เลือกที่จะมีความสุขในที่ทำงาน

เลือกที่จะมีความสุขในที่ทำงาน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : ความสุขในที่ทำงาน, ข้อมูลเกี่ยวกับ ความสุขในที่ทำงาน


"ผมทนแรงกดดันไม่ไหว”

“ผมเกลียดงานที่ทำ”

“นายคาดหวังจากฉันมากเกินไป”

“ทำงานที่นี่ ไม่มีคุณภาพชีวิตเลย”

“ฉันเกลียดเจ้านาย”

“ฉันเบื่อเต็มที”

คนมักคิดว่าตนเองไม่มีทางเลือกต้องทนทำงานอย่างไม่มีความสุข ในขณะที่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำงานอย่างมีความสุข เพราะอะไรนะหรือ

ในหนังสือ Authentic Happiness เขียนโดย Dr.Martin Seligman ได้ยกงานวิจัยของ Amy Wrzesniewski ศาสตราจารย์สาขาธุรกิจของ New York University ที่ทำในปีค.ศ. 1997 Amy พบว่า 1 ใน 3 ของคนมองงานของตนว่าเป็น Job คือทำเพื่อแลกเงินประทังชีวิต อีก 1 ใน 3 ถัดไปมองว่าเป็น Career คือมีแรงจูงใจหลักอยู่ที่การไต่เต้าก้าวหน้าในองค์กร และ 1 ใน 3 สุดท้ายที่เหลือมองว่าเป็น Calling เขามีความสุขกับสิ่งที่ทำเพราะมันมีความหมายกับชีวิตของเขา

ลองมาดูตัวอย่าง 3 เรื่องของงานในตำแหน่งแม่บ้านที่ทำความสะอาดในสำนักงานดู

คนแรกคือแจ๋ว เธอทำงานนี้เพื่อแลกกับเงิน น้อยมากที่เธอจะบอกกับเพื่อนๆ ของเธอว่าเธอทำอะไรอยู่ ลอตเตอรี่คือความหวังเดียวของเธอที่จะหลุดพ้นจากสิ่งที่เธอทำอยู่ เธอนั่งนับวันว่าเมื่อไรจะสงกรานต์หรือวันหยุดยาวเสียที แจ๋วมองสิ่งที่เธอทำว่ามันคือ Job

ลองมาดูเล็ก เธอทำงานหนัก เธอไม่ค่อยชอบสิ่งที่เธอทำมากนัก เธอหวังว่าจะเป็นหัวหน้าหรือไม่ก็ย้ายไปเป็นพนักงานรับโทรศัพท์โดยเร็ว เมื่อใดก็ตามที่เพื่อนของเธอได้รับการโปรโมต เธอมักจะคิดว่าคนผู้นั้นข้ามหัวเธอไป หรือไม่ก็หัวหน้าของเธอไม่ยุติธรรม เวลาหัวหน้าเดินมาตรวจงาน เธอจะขมีขมันเป็นพิเศษ และมักจะบ่นต่อว่าคนที่มาใช้ห้องน้ำว่า ทำห้องน้ำสกปรกเสมอ เธออยากให้หัวหน้าของเธอตระหนักว่าเธอทำงานขยันมากขนาดไหน เธอมองสิ่งที่เธอทำว่าเป็น Career

ส่วนคนสุดท้ายคือกุ้ง เธอยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ เธอมักจะฮัมเพลงอย่างมีความสุขระหว่างทำความสะอาดห้องน้ำ เธอมักจะแนะนำเพื่อนๆ และญาติมาทำงานที่บริษัทนี้ เธอจะสุขใจมากหากคนเดินออกจากห้องน้ำอย่างมีความสุข เธอมองว่าตัวเธอนั้นเป็นผู้นำความสุขมาสู่คนอื่นๆ สำหรับเธอแล้วความสะอาดหมายถึงความสุข สำหรับกุ้งแล้วงานที่เธอทำคือ Calling

ตัวอย่างของทั้ง 3 คนเป็นตัวอย่างจริงที่เราเห็น ทั้งในอาชีพพนักงานทำความสะอาด และอาชีพอื่นๆ

หากว่าคนอย่างกุ้งสามารถจะมองหาความหมายจากงานของเธอได้ พวกเราทุกคนก็น่าจะมองหาความหมายจากงานของเราแต่ละคนได้เช่นกัน เราสามารถทำงานอย่างมีความสุขได้หากมีมุมมองที่ดีกับงานของเรา ถามตัวเองดูว่า อะไรคือวัตถุประสงค์ของงานเรา เรามาทำงานเพื่ออะไร สิ่งที่เราทำมีความหมายอย่างไร

การที่เราจะหาความหมายจากงานของเรานั้น เราต้องเปิดโลกทัศน์ของเราก่อน ความหมายของงานนั้นเป็นเรื่องของการให้บริการผู้อื่น มนุษย์เป็นสัตว์ที่ต้องเกื้อกูลกัน “ฉันเกาหลังให้เธอ เธอเกาหลังให้ฉันเป็นการตอบแทน” เราไม่สามารถดำเนินชีวิตอย่างโดดเดี่ยวได้

ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อความสุขในที่ทำงานเช่น

1.ค่านิยมเราสอดคล้องกับค่านิยมองค์กรหรือไม่ หากคุณให้คุณค่ากับความอิสระ แต่องค์กรให้ความสำคัญกับกฎระเบียบที่เข้มงวด หรือคุณเป็นคนสุภาพแต่ทำงานในองค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรแบบพูดกันตรงๆ แบบขวานผ่าซาก คุณอาจจะไม่มีความสุขมากนัก แต่คุณอาจจะพออยู่ได้หากทำงานได้ดีและส่งมอบผลงานตามความคาดหวังได้

2.ค่านิยมเราสอดคล้องกับทีมหรือไม่ หากคุณเป็นคนที่ทำงานแบบสบายๆ แต่ไปทำงานในทีมงานที่แข่งขันสูง ก็จะคล้ายกับกรณีที่หนึ่ง

3.คุณเหมาะกับงานหรือไม่ มีทักษะ ความรู้หรือความถนัดตามที่งานต้องการหรือไม่ หากไม่มีความรู้และทักษะ พอเรียนกันได้ แต่หากว่าทำในสิ่งที่ไม่ถนัด อาจจะลำบากหน่อย

4.คุณมีเป้าหมายในงานชัดเจนเพียงใด ใน 3, 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า งานที่ทำจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายอย่างไร

5.คุณมีเพื่อนสนิทในที่ทำงานหรือไม่

คนอาจจะบ่นว่าไม่มีความสุข โดยอ้างว่าสาเหตุมาจากสิ่งต่างๆ แต่ที่จริงแล้วใครกันละที่รับผิดชอบต่อความสุขในงานของคุณ

รายงานโดย :เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย/ posttoday.com




ลงวันที่ 18/01/2010 15:26:21
จำนวนผู้ชม 3449 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์