การบริการทางการแพทย์ที่ดี...เพื่อผู้ประกันตน

การบริการทางการแพทย์ที่ดี...เพื่อผู้ประกันตน | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM

เลขที่ :
วันที่ประกาศ : 2/1/2551

การบริการทางการแพทย์ที่ดี...เพื่อผู้ประกันตน

ชีวิตของคนเรานอกจากการมีทรัพย์สินเงินทองแล้ว การมีสุขภาพที่ดีหรือการไม่มีโรคภัยไข้เจ็บนั้นก็เป็นสิ่งที่เราทุกคนปรารถนา ดังสุภาษิตที่ว่า “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” แต่ถ้าเกิดโรคภัยไข้เจ็บกับเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การดูแลตนเองและการได้รับการบริการทางการแพทย์ที่ดีจากรัฐที่ให้กับประชาชน และเป็นสิ่งที่เราทุกท่านต้องการ รวมถึงผู้ป่วยที่เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม
ปัจจุบัน สำนักงานประกันสังคมให้การคุ้มครองดูแลลูกจ้าง ผู้ประกันตนจำนวน 9,177,698 คน และสถานประกอบการจำนวน 381,543 แห่ง (ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550) ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้มีการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ในกรณีต่างๆ ให้แก่ผู้ประกันตนมาตลอด เนื่องจากสำนักงานประกันสังคมเล็งเห็นความสำคัญของสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนพึงจะได้รับ ที่จะต้องช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทั้งทางกายและใจของผู้ประกันตนได้
กองทุนประกันสังคมเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งมีสำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยงานให้ความคุ้มครองดูแลลูกจ้างที่อยู่ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป โดยจ่ายเงินสมทบแล้วได้รับสิทธิประโยชน์ 7 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย ที่ไม่เนื่องจากการทำงาน รวมถึงการคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร  ชราภาพ และการว่างงาน โดยกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเป็นกรณีที่ผู้ประกันตนใช้สิทธิประกันสังคมมากที่สุด ทั้งนี้ การจะได้รับสิทธิประโยชน์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยได้นั้น ผู้ประกันตนต้องส่งเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันรับบริการทางการแพทย์
การเข้ารับการรักษาตัวในสถานพยาบาลประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็น “ผู้ป่วยนอก” คือ ป่วยไปพบแพทย์ฯ ตรวจวินิจฉัย จัดยาให้แล้วกลับบ้าน หรือต้องนอนพักรักษาเป็น  “ผู้ป่วยใน”  ค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นทั้งหมดในโรงพยาบาลตามบัตรฯ ผู้ประกันตนไม่ต้องจ่าย ยกเว้นขออยู่ห้องพิเศษหรือขอแพทย์พิเศษเอง ส่วนสถานพยาบาลที่ผู้ประกันตนเลือกถือเป็น “สถานพยาบาลหลัก” และมีสถานพยาบาลเครือข่าย เช่น โรงพยาบาลขนาดเล็กหรือคลินิก ซึ่งถ้าระบุไว้ผู้ประกันตนก็ไปรักษาพยาบาลได้ ในขณะเดียวกันถ้าโรคบางโรค โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ รักษาไม่ได้ เช่น การรักษาโรคมะเร็ง หรือการผ่าตัดหัวใจ โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ก็จะมีโรงพยาบาลระดับสูง ที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ จะเป็นผู้ส่งตัวผู้ประกันตนไปรักษา โดยที่                ค่ารักษาพยาบาลอยู่ในความรับผิดชอบของโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ
นายสุรินทร์  จิรวิศิษฎ์  เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สถานพยาบาลในระบบประกันสังคม มี 3 ระดับ คือ สถานพยาบาลหลัก (โรงพยาบาลที่ผู้ประกันตนเลือก) สถานพยาบาลเครือข่าย (เป็นเครือข่ายของสถานพยาบาลหลัก) และสถานพยาบาลระดับสูง (ถูกส่งไปรักษาเมื่อสถานพยาบาลหลักรักษาไม่ได้) ส่วนเรื่องของ “การเจ็บป่วย” แบ่งได้เป็น 3 กรณี คือ เจ็บป่วยปกติ เจ็บป่วยฉุกเฉิน และอุบัติเหตุ

