เน็ตแอพ เผยกลยุทธ์คว้าแชมป์ บริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุด

เน็ตแอพ เผยกลยุทธ์คว้าแชมป์ บริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุด | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : บริษัทที่น่าทำงาน, ข้อมูลเกี่ยวกับ บริษัทที่น่าทำงาน



      @ “เน็ตแอพ” คว้าแชมป์อันดับ 1 บริษัทน่าทำงานมากที่สุดจากฟอร์จูน
       
       @ เหตุให้ความสำคัญกับพนักงานซึ่งเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร
       
       @ แม้แต่ในไทยก็ยึดตามแนวทางของบริษัทแม่ใส่ใจพนักงานสม่ำเสมอ
       
       @ มั่นใจปี 2553 คว้าอันดับ 1 สองปีซ้อน

       
       จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์จูน เมื่อปีที่ผ่านมาโดยร่วมมือกับโรเบิร์ต เลเวอริ่ง และมิลตัน มอสโกวิทซ์ จากสถาบัน The Great Place to Work Institute เพื่อดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของพนักงานในบริษัทต่างๆ ในอเมริกา ซึ่งได้ส่งแบบสองถามให้กับบริษัท 353 บริษัท และ 2 ใน 3 ของคะแนนที่แต่ละบริษัทได้รับจากอ้างอิงผลสำรวจความคิดเห็นของทางสถาบัน ซึ่งจัดส่งให้แก่พนักงานอย่างน้อย 400 คนที่ถูกสุ่มเลือก
       
       ส่วนคะแนนที่เหลืออ้างอิงคำตอบของแต่ละบริษัทในแบบสอบถามการตรวจสอบวัฒนธรรม ซึ่งถามคำถามโดยยละเอียดเกี่ยวกับบุคลากร ค่าจ้าง และสวัสดิการ และคำถามแบบเปิดในเรื่องปรัชญา การสื่อสาร และอื่นๆ
       
       ผลที่ออกมาพบว่า “เน็ตแอพ” (Nasdaq : NTAP) สามารถครอบแชมป์ผู้นำอันดับ 1 บริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดใน 100 บริษัท นับเป็นปีที่สองที่เน็ตแอพติด 10 อันดับสูงสุด และเป็นปีที่สามติดต่อกันที่ติด 15 อันดับสูงสุด
       
       “วีระ อารีรัตนศักดิ์” ผู้จัดการประจำประเทศไทยของเน็ตแอพ จะมาเผยให้เห็นถึงปัจจัยที่ส่งผลให้เน็ตแอพได้เป็นอันดับ 1 ในปี 2552 ด้วยแนวทางการบริหารที่ส่งเสริมความเสมอภาค เงินเดือน สวัสดิการที่โดดเด่น และสไตล์การบริหารแบบติดดิน ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ให้เน็ตแอพครองตำแหน่งอันดับ 1 ในปี 2552
       
       โดย “แดน วอร์เมนโอเวน” ประธานกรรมการบริหารสูงสุดของเน็ตแอพ เชื่อว่าความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการยึดถือปฎิบัติตามค่านิยมของบริษัทที่เป็นแบบอย่างที่ดี เพราะบริษัทให้ความสำคัญกับพนักงานซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของบริษัท และเป็นจุดแข็งในนวัฒนธรรมระดับโลกของบริษัทด้วย
       
       “วัฒนธรรมของบริษัทจะให้ความสำคัญกับเรื่องของทีมเวิร์ค ประสิทธิภาพในการทำงาน ความเป็นผู้นำ และนวัตกรรม ซึ่งช่วยให้เราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม ดึงดูดบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และนำเสนอผลตอบแทนที่เหนือกว่าให้แก่ผู้ถือหุ้น”
       
       
ความใกล้ชิดของ CEO
       ส่งให้ติดอันดับโลก

       
       วีระ กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บข้อมูลสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ โดยแต่ละปีบริษัทในเครือสร้างรายได้ 4,000 ล้านเหรียญดอลล่าห์สหรัฐ มีพนักงานทั่วโลก 8,000 คน บริษัทถือเป็นผู้นำทางด้านการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เนื่องจากปัญหาของอุตสาหกรรมนี้คือมองว่าการลงทุนเครื่องมือแล้วใช้ไม่คุ้มค่า ดังนั้น โซลูชั่นตรงนี้จะทำให้การใช้งานสามารถทำได้ดีขึ้น
       
