สปส.แจงนายจ้างต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้อง เพื่อให้ลูกจ้างรับสิทธิกองทุนเงินทดแทนครบถ้วน

สปส.แจงนายจ้างต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้อง เพื่อให้ลูกจ้างรับสิทธิกองทุนเงินทดแทนครบถ้วน | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM


สปส.แจงนายจ้างต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้อง เพื่อให้ลูกจ้างรับสิทธิกองทุนเงินทดแทนครบถ้วน

เลขที่ :
วันที่ประกาศ : 22/11/2550

สปส.แจงนายจ้างต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้อง เพื่อให้ลูกจ้างรับสิทธิกองทุนเงินทดแทนครบถ้วน
 
 สำนักงานประกันสังคม แจงแนวปฏิบัตินายจ้าง มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบให้ครบถ้วน และรายงานค่าจ้างประจำปีให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของลูกจ้างได้รับสิทธิกองทุนเงินทดแทนอย่างเต็มที่
 นายสุรินทร์  จิรวิศิษฎ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า กองทุนเงินทดแทน เป็นกองทุนตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 เพื่อเป็นทุนในการจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างแทนนายจ้างเมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ตาย หรือสูญหายเนื่องจากการทำงานให้นายจ้าง โดย สำนักงานประกันสังคมได้จัดเก็บเงินสมทบจากนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปเพียงฝ่ายเดียว ในอัตราเงินสมทบหลักระหว่างร้อยละ       0.2 – 1.0 ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงภัยของประเภทกิจการของนายจ้าง และเมื่อนายจ้างจ่ายเงินสมทบตามอัตราหลัก 4 ปี ติดต่อกันแล้ว ในปีที่ 5 เป็นต้นไป จะเป็นการเรียกเก็บเงินสมทบตามค่าประสบการณ์ ซึ่งหากนายจ้างจัดให้มีความปลอดภัยในการทำงานดี ลูกจ้างประสบอันตรายจากการทำงานน้อยหรือไม่มีเลย ก็จะได้ลด “อัตราค่าประสบการณ์” ได้สูงสุดถึงร้อยละ 80 ของอัตราเงินสมทบหลัก แต่ถ้านายจ้างไม่จัดความปลอดภัย และเกิดอุบัติเหตุหรือการประสบอันตรายต่อลูกจ้างสูง อัตราเงินสมทบตามค่าประสบการณ์จะเพิ่มไปถึงร้อยละ 150
 การเก็บเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ส่วนใหญ่จะเป็นการจ่ายปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนมกราคม            โดยเงินที่เรียกเก็บเป็นอัตราเงินสมทบโดยประมาณ เนื่องจากในระหว่างปี นายจ้างอาจมีการเพิ่มหรือลดจำนวนลูกจ้าง หรือมีการปรับอัตราค่าจ้าง และนายจ้างมีหน้าที่รายงานค่าจ้างที่จ่ายจริงของปีที่ผ่านมาภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี หากจำนวนค่าจ้างจริงของปีที่ผ่านมาสูงกว่าค่าจ้างที่ประมาณไว้ นายจ้างจะต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มภายในวันที่ 31 มีนาคม แต่หากแจ้งจำนวนเงินค่าจ้างจริงรวมกันทั้งปีต่ำกว่าที่ประเมินไว้ กองทุนเงินทดแทนจะคืนเงินสมทบส่วนที่เกินให้นายจ้าง ดังนั้นนายจ้างไม่ควรลืมการรายงานค่าจ้างที่เป็นจริงภายในเดือนกุมภาพันธ์     ของทุกปี เพราะหากไม่รายงานและอาจมีเงินสมทบเพิ่มขึ้น นายจ้างจะต้องเสียค่าปรับตามกฎหมายถึงร้อยละ        3 ต่อเดือน
กรณีที่นายจ้างขึ้นทะเบียนและจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนแล้ว เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายเนื่อง   จากการทำงาน ก็จะได้รับสิทธิรับเงินทดแทนตามกฎหมาย คือ ค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทนการหยุดงาน       สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ ตายหรือสูญหาย ค่าทำศพ และค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด และสำนักงานกองทุนเงินทดแทน   โทร.0 -2956 – 2726 -7 หรือสายด่วน 1506 ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
                                                    
        
        ศูนย์สารนิเทศ สายด่วน 1506
www.sso.go.th



จำนวนผู้ชม 4188 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์