็จะมีเรื่องประเด็นหนักๆ เช่น ฟ้องร้อง กดขี่พนักงาน หลบเลี่ยงภาษี ปรับโครงสร้าง กลุ่มมาเฟีย หากไม่มีประเด็นพวกนี้ น้อยรายจะหา HR และให้เงินเดือนสูงๆ แต่องค์กรดีๆ ที่โปร่งใสก็มีนะครับ ผมเพียงแต่ค่อนข้างจะโชคร้าย จะขอเล่าตัวอย่างประเด็นเจ๋งๆ แล้วกัน

บริษัท ก. ผมลาออกเพราะทนไม่ได้กับผู้บริหารต่างชาติปฏิบัติต่อพนักงาน เช่น เวลาเสิร์ฟน้ำ ต้องให้พนักงานคลานเข้าไป ผมว่ามันเกินไป ทำตัวเป็นราชวงศ์มาแต่ปางไหน ผมได้คุยกับทีมบริหาร เพื่อให้เปลี่ยนทัศนคติแต่ถูกปฏิเสธอย่างไม่แยแส

บริษัท ข. ผมได้รับคำสั่งให้จับเรื่องทุจริตของแผนกจัดซื้อและสามารถจับทุจริตได้ ส่งเรื่องขึ้นไปให้นายใหญ่รับทราบเพื่อดำเนินการ แต่กลับไม่เกิดผลใดๆ ในที่สุดเป็นผมที่ถูกมาเฟียบริษัทข่มขู่จนต้องลาออก

บริษัท ค. นายผมไม่ถูกกับ ผอ.ฝ่ายขาย พอนายผมลาออก ผอ.ฝ่ายขายได้เลื่อนตำแหน่งแทนนาย ผมถูกให้ออก

บริษัท ง. บริษัทถูกฟ้องร้องเรื่องไล่พนักงานออก ผมต้องขึ้นศาลแรงงานในฐานะตัวแทนบริษัทเพื่อไกล่เกลี่ยกรณีพิพาท เมื่อกรณียุติ สหภาพแรงงานของบริษัทยื่นข้อเสนอให้ผู้บริหารปลดผมออกจากตำแหน่งถามว่า บริษัท recruitment มีชื่อเสียงเช่น PwC จะรับผมเป็นผู้สมัครเพื่อจัดส่งให้ลูกค้าสัมภาษณ์หรือไม่ครับ

ไกรเดช

ตอบ คุณไกรเดช

การเปลี่ยนงานทุก 1-2 ปี ที่เรียกกันว่า job hopper นั้น คนกลุ่มนี้เปลี่ยนงานด้วยสาเหตุหลักๆ เช่น ต้องการเพิ่มฐานเงินเดือนแบบทวีคูณ เพราะการเปลี่ยนงานในแต่ละครั้ง มักอยู่ในอัตราประมาณ 15-25% ซึ่งมากกว่าการรอขึ้นเงินเดือนประจำปี และอีกสาเหตุหนึ่งคือ เมื่อเข้าไปทำงานในองค์กรใดและพบอุปสรรค ปัญหายากจะแก้ไข เกิดความท้อแท้ จะไม่พยายามที่จะแก้ปัญหานั้นให้แล้วเสร็จ แต่จะถือโอกาสเปลี่ยนงาน หาที่ใหม่ที่สบายกว่า คนกลุ่ม job hopper นี้ไปสมัครงานที่ไหน ก็มักจะไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้น ผู้บริหารมืออาชีพเมื่อตัดสินใจเข้าร่วมงานที่ใดก็ตาม มักจะทำงานในช่วงเวลา 3-4 ปีเป็นอย่างต่ำ จึงเริ่มขยับขยาย ทั้งนี้ เพื่อรักษาประวัติอาชีพของตนเอง และหากไม่แน่ใจในองค์กรนั้น ก็จะยังไม่เปลี่ยนงาน ที่สำคัญ เมื่อทำงานบริษัทใดๆ ก็ตาม นักบริหารมืออาชีพจะพยายามสร้างผลงาน (achievements) เมื่อสร้างประวัติงานที่ดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเปลี่ยนงานครั้งต่อไป