       สำหรับผลการจัดอันดับในครั้งนี้ ไม่ได้ทำแต่ที่สำนักงานใหญ่ คือที่อเมริกาเพียงอย่างเดียว แต่ได้ทำสำรวจไปยังบริษัทในเครือที่เยอรมัน ออสเตรเลีย และอินเดียด้วย นอกจากนี้ ในเอเชียก็เริ่มมีการทำสำรวจมากขึ้น ซึ่งผลจากการสำรวจในปีที่ผ่านมาบริษัทแม่ได้อันดับ 1 ของบริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุด ในขณะที่บริษัทในเครือที่ประเทศอินเดียและออสเตรเลียติด 1 ใน 10 ของบริษัทที่น่าทำงานมากที่สุด
       
       โดยปัจจัยที่ทำให้บริษัทได้รับรางวัลเช่นนี้ เนื่องจากผู้ก่อตั้งบริษัทมองว่า การที่บริษัทจะสามารถเติบโตได้ดีต้องมีมืออาชีพเข้ามาบริหาร ซึ่ง แดน วอร์เมนโอเวน หนึ่งในผู้ก่อตั้งเข้ามาเป็นประธานกรรมการบริหารสูงสุดของเน็ตแอพ และเป็นผู้บริหารที่อยู่ในอุตสาหกรรมไอทีมายาวนาน ได้พูดถึงสิ่งที่เขาอยากจะทำนั้นคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เสมอภาค ซึ่งเขาให้ความสำคัญตั้งแต่วันแรกของการทำงานของพนักงาน
       
       นอกจากนี้ มีการทำวิจัย สำรวจ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาองค์กรแดนยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารไปยังพนักงานทุกระดับ ดังนั้น พนักงานไม่ว่าระดับใดหากต้องการสื่อสารไปยังเขาสามารถส่งอีเมล์หาเขาได้โดยตรง แม้แต่ในไทยเองผู้บริหารก็ต้องพร้อมให้พนักงานพูดคุยถึงได้โดยตรง
       
       ที่สำคัญการสื่อสารจากแดนมาถึงพนักงานไม่ใช่มีแต่เรื่องงาน แต่ยังให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตของพนักงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว ความสุขในการทำงาน หรือที่ผ่านมาก็มีการขอบคุณพนักงานที่ทำงานให้กับเขา และให้เวลาพนักงานเหล่านั้นไปพักผ่อนกับครอบครัว
       
       “จะเห็นว่าแดนเป็นถึงซีอีโอเขาไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ แต่สำหรับเขาจะให้ความสำคัญกับพนักงานมาก เขาอยากให้พนักงานอยู่กับครอบครัวอย่างเต็มที่”
       
       แดนยังสนับสนุนให้บริษัทในแต่ละประเทศทำเรื่องSocial Responsibility โดยประเทศสามารถสร้างสรรค์กิจกรรมได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่มองแต่ยอดขายเท่านั้น อย่างที่ผ่านมาเน็ตแอพในไทยก็มีการบริจาคเงินให้กับโรงเรียนทุรกันดาร เนื่องจากบริษัทให้การสนับสนุนเรื่องนี้มาก
       
       
เจาะลึกการเทรนนิ่ง
       สร้างความรู้ทุกไตรมาศ

       
       วีระ กล่าวเสริมว่า บริษัทจะให้ความสำคัญกับการเทรนนิ่งมาก เวลามีพนักงานเข้ามาใหม่บริษัทก็จะจัดให้มีการเทรนนิ่ง ซึ่งปรกติถ้าเป็นที่อื่นจะเทรนนิ่งเรื่องงาน แต่สำหรับเน็ตแอพจะเทรนนิ่งเรื่องTost (Training on all spacial thing) คือ การเทรนนิ่งสิ่งใดก็ได้ที่ไม่เกี่ยวกับการทำงาน โดยจัดเทรนนิ่งแบบนี้ทุกเดือน สำหรับการเทรนนิ่งของบริษัทจะให้เน็ทแอพยูนิเวอร์ซิสตี้อยู่ที่อเมริกาทำหน้าที่เป็นเทรนนิ่งเซ็นเตอร์จัดเทรนนิ่งให้กับบริษัท
       
