มาตรฐานแรงงานสากล ปัญหาการจ้างงานชั่วคราว และบทบาทสหภาพแรงงาน ตอน 2

มาตรฐานแรงงานสากล ปัญหาการจ้างงานชั่วคราว และบทบาทสหภาพแรงงาน ตอน 2 | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



เมื่อวันที่ 4 .. 51 ที่ศูนย์ฝึกอบรมชุมชนน้ำใจและไมตรี จ.สุพรรณบุรี ศูนย์กลางศึกษาสหภาพแรงงาน, โครงการรณรงค์สากล ICEM เรื่องปัญหาการจ้างงานชั่วคราว และโครงการ ICEM MNCs & Social Dialogue ได้ทำการจัดเสวนาเรื่อง มาตรฐานแรงงานสากล ปัญหาการจ้างงานชั่วคราว บทบาทสหภาพแรงงาน โดยมีการเสวนาในประเด็นของปัญหาสหภาพแรงงานและปัญหาการต่อสู้ของแรงงานจ้างเหมาค่าแรง

 

 

สหภาพแรงงาน TIG เคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อสิทธิสหภาพแรงงานความมั่นคงในการทำงานและการเป็นลูกจ้างประจำ (แฟ้มภาพ)

 

ฉัตรชัย ไพยเสน เลขาธิการสหภาพแรงงานไทยอินดัสเตรียล แก๊ส  (TIGLU) ได้อภิปรายในหัวข้อการจ้างงานชั่วคราวและบทบาทสหภาพแรงงาน กรณีศึกษาต่อสู้ของสหภาพแรงงานไทยอินดัสเตรียล แก๊ส โดยกล่าวถึงบทบาทของสหภาพแรงงานในการต่อสู้เพื่อสิทธิให้กับแรงงานชั่วคราวและแรงงานจ้างเหมา

 

ฉัตรชัยได้อธิบายถึงพื้นฐานของแรงงานชั่วคราว ว่าเป็นแรงงานที่ได้รับค่าจ้างต่ำ สวัสดิการน้อย ทำงานหนักชั่วโมงการทำงานยาวนาน มาตรฐานสุขภาพและความปลอดภัยน้อย ตกอยู่ในสภาวะหวาดกลัวและถูกข่มขู่ ขาดความมั่นคงในการทำงาน ทั้งนี้หากแรงงานชั่วคราวและแรงงานจ้างเหมา เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมสหภาพแรงงานมักจะถูกเลิกจ้างได้ง่าย

 

โดยฉัตรชัยได้กล่าวถึงเทคนิคในการจัดตั้งแรงงานชั่วคราวและแรงงานจ้างเหมาเพื่อการรวมกลุ่มต่อรอง โดยปัจจัยที่สำคัญก็คือสหภาพแรงงานของแรงงานประจำจะต้องเป็นแกนนำ ให้การศึกษาและรับแรงงานชั่วคราวและแรงงานจ้างเหมาเข้ามาเป็นสมาชิกสหภาพโดยไม่มีการแบ่งแยก ทั้งนี้กฎหมายอาจจะไม่รองรับการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานของแรงงานชั่วคราวและแรงงานจ้างเหมา และอาจถูกเจ้าหน้าที่รัฐและนายจ้างกีดกัน

 

สำหรับเทคนิคในการให้การศึกษาแก่แรงงานชั่วคราวและแรงงานจ้างเหมานั้น จะต้องมีการจัดการศึกษาพร้อมกันไปทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะเป็นแรงงานประจำเอง หรือ แรงงานชั่วคราวและแรงงานจ้างเหมา และลงมือทำอย่างจริงจัง จะต้องเข้าถึงแบบตัวต่อตัว เช่น ไปยังที่พักอาศัย ทั้งนี้จะต้องสร้างจิตสำนึกว่าทุกคนคือแรงงานเหมือนกันไม่มีการแบ่งแยก

 

 

 

กรณีศึกษาการต่อสู้เพื่อแรงงานจ้างเหมาของสหภาพแรงงานไทยอินดัสเตรียล แก๊ส

 

จากการชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อถึง 1 เดือน ในที่สุดสหภาพแรงงานไทยอินดัสเตรียลแก๊สฯ และคนงานขับรถแก๊สที่ถูกเลิกจ้าง ก็ได้รับชัยชนะในสิ่งที่พวกเขาเรียกร้อง

 

มีน้อยคนที่จะลืมเหตุการณ์ในเดือนกันยายน 2533 เมื่อรถบรรทุกแก๊สระเบิดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ อุบัติเหตุครั้งนั้นได้คร่าชีวิตผู้คนถึง 88 ราย บาดเจ็บ 36 ราย บ้านเรือน รถยนต์และมอเตอร์ไซด์ถูกเพลิงไหม้เป็นจำนวนมาก