ปัจจุบัน สปส. ได้มีการพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการเยี่ยมผู้ประกันตนที่เป็นผู้ป่วยใน ที่โรงพยาบาลในโครงการประกันสังคม กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการดูแลและ รับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของผู้ประกันตนในการเข้าพักรักษาตัวในสถานพยาบาลประกันสังคมว่ามีสุขหรือทุกข์อย่างไร รวมถึงการเยี่ยมบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล เพื่อสอบถามปัญหาต่างๆ ในการทำงาน เพื่อร่วมกันแก้ไขและนำไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยมีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ สร้างความอบอุ่น และมีทัศนคติที่ดีต่อสำนักงานประกันสังคม และเกิดความมั่นใจในการใช้บริการทางการแพทย์ในระบบประกันสังคมมากขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนให้สถานพยาบาลในโครงการประกันสังคมมีการพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์ และดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยประกันสังคมมากยิ่งขึ้น และในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแต่ละครั้ง ทางสำนักงานประกันสังคมจัดให้มีการประเมินผลทุกครั้ง
นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า หากผู้ประกันตนไม่ได้รับบริการทางการแพทย์ที่ดีจากสถานพยาบาลในโครงการประกันสังคม ขอให้แจ้งข้อเท็จจริง เช่น ชื่อ - นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน วันเวลาที่เข้ารับการรักษา และชื่อ- นามสกุลของแพทย์ที่ให้การรักษา โดยส่งข้อร้องเรียนมายังสำนักงานประกันสังคม หรือแจ้งข้อมูลได้ที่กองประสานการแพทย์ฯ โทร. 0-2956-2494-6  และสายด่วนประกันสังคม1506 ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือร้องเรียนผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมได้ที่
www.sso.go.th ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการติดตามและแจ้งผลกลับทุกกรณี
นอกจากนี้ หากพบว่าข้อร้องเรียนของผู้ประกันตนในบางกรณีนั้น เกิดจากความเข้าใจผิดของผู้ประกันตน ทางสำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการชี้แจงทำความเข้าใจให้ผู้ประกันตนทราบ เช่น ต้องการเข้ารับการรักษาพยาบาลห้องพิเศษ แพทย์พิเศษ โดยส่วนนี้ถือว่าเกินจากมาตรฐานที่กำหนดไว้  ซึ่งผู้ประกันตนต้องจ่ายเพิ่ม สำหรับในกรณีที่มีการร้องเรียนว่า มีการให้ยาราคาถูกแก่ผู้ประกันตน สปส.จะดำเนินการตรวจสอบทุกกรณี ทั้งนี้ สปส.ขอยืนยันว่าการให้บริการแก่ผู้ประกันตนจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานการรักษาและการบริการทางการแพทย์ของสถานพยาบาลในโครงการประกันสังคม และผู้ประกันตนจะต้องได้รับบริการทางการแพทย์ตามมาตรฐานการรักษาเดียวกัน ดังนั้น สถานพยาบาลมีหน้าที่ให้บริการทางการการแพทย์แก่ผู้ประกันตนอย่างเต็มกำลังความสามารถของแพทย์และการจัดหายา เวชภัณฑ์ ครุภัณฑ์ รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ เพื่อให้บริการทางการแพทย์เแก่ผู้ประกันตนที่เข้ามารับบริการเป็นไปตามมาตรฐานตามหลักวิชาทางการแพทย์ และมีความเชื่อมั่นในมาตรฐานการรักษาของแพทย์อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม สปส.ตระหนักดีว่า การรักษามาตรฐานการบริการทางการแพทย์ของสถานพยาบาลในโครงการประกันสังคม เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกันตนมีความไว้วางใจ และพึงพอใจในการเข้ารับบริการอันเป็นมาตรฐานเดียวกัน และสปส.จะพัฒนามาตรฐานการบริการทางการแพทย์ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน ดังคำกล่าวที่ว่า “ ประกันสังคม สร้างสรรค์ หลักประกันชีวิต ”
-----------------------------------------------------------
ศูนย์สารนิเทศ สายด่วน 1506
www.sso.go.th




จำนวนผู้ชม 3636 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์