great boss : ให้ถามว่า"พวกคุณจะทำอย่างไรหากผมตายไป"

great boss : ให้ถามว่า"พวกคุณจะทำอย่างไรหากผมตายไป" | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



  อย่ายอมให้ลูกน้องโยนการตัดสินใจที่พวกเขาต้องรับผิดชอบเองมาให้คุณ เจ้านายที่ดีรู้ว่าคนเก่งและมีความสามารถ คือคนที่อยู่ใกล้ชิดกับประเด็นปัญหามากที่สุด และมักจะมีความคิดที่รับรู้ถึงแนวทางแก้ปัญหาได้อย่างดี
       
        ลูกน้องจะโยนงานยากๆ มาให้หัวหน้าด้วยหลายเหตุผล อาจเพราะไม่อยากก่อความผิดพลาด ลังเลสับสน ต้องการและรอคอยให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์แบบ หรือเจ้านายยืนยันขอตัดสินใจเองในทุกเรื่อง
       
        เจ้านายที่ดีจะเข้าใจว่าตนไม่อาจผลักดันแผนก กลุ่ม ทีมงาน หรือบริษัทมุ่งไปข้างหน้าได้ หากตนเป็นผู้ตัดสินใจเองทุกเรื่อง และจะเข้าใจด้วยว่าตนไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ หากผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาโดยตรงของตน ไม่คิดเอง ตัดสินใจเอง
       
        บางครั้งการเล่นละครสมมุติก็ได้ผลเหมือนกัน
       
        ทีมงานที่ได้รับการมอบหมายให้ประเมิน การปรับระดับสมรรถนะการทำงานของคอมพิวเตอร์ให้สูงขึ้น เข้ามาถึงห้องทำงานของเจ้านาย พวกเขานำรายงานต่างๆ โบรชัวร์แนะนำสินค้า บัญชีรายการอุปกรณ์และข้อเสนอต่างๆ ติดตัวมาด้วย แล้วก็เริ่มสรุปรายงานการศึกษาทั้งหมดของตน ทั้งผู้จำหน่ายที่ไปสัมภาษณ์มา และสินค้าต่างๆ ที่ตนทดสอบมา
       
        "ผมมีคำถามสามข้อ" เจ้านายพูดแทรกขึ้นมา "และมันก็เป็นสามคำถามเดียวกันกับที่ผมถามไว้ เมื่อตอนก่อนเริ่มต้นทำการศึกษาของพวกคุณ
       
        ข้อแรก ระบบคอมพิวเตอร์ใหม่จะช่วยให้เราบริการลูกค้าได้ดีขึ้นหรือไม่ ข้อสอง ระบบคอมพิวเตอร์ใหม่จะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของเราหรือไม่ และข้อสาม เราจะมีเงินพอซื้อมันหรือไม่
       
        แล้วทั้งทีมก็เริ่มต้นใหม่ ณ จุดเดิม พวกเขาเสนอทางเลือก เงื่อนไข สถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเป็นไปได้หากซื้อหรือไม่ซื้อระบบคอมพิวเตอร์ใหม่นี้ แต่ก็ไม่มีข้อแนะนำที่เฉพาะเจาะจงใดๆ
       
        ทันใดนั้นเอง เจ้านายก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วนอนราบลงกับพื้น กอดอก หลับตา และถามว่า "หากว่าผมตายไปละ พวกคุณจะใช้แนวทางใด"
       
        ทีมงานให้คำตอบกับเจ้านาย เจ้านายตอบว่า "ฟังดูเข้าท่าดีนี่" แล้วทีมงานก็เดินออกไปพร้อมรายงาน แผนผัง และบัญชีรายการต่างๆ และลงมือปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของพวกเขาเองในตอนท้ายสุด
       
        เจ้านายที่ดีจะทำให้พนักงานรู้จักตัดสินใจ
       
       เมื่อคุณซื้อสุนัขมา
       คุณก็ไม่ต้องไล่เห่าเอง

        หากคุณซื้อสุนัขเฝ้ายามที่ได้รับการฝึกฝนมา แล้วปล่อยให้มันวิ่งรอบอาณาบริเวณอย่างอิสระ คุณก็คงไม่ต้องออกมาเห่าไล่คนแปลกหน้า และผู้บุกรุกในยามวิกาลเอง สุนัขเฝ้ายามมีหน้าที่เห่าไล่ ไม่ใช่คุณ กับลูกจ้างพนักงานก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน
       