 

ถึงแม้ไม่เคยมีอุบัติเหตุครั้งใดที่ส่งผลเสียหายมากเท่านี้มาก่อน แต่กลับมีอุบัติเหตุจำนวนมากที่เกิดจากยานพาหนะที่ขนส่งแก๊สพุ่งชนหรือลื่นไถลลงข้างทาง ซึ่งมักเป็นที่สยดสยองแก่ผู้ที่พบเห็นหรือหน่วยกู้ภัยที่เข้ามาทำการช่วยเหลือ

 

แล้วกับผู้ที่ต้องอยู่หลังพวงมาลัยรถเหล่านี้เล่า? เขาผู้มีหน้าที่ขับรถและขนส่งวัตถุอันตราย มีใครเคยรู้เรื่องสภาพการทำงานและการจ้างงานของเขาเหล่านั้นหรือไม่? ได้ค่าตอบแทนเท่าไร? มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร? พวกเขาได้รับเงินพิเศษอันเนื่องจากการทำงานที่เสี่ยงอันตรายนี้หรือไม่?

 

การประท้วงของคนงานบริษัทแก๊สที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นว่า คนงานเหล่านี้ส่วนหนึ่งไม่ได้รับการดูแลให้สมกับที่ได้รับมอบหมายให้ขนส่งสินค้าอันตรายของบริษัท

 

อันที่จริง พวกเขาไม่ได้เป็นแม้กระทั่งพนักงานประจำ

 

ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้กลายมาเป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างบริษัทไทยอินดัสเตรียลแก๊ส (TIG) กับสหภาพแรงงานทีไอจี

 

ซึ่งนำไปสู่การปักหลักตั้งเต้นท์ชุมนุมเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา เพื่อบอกความจริงว่า ฝ่ายบริหารของบริษัทไทยอินดัสเตรียลแก๊สได้เลิกจ้างคนงานกลุ่มหนึ่ง ที่ปฏิเสธจะเซ็นสัญญาการจ้างงานชั่วคราวกับบริษัทจ้างเหมาค่าแรง โดยที่ฝ่ายบริหารไม่ได้เจรจากับสหภาพฯ เลย นายฉัตรชัย ไพยเสน เลขาธิการสหภาพแรงงานทีไอจีกล่าว

 

บริษัทไทยอินดัสเตรียลแก๊ส (TIG) ก่อตั้งเมื่อปี 2513 ปัจจุบันอยู่ในเครือบริษัทลินเด้ กรุ๊ป เยอรมันนี ที่จัดว่าเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการธุรกิจอุตสาหกรรมแก๊สในระดับโลก ทั้งนี้ ทีไอจี เองก็เป็นบริษัทแก๊สที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งจัดส่งแก๊สให้แก่ โรงพยาบาลของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทใหญ่ๆ เช่น โคคา โคลา เป็นต้น

 

หลังการต่อสู้ ที่ยาวนานถึง 1 เดือน TIG ยินยอมให้คนงานที่ถูกเลิกจ้างกลับเข้ามาทำงานตามเดิม แม้ว่าสหภาพฯ และคนงานจะได้รับชัยชนะในครั้งนี้ แต่มันก็แลกมาด้วยความเหนื่อยยาก และเต็มไปด้วยบทเรียน

 

ในบรรดาคนงานชั่วคราวที่ถูกเลิกจ้าง  มีอยู่ส่วนหนึ่งที่เคยเป็นคนงานประจำโดยตรงของ TIG  หนึ่งในนั้น คือ ยม (นามสมมุติ) เขาเล่าให้ฟังว่า เขาเป็นหนึ่งในคนงาน 19 คน ที่หลังจากเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างของ TIG ได้ 1 ปี ในเดือนกุมภาพันธ์ 2550 พวกเขาก็ถูกโอนย้ายให้มาเป็นลูกจ้างสัญญาชั่วคราวกับบริษัทอะเดคโก้ ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศที่จัดหาลูกจ้างแบบชั่วคราว (เหมาช่วง-เหมาค่าแรง) ป้อนให้กับโรงงานหรือบริษัทต่างๆ

 

คนงานหลายคนรู้สึกแปลกใจกับการที่ตัวเองต้องถูกเปลี่ยนสัญญา แต่เพื่อที่จะรักษางานไว้ก็ต้องก้มหน้ายอมรับและไม่มีอำนาจที่จะทำอะไรได้

 