กรณีของคุณไกรเดช ดิฉันดูจากประวัติการทำงาน ความรับผิดชอบ ประวัติการอบรม ดิฉันเชื่อว่า คุณไกรเดชมีประสบการณ์การบริหาร HR ที่โดดเด่นระดับหนึ่ง (เนื่องจากดูเพียงประวัติการทำงาน ไม่มีโอกาสได้สัมภาษณ์ จึงไม่อาจยืนยันได้ ขอเป็นเพียงสมมุติฐาน) การทำงาน HR เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนผู้บริหารสื่อสารข้อความจากทีมบริหารให้พนักงานได้รับทราบอย่างถูกต้อง และพยายามเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานทั้งองค์กร รวมถึงแก้ไขสารพัดปัญหาในองค์กร จนมีคนพูดเปรียบอาชีพ HR นั้น เหมือน "หนังหน้าไฟ" โดยที่มีขาข้างหนึ่งเข้าไปอยู่ในตะราง เพราะอาจมีกรณีขึ้นศาลแรงงาน ดังนั้น เนื้อหาวิชาชีพ HR เป็นงานยาก ต้องอาศัยทักษะ ความอดทนอดกลั้นสูง และที่สำคัญ พื้นฐานต้องเป็นคนใจกว้าง มองโลกในแง่ดี มีความซื่อตรงและให้โอกาสมนุษย์ และมีความรักในการติดต่อกับคนโดยทั่วไป ดิฉันเชื่อว่าทุกองค์กรมีปัญหาทั้งสิ้น จะมากจะน้อยเท่านั้น คุณไกรเดชไม่ดูเหมือนเป็น job hopper ค่ะ เนื่องจากเหตุผลของการลาออกเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตนเอง แต่อาจเป็นเพราะจังหวะชีวิตต้องไปอยู่ในเหตุการณ์ที่คุณไม่สามารถควบคุมได้

จังหวะชีวิตคนเราไม่เหมือนกัน บางคนลำบากในช่วงต้น แต่จะสบายในช่วงปลาย บางคนตรงกันข้าม บางคนล้มลุกคลุกคลานไปเรื่อยๆ แต่หากคุณเป็นคนดี ดิฉันเชื่อมั่นว่า คุณจะมีวันที่คุณได้พบและทำงานในองค์กรที่เหมาะกับคุณ ไม่มีใครในโลกที่จะโชคร้ายตลอดชีวิตหรอกค่ะ สำคัญที่ คุณต้องมีความศรัทธาในตนเอง อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ ที่จะมาทำลายความมั่นใจของตนเอง ที่มีอยู่ชีวิตชาว HR ยิ่งได้อยู่ในองค์กรที่มีปัญหามาก ปัญหาหลากหลาย จะช่วยให้คุณอดทนและมีประสบ การณ์จากการแก้ไขปัญหา ฟันฝ่าอุปสรรค ต่างๆ ไปได้ คุณจะได้เก็บเกี่ยวประสบ การณ์หลากหลายมีค่าเท่านั้น นำมาใช้กับบริษัทใหม่ ในสายอาชีพ HR นั้น คุณต้องอยู่ในองค์กรหลากหลาย เพื่อสั่งสมประสบ การณ์สำหรับแก้ไขปัญหาคนให้กับองค์กร หากคุณอยู่ในองค์กรที่มีปัญหาน้อยและทำงานไม่หลากหลายองค์กร เมื่อเปลี่ยนงานไป องค์กรที่มีปัญหามาก คุณจะตกที่นั่งลำบาก

มีคนเคยพูดกันว่า ชีวิตต้องมีทั้ง "เก่งและเฮง" กรณีคุณไกรเดชน่าจะแค่ "เก่ง" คุณอาจจะยังไม่พบ "เฮง" ในความเห็นดิฉันนะคะ หากจะให้เลือกการเป็นนักบริหารมืออาชีพระหว่าง "เก่ง" กับ "เฮง" ดิฉันมองว่าคุณต้อง "เก่ง" ไว้ก่อน หากไม่ "เก่ง" เป็นพื้นฐาน คุณอาศัย "เฮง" อย่างเดียว คุณจะไปได้ชั่วคราวเท่านั้น เพราะข้างในกลวง เนื่องจากไม่ "เก่ง" และเมื่อความ "เฮง" หมด คุณจะเดี้ยงสนิท ขณะที่หากคุณ "เก่ง" แต่ยังไม่ "เฮง" คุณก็ยังไปได้เรื่อยๆ เสมือนเพชรแท้อยู่ที่ใด ก็ส่องแสงประกายแวว วาวทรงคุณค่าของการเป็นเพชร

คำถามที่ว่า PwC จะส่งคุณไปให้ลูกค้าเลือกหรือไม่นั้น หากคุณมีประสบการณ์ตรงตามที่ลูกค้าของ PwC ต้องการ และ PwC ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณและประเมินว่า คุณมีประสบการณ์และทักษะตรงตามนั้น PwC ก็สามารถคุยกับลูกค้าให้เข้าใจเหตุผลของการเปลี่ยนงานได้ค่ะ

คุณไกรเดชอย่าเพิ่งท้อแท้และหมดศรัทธาในตัวเองนะคะ ไกรเดชสู้ สู้ ไกรเดชสู้ตาย ไว้ลายไกรเดช

คอลัมน์ คลินิกนักบริหาร HR & Management Clinic
โดย มัณฑนา  ปีที่ 27 ฉบับที่ 3583 (2783)

แหล่งที่มา :
นสพ.มติชน





จำนวนผู้ชม 4601 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์