        หากคุณว่าจ้างพนักงานมาทำงาน ก็จงฝึกฝนอบรมอย่างเหมาะสมและปล่อยให้เขาทำงาน นี่เป็นกฎง่ายๆ และก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายสำหรับในงานหลายๆ อย่าง หากคุณว่าจ้างคนมาขับรถบรรทุก ก็จงปล่อยให้เขาขับรถบรรทุก หากคุณว่าจ้างคนมารับโทรศัพท์ ก็จงปล่อยให้เขารับโทรศัพท์
       
        อย่าก้าวก่ายวุ่นวายกับการทำงานของพวกเขา จงให้การชี้แนะ ให้เครื่องมืออุปกรณ์ และการฝึกฝนอบรม แต่อย่าเข้าไปทำงานเอง หรือคอยแต่วิพากษ์วิจารณ์ หากคุณว่าจ้างคนมาถ่ายรูปก็จงอย่าไปยืนหลังเลนส์เสียเอง หากคุณว่าจ้างเอเจนซี่โฆษณา คุณก็ไม่ต้องทำตารางการผลิตสินค้าเอง หากคุณว่าจ้างพนักงานขายสินค้า คุณก็ไม่ต้องเขียนคำโฆษณาเอง หากคุณว่าจ้างผู้จัดการโรงงาน คุณก็ไม่ต้องลงมือขายเอง
       
        คุณต้องว่าจ้างพนักงานดีๆ ที่มีความสามารถ แล้วอธิบายอย่างละเอียดเท่าที่จำเป็นในหัวข้อ "อะไร" และ "ทำไม" จากนั้นก็ปล่อยให้พวกเขา ลงมือปฏิบัติงาน ส่วนในประเด็น "อย่างไร" นั้น จงปล่อยให้พนักงานลองทำลองผิดพลาด แล้วก็ลองทำใหม่
       
        จงเป็นแหล่งให้ความช่วยเหลือไม่ใช่คอยจับผิด ควรแวะไปเยี่ยมลูกน้องเป็นครั้งคราว ลองสอบถามดูว่างานดำเนินไปอย่างไรบ้าง แต่อย่าตรวจสอบงาน นอกจากลูกน้องจะขอให้ตรวจ หรือจนกว่าจะถึงกำหนดระยะเวลาการตรวจสอบที่ได้ตกลงกันแล้ว
       
        การมอบหมายงานเป็นเรื่องของการเชื่อมั่นในความชำนาญของผู้ชำนาญการ มีบริษัทแห่งหนึ่งที่เข้าใจและตระหนักถึงข้อนี้ได้ในที่สุด
       
        บริษัทนี้ประกอบด้วย คณะแพทย์ผู้ชำนาญการในด้านรังสีวิทยา พวกเขาว่าจ้างเอเจนซีด้านการประชาสัมพันธ์ซึ่งมีประสบการณ์ มาช่วยเผยแพร่ภาพลักษณ์และตัวตนของบริษัทในตลาดวงการ
       
        ไม่ว่าเอเจนซีจะเสนอแนวความคิดอะไร บรรดาแพทย์ก็จะลังเล ต่อต้าน ปฏิเสธ พวกเขาต้องการโบรชัวร์แนะนำบริการสำหรับแจกผู้ป่วย หรือให้อ่านในห้องนั่งคอย หลังจากได้รับฟังเอเจนซี และทบทวนแนวคิดหลักต่างๆ แล้ว บรรดานักรังสีวิทยาก็เปลี่ยนตัวเองมาเป็นผู้เก่งกาจด้านการตลาดในทันที โดยบอกกับตัวแทนจากเอเจนซีว่าจะเขียนและผลิตโบรชัวร์อย่างไร
       
        ตัวแทนผู้บริหารจากเอเจนซีได้กล่าวแนะต่อคณะแพทย์อย่างสุภาพว่า "ทำไมพวกคุณไม่มาเขียนโบรชัวร์ ส่วนผมก็ไปอ่านภาพถ่ายเอกซเรย์และผลการตรวจสอบมะเร็งทรวงอก ตกลงไหมครับ" แพทย์ผู้หนึ่งค้านขึ้นมาว่า "แต่คุณไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการอ่านภาพถ่ายเอกซเรย์เลยนะ" "ถูกต้องครับ" ตัวแทนเอเจนซีตอบเสียงขุ่นๆ แล้วก็นั่งอมยิ้ม จนกระทั่งทุกคนแม้แต่ผู้เขลาที่สุดในที่ประชุมต่าก็เข้าใจความหมาย
       
        โฮ่ง โฮ่ง!

 

 

 

แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ





จำนวนผู้ชม 2266 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์