ต่อมาปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2551 สัญญาจ้างสิ้นสุดลงอย่างกระทันหันและไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า  ในครั้งนี้ พวกเขาถูกบังคับให้เซ็นสัญญาใหม่กับบริษัทเอสตรีมด์ ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าจัดหาคนงานแบบชั่วคราวเช่นเดียวกัน

 

ข่าวการโอนย้ายบริษัททำให้คนงานตื่นกลัวมากขึ้น พวกเขาเคยได้ยินชื่ออะเดคโก้ ซึ่งป็นบริษัทจัดหางานต่างประเทศ  แต่กับบริษัทเอสตรีมด์ไม่เคยมีใครได้ยินหรือรู้จักมาก่อนเลย

 

ในคนงานกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ไม่มีทางเลือก แต่มี 9 คนปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาใหม่กับเอสตรีมด์ จึงนำมาสู่การถูกเลิกจ้างเมื่อวันที่ 1 มีนาคม

 

การปฏิบัติที่มีเงื่อนงำ

 

การเลิกจ้างคนงานขับรถแก๊ส 9 คน ที่ตั้งคำถามต่อการจ้างงานแบบเหมาช่วง-เหมาค่าแรง (outsourcing practice) ของทีไอจี ทำให้คนงานคนอื่นๆ ในทีไอจีโกรธ และออกมาร่วมประท้วงกับสหภาพแรงงานฯ ทีไอจี เพื่อเรียกร้องให้บริษัทต้องรับทั้ง 9 คนกลับเข้าทำงานเหมือนเดิม

 

เพื่อนของเราไม่ได้ทำผิด พวกเขาเป็นพนักงานที่ดี เราไม่เข้าใจว่าทำไมบริษัทถึงต้องใช้การจ้างงานผ่านบริษัทนายหน้า ทั้งๆ ที่พวกเขาก็ทำงานให้กับทีไอจีเหมือนกับเรา แต่นายจ้างกลับบอกว่า คนงานกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นลูกจ้างของทีไอจี วานซึ่งเป็นลูกจ้างประจำ แสดงความคิดเห็น

 

เขาตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทต้องจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นให้กับบริษัทนายหน้า ถ้าทีไอจีจ้างลูกจ้างโดยตรง  น่าจะช่วยลดค่าประกอบการได้อีกมาก

 

ตามที่คนงานทีไอจีบอกเล่า การโอนย้ายคนงานไปเป็นลูกจ้างบริษัทจ้างเหมาค่าแรงดำเนินการโดยผู้จัดการฝ่ายบุคคลและผู้จัดการแผนกจัดส่ง โดยบังคับให้คนงานเซ็นสัญญาใหม่หรือเซ็นสัญญาโอนย้าย  และไล่คนงาน 9 คนออกเมื่อพวกเขาไม่ยอมทำตาม

 

ก่อนที่จะถูกเลิกจ้าง  คนงานกลุ่มนี้ทำงานในแผนกจัดส่ง โดยทำหน้าที่ขับรถบรรทุกแก๊ส

 

หนึ่งในกลุ่มเล่าว่า พวกเราได้รับการฝึกอบรมและรับใบสั่งงานจากเจ้าหน้าที่ของทีไอจี อยู่ภายใต้การดูแลควบคุมและปฏิบัติตามกฎของทีไอจี แต่งชุดเครื่องแบบของทีไอจี ถึงแม้ค่าจ้างและสวัสดิการจะเทียบเท่ากับคนงานประจำ แต่สัญญาจ้างแบบชั่วคราวนี้ทำให้เราไม่มีความมั่นคงในชีวิตเลย

 

แม้ว่าทีไอจีจะปฏิบัติกับคนงานเหมาค่าแรงให้เสมอเหมือนลูกจ้างประจำ แต่สภาพการจ้างงานแบบชั่วคราวก็มีผลต่อการดำรงชีวิตในสังคมภายนอก

 

หนึ่งในคนงาน ยกตัวอย่างให้ฟัง ผมพยายามกู้เงินธนาคารเพื่อซื้อบ้านเล็กๆ สักหลังให้ครอบครัว แต่ก็ถูกปฏิเสธ ธนาคารบอกว่าผมไม่มีงานที่มั่นคง  ผมสงสารลูกสาวที่กำลังจะโตและพวกเราต้องมาทนอยู่ในห้องเช่า

 

ในระหว่างนี้ คนงานของทีไอจีจำนวนหนึ่งที่เป็นคนงานเหมาค่าแรง ถูกข่มขู่ว่าจะเลิกจ้างถ้าพวกเขาเข้ามาร่วมกับสหภาพแรงงานฯ

 