       นอกจากนี้ พนักงานทุกคนที่เข้ามาใหม่ก็จะไปต้องเทรนนิ่งที่อเมริกาด้วย ซึ่งคนที่เป็นผู้บริหารระดับสูงจะมาให้ความรู้ในห้องสัมมนา เพื่อสื่อสารเรื่องวัฒนธรรม และแวรูขององค์กรให้เขาเข้าใจ ซึ่งแวรูของเน็ตแอพนั้นมีด้วยกัน 6 ข้อ คือ 1.ความซื่อสัตย์ เชื่อถือได้ 2.มีความเป็นผู้นำในการทำงานทีมเวิร์ค 3.ทำทุกสิ่งให้ง่าย เช่น การจะพูดคุยกับ CEO สามารถอีเมล์หาได้เลย4.มีความเป็นทีมเวิร์ค 5.ทำอะไรก็แล้วแต่ให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด และ 6.ทำทุกอย่างให้สำเร็จ
       
       หรือแม้แต่บริษัทในกลุ่มอาเซียนเองก็จะจัดการโปรแกรมการเทรนนิ่งที่ชื่อว่า lunch and learnของแต่ละประเทศทุกๆ 10 วัน ซึ่งจะเหมือนกับเป็นการลับมีดให้คม จะเห็นว่าเน็ตแอพให้ความสำคัญกับการเทรนนิ่งจำนวนมาก แม้แต่บริษัทที่เป็นพาร์ทเนอร์ของบริษัทก็จะต้องเข้ารับการเทรนนิ่งจากบริษัทเช่นกัน
       
       โดยพาร์ทเนอร์จะเลือกเข้าไปรับการเทรนนิ่งได้ที่เว็บไซต์ ซึ่งจะมี password ให้เขาเข้าไปเทรนนิ่ง การที่บริษัทให้ความสำคัญกับการเทรนนิ่งพาร์ทเนอร์นั้น เนื่องจากมองพาร์ทเนอร์เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท หากเขามีความรู้และให้บริการลูกค้าได้ดี ลูกค้าก็จะได้สิ่งดีๆ ไปด้วย ที่สำคัญต้องมีการเช็ความรู้ของพาร์ทเนอร์ทุกๆ 3 เดือนว่าเขายังมีความรู้ในเรื่องสินค้าได้ดีเหมือนเดิมหรือเปล่า
       
       ทั้งหมดคือสิ่งที่ทำให้เน็ตแอพสามารถก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของบริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดได้ ซึ่งจากผลการสำรวจพบว่า 1.เน็ตแอพเป็นบริษัทที่มีจริยธรรมโปร่งใสถึง 95%ในขณะที่ทอป 100 บริษัทมี 90% 2.พนักงานของเน็ตแอพมีความรู้สุขและอยากมาทำงาน 91% ในขณะที่บริษัทอื่นอยู่ที่ 82% 3.เน็ตแอพเปิดกว้างทางความคิดสร้างสรรค์ถึง 93% ในขณะที่บริษัทอื่นอยู่ที่ 91% 4.พนักงานของเน็ตแอพจะถูกสอนให้เป็นสมาชิกถึง 92% ในขณะที่บริษัทอื่นอยู่ที่ 86% 5.พนักงานเห็นว่าเน็ตแอพเป็นบริษัทที่มีน่าทำงานมากที่สุดสูงถึง 93% ในขณะที่บริษัทอื่นอยู่ที่ 90%
       
       สำหรับเป้าหมายในปี 2553 นี้บริษัทแม่มองว่าน่าจะได้อันดับ 1 เหมือนเดิม เนื่องจากการสำรวจเขาจะดูความตั้งใจของบริษัทด้วย เพราะสิ่งที่บริษัททำทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรไปแล้ว แม้ว่าเน็ตแอพที่ได้รับเลือกจะเป็นเน็ตแอพที่อเมริกา แต่ทีมงานเน็ตแอพในไทยก็เชื่อว่าเน็ตแอพในไทยก็เป็นสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดเช่นกัน
       
       “เราทำงานเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เราพร้อมที่จะช่วยเหลือกันและกัน เน็ตแอพนับเป็นสถานที่ทำงานที่ยอมเยี่ยม เพราะบุคลากรที่มีคุณภาพ ความรู้ความสามารถ และทุกคนก็รักในงานที่ทำอยู่ ขณะเดียวกันทุกคนรู้สึกสนุกกับการทำงาน ผมเชื่อว่าบุคลากรเหล่านี้จะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับบริษัทของเรา” วีระ กล่าวทิ้งท้าย
       
       คงต้องดูกันต่อไปว่าเน็ตแอพจะสามารถก้าวขึ้นเป็นอับดับหนึ่งของบริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดเป็นสมัยที่ 2 ได้อีกหรือไม่


โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์




ลงวันที่ 05/02/2010 11:57:07
จำนวนผู้ชม 2824 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์