ฝ่ายบริหารของทีไอจีพยายามกันไม่ให้สหภาพฯ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับคนงานจ้างเหมาค่าแรง ในกรณีนี้ ทีไอจีจะเรียกคนงานที่ถูกเลิกจ้างมาคุยเป็นรายบุคคลโดยไม่ให้ตัวแทนจากสหภาพฯมาร่วมคุยด้วย

 

กรณีนี้จึงไม่ได้เป็นแค่การต่อสู้เพื่อเรียกร้องให้ปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อคนงานจ้างเหมาค่าแรง แต่เป็นการต่อสู้ที่สำคัญและไม่เคยปรากฏมาก่อน นั่นคือ การต่อสู้เพื่อสิทธิในการเข้าร่วมสหภาพฯ ของคนจ้างเหมาค่าแรง

 

สหภาพแรงงานไทยอินดัสเตรียลแก๊ส (TIGLU) ก่อตั้งในปลายปี 2547 ด้วยอุปสรรคมากมาย

 

หยก (นามสมมติ) คณะกรรมการสหภาพฯ เล่าว่า เมื่อครั้งที่เราจัดตั้งสหภาพฯ ใน ปี 2547 มีกรรมการหลายคนถูกเลิกจ้างและถูกตั้งข้อหาว่าขโมยกระดาษของบริษัทไป 200 แผ่น หลังจากการพิจารณาของศาล มีคำสั่งให้บริษัททีไอจีรับคนงานที่เป็นกรรมการสหภาพฯ กลับเข้าทำงานตำแหน่งเดิม แต่บริษัทก็ไม่สนใจ เพิกเฉย

 

ด้วยการยื่นมือช่วยเหลือของสหภาพแรงงานขนส่งลอนดอน และการยืนหยัดต่อสู้ด้วยความอดทนทำให้กรรมการสหภาพฯ 2 คน สามารถกลับเข้าไปทำงานที่ทีไอจีได้ในปี 2549 รวมถึงได้รับเงินเดือนย้อนหลัง 2 ปี

 

ผู้นำสหภาพฯก็ได้กลับเข้ามาทำงานในปีเดียวกัน

 

พวกเราโชคดีที่สหภาพฯขนส่ง ลอนดอนเข้ามาช่วย หยกเสริมอีกว่า สหภาพฯทีไอจีของเราต้องผนึกกำลังกับองค์กรอื่นๆ ต่อสู้ในลักษณะนี้เพื่อที่จะปกป้องคนงานจ้างเหมาต่อไป

 

สหภาพฯขนส่ง ลอนดอน ก่อตั้งเมื่อปี 2465 ประกอบด้วยสมาชิก 900,000 คน ถือว่าเป็นสหภาพแรงงานที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักรและในโลกก็ว่าได้

 

ชัยชนะของการต่อสู้ แม้จะเป็นประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ แต่ก็ยิ่งใหญ่ ทำให้สมาชิกของสหภาพฯทีไอจีเข้มแข็งและมีกำลังใจมากขึ้น การที่สมาชิกของสหภาพฯ ออกมาต่อสู้เพื่อคุ้มครองคนงานจ้างเหมา เป็นสิ่งพิสูจน์ในเรื่องนี้

 

การต่อสู้ของสหภาพฯ ทีไอจีเกี่ยวพันมากกว่า 19 คนงานที่ถูกบังคับให้โอนย้ายสัญญามาอยู่บริษัทเอสตรีมด์เมื่อต้นปี พนักงานจำนวนหนึ่งที่ทำงานกับทีไอจีมาเป็นเวลานาน บางคนนานถึง 19 ปี  ยังคงอยู่ภายใต้ระบบสัญญาจ้างชั่วคราวเช่นเดียวกัน

 

เราไม่อาจนิ่งเฉยต่อสภาพที่เลวร้ายของเพื่อนที่ทำงานมาด้วยกัน แต่ต้องรับสวัสดิการต่างจากเรา พวกเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเรา นพดล สนม ประธานสหภาพฯทีไอจี กล่าวย้ำ

 

เราเริ่มรับคนงานจ้างเหมาเข้ามาเป็นสมาชิกสหภาพฯ เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว นพดลกล่าวว่า ตาม กม.คุ้มครองแรงงาน ปี 2541 มาตรา 5(3) ระบุชัดเจนว่า...คนงานจ้างเหมาค่าแรงมีสิทธิเข้าเป็นสมาชิกและมีส่วนร่วมกับสหภาพฯ

 

เขายังยกคำตัดสินของศาลเมื่อเดือน ตค. 2550 ในกรณี บริษัทซียูอีแอล จ.ชลบุรี ซึ่งพิพากษาว่า...ในฐานะที่เป็นนายจ้างผู้ว่าจ้างของคนงานจ้างเหมาค่าแรง บริษัทซียูอีแอลต้องรับผิดชอบดูแลสวัสดิการของคนงานเหล่านี้ให้เหมือนเป็นลูกจ้างประจำของบริษัท

 

สำหรับเรา คำตัดสินนี้ได้ยืนยันว่าคนงานจ้างเหมาค่าแรงมีสิทธิเช่นเดียวกับคนงานอื่นๆ ดังนั้น เขาจึงมีสิทธิเข้าร่วมสหภาพแรงงานด้วยเช่นกัน

 

พลังของของสหภาพแรงงาน

 

สหภาพฯ ทีไอจียังช่วยเหลือทั้งคนงานประจำและคนงานจ้างเหมาค่าแรงในอีกหลายเรื่อง ตัวอย่างเช่น สหภาพฯ ได้ขอให้ผู้ตรวจการแรงงานมาตรวจดูสภาพการทำงานของพนักงานขับรถแก๊ส ซึ่งต้องทำงานยาวนานเฉลี่ยแล้ว 12 ชม.ต่อวัน  เกินกว่าที่กำหนดไว้ใน พรบ.คุ้มครองแรงงาน 2541 ซึ่งกำหนดไว้ว่าต้องไม่เกิน 7 ชม. ทั้งนี้ เพื่อควบคุมงานที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของคนงาน

 

อันได้แก่ งานประเภทที่ต้องทำใต้ดิน หรือ ใต้น้ำ งานเกี่ยวกับกัมมันตรังสี งานเชื่อมโลหะ การผลิตหรือจัดส่งวัตถุที่เป็นอันตราย

 

ปี 2550 ผู้ตรวจการแรงงาน พบว่า บริษัททีไอจีสาขาท่าลาน จ.สระบุรี ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของคนงานเหมาค่าแรง 4 คน

 

คนงานได้รับค่าล่วงเวลาเพียง 1.5 เท่า (กฎหมายกำหนดไว้ 2 เท่า) ในกรณีที่ทำงานช่วงวันหยุด และไม่อนุญาตให้ลาพักร้อน  ยังพบว่า พวกเขาไม่ได้รับค่าแรงถ้าหากมีการลาป่วย  การจัดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยสำหรับคนงานเหมาค่าแรงก็ไม่เพียงพอ

 

หลังกการตรวจสอบของผู้ตรวจการแรงงาน บริษัทเหมาค่าแรง (คนละบริษัทกับที่ จ.ระยอง) ต้องจ่ายเงินให้กับคนงาน  อย่างไรก็ตาม เมื่อสัญญาจ้างงานหมดอายุลง พวกเขาได้รับการต่อสัญญาอีกเพียงแค่ 3 เดือน และหลังจากนั้นมา สัญญาจ้างของพวกเขาก็ต้องทำใหม่ทุกๆ 3 เดือน

 

นี่มันยุติธรรมกับคนงานที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิของตัวเองไหม นพดลตั้งคำถาม

 

ในคนงาน 4 คนที่กล่าวมาข้างต้น ทำงานให้กับบริษัทมานาน 7 ถึง 19 ปี แต่พวกเขากลับเป็นแค่พนักงานชั่วคราว

 

นพดลกล่าวว่า สหภาพแรงงานฯ พยายามหารือเรื่องนี้กับฝ่ายบริหารของทีไอจี ก่อนจะนำเรื่องนี้ไปร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแรงงาน แต่ก็ถูกปฏิเสธมาโดยตลอด

 

จากที่พิสูจน์ได้ว่า ทีไอจี (ท่าลาน) ละเมิดกฎหมายแรงงาน ผู้ตรวจการแรงงานจึงได้ออกคำสั่งถึงบริษัทเมื่อเดือนมิถุนายน 2549 แต่ทีไอจีตอบโต้ด้วยการฟ้องผู้ตรวจการฯ 2 นาย ที่ศาลแรงงานภาค 1

 

เดือนเมษายน 2550 ศาลแรงงานเห็นด้วยกับการตัดสินของผู้ตรวจการฯ และพิพากษาให้ผู้ตรวจการฯ 2 นายชนะ ถึงอย่างนั้นก็ตาม ทีไอจีก็ได้คัดค้านและยื่นฟ้องต่อศาลอุทธรณ์ ซึ่งคดียังอยู่ในชั้นศาลจนถึงตอนนี้

 

ผดุงศักดิ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า เนื่องจากทุกอย่างยังอยู่กระบวนการยุติธรรม  ดังนั้น เขาจึงไม่สามารถให้การช่วยเหลือใดๆ แก่คนงานในระหว่างนี้ได้ เราต้องรอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาออกมาก่อน

 

เรื่องของสัญญา

 

สมาชิกของสหภาพฯทีไอจีรู้สึกเป็นห่วงการเพิ่มขึ้นของคนงานจ้างเหมาค่าแรงและคนงานสัญญาจ้างชั่วคราวในทีไอจี

 

สหภาพฯ จึงเริ่มจัดการกับปัญหานี้ โดยส่งเรื่องร้องเรียนไปยังนายทะเบียนแรงงาน จ.สระบุรี เพื่อขอแก้ไขข้อบังคับสหภาพแรงงานให้คนงานจ้างเหมามีสิทธิเข้าเป็นสมาชิกสหภาพฯ

 

หลังจากนั้น 165 วัน นายทะเบียนแรงงานจังหวัดได้นำส่งจดหมายจากนายผดุงศักดิ์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2551  ระบุว่า คำร้องของสหภาพฯไม่อาจยอมรับได้

 

2 วันต่อมา ฝ่ายบริหารบริษัททีไอจีแจ้งกับคนงานสาขา จ.ระยอง ว่า สัญญาจ้างงานหมดอายุในวันที่ 1 มีนาคม จึงเรียกให้มาทำสัญญาฉบับใหม่กับบริษัทเหมาค่าแรงเอสตรีมด์

 

ผู้นำสหภาพฯ ทำคำร้องไปหลายครั้ง ขอเข้าเจรจากับทีไอจีเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดกับคนงานจ้างเหมาค่าแรง  เมื่อไม่ได้รับความสนใจจากทีไอจี  ผู้นำสหภาพฯ จึงตัดสินใจไปร้องเรียนกับกระทรวงแรงงาน โดยเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปที่กระทรวงฯ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม

 

วันที่ 25 มีนาคม จึงมีการประชุมไตรภาคีเพื่อทีจะแก้ไขความขัดแย้งในเรื่องดังกล่าว

 

ที่ประชุมไตรภาคีประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ 6 คน, ฝ่ายบริหารทีไอจี, กรรมการสหภาพฯ และคนงานที่ถูกเลิกจ้างเข้ามานั่งเจรจาร่วมกัน ที่สำนักงานแรงงานจังหวัดสระบุรี

 

การประชุมนี้นำไปสู่ข้อตกลงที่เป็นจุดเปลี่ยนแปลงหลายข้อ และถือว่าเป็นชัยชนะเล็กๆของสหภาพฯ  ซึ่งได้แก่ การที่ทีไอจีให้คำสัตย์จะไม่กลั่นแกล้ง คุกคาม คนงานของสหภาพฯ ทั้ง 9 คนนี้ ในช่วงที่ระยะสัญญาของพวกเขายังอยู่กับบริษัทเอสตีมด์

 

ทีไอจียินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อเสนอที่ทำขึ้นก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ว่า คนงานทั้ง 19 คน เป็นอยู่ในสัญญาจ้างกับบริษัทเอสตีม ตั้งแต่มีนาคม 2551 จนถึง มิถุนายน 2552 และหลังจากนั้นคนงานทั้งหมดนี้จะเปลี่ยนมาเป็นพนักงานประจำของทีไอจีอย่างช้าในเดือนมิถุนายน 2554

 

นอกจากนี้ ทีไอจียังยืนยันให้คนงานจ้างเหมาทั้ง 19 คน มีสภาพการทำงานเหมือนกับคนงานประจำ (ลูกจ้างประจำทีไอจีหลายคนชื่นชมบริษัทที่มีมาตรการความปลอดภัยที่เพียงพอ)

 

ส่วนคนที่ถูกเลิกจ้างทั้ง 9 คน ให้ลาโดยไม่รับค่าจ้าง ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม จนถึงวันที่พวกเขากลับไปทำงาน เพื่อที่ว่าช่วงเวลาทำงานจะไม่หยุดชะงักไป

 

สหภาพฯ จะได้รับแจ้งจากทีไอจี หากมีการดำเนินการตามระเบียบใดๆ กับคนงานทั้ง 9 และให้มีตัวแทนสหภาพฯ 2 คนเข้าร่วมสังเกตการณ์ในกระบวนการสอบสวน

 

คนงานทั้ง 9 คน ให้กลับเข้าทำงานขับรถแก๊สเช่นเดิม โดยไม่มีการโยกย้ายไปจากสาขาระยองที่เขาทำอยู่ ยกเว้นการไปทำงานชั่วคราวในบางครั้ง

 

สมาชิกสหภาพฯ ที่ไปร่วมชุมนุมในการเรียกร้องให้บริษัทรับคนงานกลับเข้าทำงาน จะไม่ถูกกลั่นแกล้ง คุกคาม

 

คนงานได้กลับเข้าทำงานวันที่ 26 มีนาคม

 

แม้ว่า นายเดวิด ชอว์ ผู้อำนวยการทีไอจี จะไม่มีการตอบสนองใดๆ ในระหว่างที่มีการชุมนุมประท้วงของสหภาพฯ แต่ในที่สุด เขาก็ได้แสดงความเห็นต่อปัญหาคนงานจ้างเหมาค่าแรงในบริษัท

 

เนื้อความในอีเมล ระบุว่า ผมยินดีที่จะยืนยันว่าด้วยความช่วยเหลือและสนับสนุนจากสำนักงานคุ้มครองแรงงานจังหวัดสระบุรี ปัญหาที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขฉันมิตรภาพ และเราตั้งใจจะทำงานร่วมกับสหภาพฯ เพื่อให้แน่ใจว่า สวัสดิการและความปลอดภัยของพนักงานขับรถจะยังคงเป็นสิ่งแรกของเรา

 

ที่มา:

บทความ : ขับเคลื่อนเพื่อความเป็นธรรมต่อคนงานเหมาค่าแรง!

* ชื่อบทความเดิม “DRIVEN TO DISMISSAL”  เขียนโดย ศุภรา จันทร์ชิดฟ้า ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post วันที่ 5 พฤษภาคม 2551 ถอดความโดย วรรยา เทียนดี

 

 

 

สำหรับการชุมนุมเรียกร้องให้รับแรงงานจ้างเหมาทั้ง 9 คนกลับเข้าทำงานของสมาชิกสหภาพแรงงานไทยอินดัสเตรียล แก๊ส เกิดขึ้นใน 6 จังหวัด (6 สาขาจาก 14 สาขา) โดยใช้เวลาหลังเลิกงานและก่อนเข้าทำงานมาชุมนุมกดดัน รวมถึงการใช้วิธีม๊อบโมบายที่ใช้กำลังคนประมาณ 20 คนในการกระจายไปชุมนุมที่ต่างๆ โดยที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าเราจะไปชุมนุมที่ไหน

 

และไม่ใช่เฉพาะพนักงานประจำและพนักงานชั่วคราวเท่านั้นที่ออกมาร่วมชุมนุม ครอบครัวของพนักงานก็ได้ออกมาร่วมชุมนุมด้วย โดยแกนนำของสหภาพแรงงานได้ทำการประสาน

 

ทั้งนี้ถือว่าครอบครัวของพนักงานเป็นส่วนสำคัญในการเคลื่อนไหว เพราะหากการต่อสู้ของแรงงานไม่ได้รับการทำความเข้าใจและสนับสนุนจากคนในครอบครัวแล้วการต่อสู้ก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากการให้การศึกษา และการให้การศึกษานั้นไม่จำเป็นจะต้องจำกัดให้แก่แรงงานเท่านั้น ครอบครัวของแรงงานเองก็จะต้องได้รับการจัดการศึกษาเกี่ยวกับสิทธิของแรงงานด้วย เพราะมีส่วนเกี่ยวพันโดยตรงกับตัวของแรงงาน

 

สิ่งสำคัญอีกประการที่ก็คือการที่นายจ้าง, เจ้าหน้าที่รัฐ และกรอบกำหมายได้กำหนดไว้ว่าสหภาพแรงงานไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับแรงงานที่ไม่ใช่นิติบุคคลเดียวกัน ซึ่งการต่อสู้ของสหภาพแรงงานไทยอินดัสเตรียล แก๊ส ได้ถือว่าก้าวข้ามขั้นนั้นไปแล้ว โดยในทางกฎหมายนั้นสหภาพแรงงานไม่สามารถทำข้อตกลงที่ผูกพันไปถึงลูกจ้างที่ไม่ใช่นายจ้างลูกจ้างเดียวกันได้ แต่ข้อตกลงที่สหภาพไทยอินดัสเตรียล แก๊ส ได้เคลื่อนไหวต่อรองทำข้อตกลงให้กับแรงงานจ้างเหมาได้ประโยชน์ได้แล้ว

 

ทั้งนี้ฉัตรชัยได้กล่าวสรุปถึงถึงปัจจัยความสำเร็จของการต่อสู้เพื่อแรงงานจ้างเหมานั้นมี 4 ปัจจัยที่สำคัญก็คือ

 

  • การหนุนช่วยด้วยความสมานฉันท์จากขบวนการแรงงานเปรียบเสมือนเครื่องนุ่งห่ม

องค์การพันธมิตรจากภาคสังคมหรือสหภาพแรงงานภายนอกจะคอยโอบอุ้มคุ้มกันสนับสนุนการต่อสู้ของสหภาพแรงงาน และจะทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในการต่อสู้นั้น

 

  • การเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานในระดับสากลเปรียบเสมือนที่อยู่อาศัย

องค์กรสหภาพแรงงานในระดับสากลจะเป็นเหมือนชายคาให้สหภาพคอยหลบแดดหลบฝน โดยสหพันธ์แรงงานจากต่างประเทศจะคอยให้ความช่วยเหลือในระดับนานาชาติ

 

 

  • ความร่วมมือของสมาชิกและครอบครัวเปรียบเสมือนอาหาร

ถ้าสมาชิกสหภาพและครอบครัวของสมาชิกสหภาพไม่ให้ความช่วยเหลือร่วมมือ การชุมนุมต่อรองจะไม่สามารถยืนระยะยาวได้ เปรียบเสมือนอาหารช่วยเหลือให้มีกำลังต่อสู้

 

  • การจัดการศึกษาคือยารักษาโรค

การจัดการศึกษาคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดก่อนการเริ่มต่อสู้ โดยการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่องจะช่วยเสริมสมรรถนะการต่อสู้

 

ทั้งนี้นโยบายของสหภาพแรงงานไทยอินดัสเตรียล แก๊ส มีนโยบายใช้เงินบำรุงสหภาพแรงงาน 50% ในการจัดการศึกษาให้แก่สมาชิกสหภาพแรงงานในแต่ละสาขา ในระยะเวลา 1 ปีจะจัดการศึกษา 20 ครั้ง และก่อนการต่อสู้เพื่อแรงงานจ้างเหมานั้น มีการจัดการศึกษามาก่อน 6 เดือน

 

ในการยื่นข้อเรียกร้องสภาพการจ้างของสหภาพแรงงานไทยอินดัสเตรียล แก๊ส ทางสหภาพได้ยื่นข้อเรียกร้องที่ให้ประโยชน์แก่แรงงานจ้างเหมาเข้าไปด้วย คือ ให้บริษัทฯ ยินยอมตกลงตามเงื่อนไขและระยะเวลาการจ้างงานของลูกจ้างเหมาช่วง เหมาค่าแรง และลูกจ้างชั่วคราว และสามารถบรรลุข้อตกลงกับบริษัทได้แล้ว ดังนี้

 

อายุงาน 0 – 18 เดือน ให้เงื่อนไขเป็นไปตามสัญญาจ้างเหมาที่ตกลงกัน

 

อายุงาน 18 เดือน – 3 ปี ให้ลูกจ้างได้รับผลประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ เท่าเทียมกับพนักงานทีไอจี ยกเว้น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินกู้ เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ เงินช่วยเหลือกรณีพนักงานเสียชีวิต

 

อายุงาน 3 – 5 ปี ลูกจ้างได้รับโอกาสคัดเลือกเป็นพนักงานประจำของบริษัท ตามหลักเกณฑ์ของบริษัท

 

อายุงาน 5 ปีขึ้นไป ลูกจ้างได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำของบริษัท โดยไม่มีเงื่อนไข

 

ทั้งนี้ฉัตรชัยกล่าวว่าข้อตกลงที่ได้ต่อรองให้กับแรงงานจ้างเหมานี้ ในครั้งแรกนายจ้างไม่ยอมเจรจาด้วย และกว่าที่จะได้ข้อตกลงข้อนี้ทางสหภาพแรงงานได้ยอมลดโบนัสจาก 5 เดือนเหลือ 0.5 เดือน เพื่อต่อรอง ซึ่งฉัตรชัยกล่าวว่าได้มีการทำความเข้าใจและจัดการศึกษาให้แก่สมาชิกสหภาพแรงงาน ทำให้สมาชิกสหภาพแรงงานเข้าใจและช่วยกันขับเคลื่อนต่อสู้ร่วมกับแรงงานจ้างเหมาได้เป็นผลสำเร็จ

 

ฉัตรชัยได้ทิ้งท้ายไว้ว่าจะเป็นแรงงานประจำหรือแรงงานจ้างเหมา ล้วนแล้วแต่จะต้องได้รับสิทธิเท่าเทียมกันอย่างเสมอภาค และการต่อสู้เคลื่อนไหวร่วมกันนั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เราสามารถก้าวพ้นกฎระเบียบข้อบังคับข้อกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมให้กับแรงงานจ้างเหมาได้

 

ที่มา : prachatai.com




จำนวนผู้ชม 5362 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์