ซีอีโอ ยอมลดเงินเดือนตัวเอง50%

ซีอีโอ ยอมลดเงินเดือนตัวเอง50% | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : ลดเงินเดือน, ข้อมูลเกี่ยวกับ ลดเงินเดือน


''ซีอีโอ'' ยอมลดเงินเดือนตัวเอง50%
ซีอีโอหลายบริษัท กัดฟันร่วมรับผลกระทบวิกฤติเศรษฐกิจ เฉือนเงินเดือนตัวเองลง 30-50% แลกปลดพนักงานเพิ่ม ซีอีโอบางกอกแอร์เวย์ส ยอมลดแบบครึ่งต่อครึ่ง เช่นเดียวกับกลุ่มอสังหาฯเครือเล่าเป้งง้วน สั่งตัดเงินผู้บริหารคนในตระกูล ''ศุภวุฒิ สายเชื้อ'' บล.ภัทรฯถูกหั่น 30% เปิดโผค่าตอบแทนซีอีโอบริษัทยักษ์ในเมืองไทยรับไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อปีต่อคน



ปัญหาเศรษฐกิจยังซัดเข้าใส่ภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าวันนี้เศรษฐกิจโลกเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวขึ้นมา แต่จากการสำรวจของ"ฐานเศรษฐกิจ" พบว่าบริษัทต่างๆนอกจากปลดพนักงานแล้ว ยังประกาศลดเงินเดือนของพนักงานระดับบริหารด้วย โดยเฉพาะในระดับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)และกรรมการผู้จัดการบริษัทขนาดใหญ่ในเมืองไทยหลายราย ยอมตัดผลประโยชน์ของตัวเอง รับเงินเดือนน้อยกว่าเดิมครึ่งต่อครึ่ง

++บางกอกแอร์เวย์สหั่น30-50%

แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท การบินกรุงเทพฯ จำกัด เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ลดเงินเดือนผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่ระดับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รองประธาน ผู้อำนวยการ ไปจนถึงผู้บริหารในระดับผู้จัดการ มีตั้งแต่ระดับ 50% , 25% ,10% และ 5% ตามลำดับ แต่ไม่มีการลดเงินเดือนพนักงานทั่วไป โดยเฉพาะตัว น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ ประธานและ รองประธานบริหารด้านเที่ยวบินและปฏิบัติการภาคพื้น และผู้บริหารระดับสูงได้มีการลดเงินเดือนถึง 50%

++ส่งออกกัดฟันประคองตัว

ด้านนายวรเทพ วงศาสุทธิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บมจ.ไทยรับเบอร์ฯไม่ได้ลดเงินเดือนผู้บริหารหรือซีอีโอ เพราะภาวะวิกฤติเศรษฐกิจขณะนี้ยังบริหารจัดการได้ แต่ได้ตั้งเป็นสัญญาณเตือนไว้ว่าหากผลประกอบการไตรมาสที่สองไม่เป็นไปตามเป้าหมายอาจมีการปรับลดเงินเดือนลง

++ซีอีโอกลุ่มอสังหาฯเจอด้วย

นอกจากนี้ ในกลุ่มของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยังเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกจับตาว่าจะถูกกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจเช่นกัน นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงส์ ชาร์เตอร์ (ประเทศ) จำกัด ที่ปรึกษาด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์และตัวแทนขาย กล่าวว่า

เมื่อเดือนที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับลดเงินเดือนของผู้บริหารระดับสูงลง 30% ซึ่งเป็นผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

เช่นเดียวกับนายดลพิวัฒน์ ปรีดาวิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด ธุรกิจพัฒนาที่ดินในเครือเล่าเป้งง้วน กล่าวว่า ในกลุ่มธุรกิจเหล็กและธุรกิจพัฒนาที่ดินได้มีการลดเงินเดือนผู้บริหารที่เป็นคนในตระกูลปรีดาวิภาตลงทั้งหมด 50% ส่วนพนักงานในระดับอื่นๆที่ไม่ใช่คนในตระกูลปรีดาวิภาตยังไม่มีการปรับลด โดยได้ดำเนินการปรับลดเงินเดือนลงตั้งแต่ 2 เดือนที่ผ่านมา

++บล.ภัทรฯหั่นเงินเดือน''ศุภวุฒิ''30%

เช่นเดียวกับผู้บริหารระดับสูงในภาคการเงิน ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ว่า โดยส่วนตัวแล้วได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เพราะบล.ภัทรฯต้องลดพนักงาน 10% และตัดเงินเดือนผู้บริหารตั้งแต่ 15-50% โดยที่ส่วนตัวต้องลดเงินเดือนตัวเอง 30%

นอกจากนี้ ในส่วนของความเป็นคนไทยก็เป็นห่วงประเทศไทยและคนไทย

แต่หากมองในแง่ของการเป็นคนที่เรียนเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์มาตลอดหลายสิบปี ต้องยอมรับว่าวิชาการเศรษฐศาสตร์ท้าทายมาก เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ในตำราเศรษฐศาสตร์ สิ่งที่เกิดเป็นความอยากรู้อยากเห็น ก็อยากจะตามไปดูว่าจะออกมาอย่างไร

กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.ภัทรฯ ยังได้กล่าวให้ความเห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจปีนี้จะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นไตรมาสแรกหรือไตรมาสที่สอง เพราะดูเหมือนว่าเศรษฐกิจโลกกระแทกลงเต็มแรงแล้ว ประเด็น คือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหรือฟื้นอย่างเชื่องช้า ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าการฟื้นตัวครั้งนี้จะเป็นลักษณะของตัว W คือ เศรษฐกิจขึ้นมาแล้วลงใหม่ โดยที่ทุกครั้งที่เศรษฐกิจตกต่ำลง 1 ปีแล้วฟื้นแล้ว ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ลง 1 ปีแล้วนิ่งเลย ดังนั้นครั้งนี้จะ Slow Down 2 ปี ลง 1 ปีและนิ่งอีก 1 ปี

++มนุษย์ทองคำบล.-บลจ.ยังอู้ฟู่

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.)กิมเอ็ง(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือได้ว่าเป็นซีอีโอและมนุษย์ทองคำที่มีรายได้สูงคนหนึ่งในธุรกิจหลักทรัพย์ กล่าวว่า สำหรับผลตอบแทนระดับผู้บริหาร และกรรมการ ของบริษัท เท่าที่ประเมินสถานการณ์คาดว่าปี 2552 ธุรกิจหลักทรัพย์ ยังไม่ถือว่าเลวร้ายมากจนเกินไป เห็นได้จากสัญญาณมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯที่เริ่มมีทิศทางดีขึ้น ประกอบกับต้นทุนของธุรกิจนี้ถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่น

ดังนั้นในด้านการปรับตัวของบริษัทเพื่อให้อยู่รอดได้จึงไม่ได้มีผลถึงขั้นพิจารณาปรับลดผลตอบแทนของระดับผู้บริหารและกรรมการ ทำให้ในปีนี้ผลตอบแทนของผู้บริหารและกรรมการยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านๆมา แต่ก็ไม่ได้มีการพิจารณาเพิ่มผลตอบเป็นพิเศษเช่นกัน โดยปีที่ผ่านมาบริษัทจ่ายค่าตอบแทนให้กรรมการ 9 คน จำนวน 3,600,000 บาท และค่าบำเหน็จกรรมการ 35,000,000 บาท

เช่นเดียวกับนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.บีฟิทฯ ซึ่งได้ฉายาว่าเป็นซีอีโอพันล้าน และถือเป็นมนุษย์ทองคำหรือมาร์เก็ตติ้ง ที่มีฝีมือเก่งฉกาจติด 1 ใน 10 ของวงการตลาดหุ้น กล่าวเช่นเดียวกันว่า สำหรับตัวเขาปีที่ผ่านมารายได้ไม่ได้ลดลง เช่นเดียวกับปีนี้ที่คาดว่ารายได้น่าจะเพิ่มขึ้นเหมือนปีที่ผ่านมา เพราะภาวะตลาดหุ้นในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ยังดูดี

ดร.พิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์(บลจ.)เอ็มเอฟซี ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้บริหารในวงการธุรกิจกองทุนรวมที่มีรายได้สูง คาดการณ์ผลตอบแทนทั้งเงินเดือนและโบนัสของระดับกรรมการ และผู้บริหารของบลจ.เอ็มเอฟซี ในปีนี้ว่า ยังอยู่ในช่วงจับตาว่าจะเป็นอย่างไร และหากให้ประเมินคาดว่าเงินเดือนของระดับผู้บริหารรวมตัวเขาเองนั้น น่าจะยังมีโอกาสพิจารณาปรับขึ้นได้ใกล้เคียงกับทุกๆประมาณ 4-6%ต่อปีซึ่งน่าจะเป็นระดับเดียวกับอุตสาหกรรมด้วย

ในด้านของกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน 4 รายใหญ่ เช่น บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮ้าส์คูเปอร์สฯ บริษัท เคพีเอ็มจีฯ บริษัท ดีลอยท์ ทุชฯ และบริษัท เอิร์น แอนด์ฯ ไม่ได้ปรับลดเงินเดือนผู้บริหารระดับสูง แต่นายศิริพงษ์ ศุภกิจจานุสรณ์ พาร์ตเนอร์ บริษัท ไพร้ซ์วอเตอร์เฮ้าส์คูเปอร์ฯ กล่าวว่า บริษัทมีแนวคิดว่าจะไม่รับเงินโบนัส (ปิดรอบปีบัญชี 30 มิถุนายนของทุกปี) เพื่อเก็บเป็นสำรองของบริษัทไว้

++ชี้เป็นสปิริตของผู้บริหาร

นายสันติ วิลาศศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การลดเงินเดือนซีอีโอหรือผู้บริหารระดับสูง เป็นเรื่องปกติที่จะช่วยลดภาระของบริษัทเป็นการชั่วคราว ซึ่งวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ ได้ยินว่ามีซีอีโอและผู้บริหารถูกลดเงินเดือนกันหลายแห่ง ที่หนักๆ เป็นกลุ่มบริษัทต่างชาติ เช่น รถยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์

++เปิดผลตอบแทนบ.ยักษ์ใหญ่

จากที่ "ฐานเศรษฐกิจ" ได้รวบรวมข้อมูลผลตอบแทนประจำตำแหน่งของผู้บริหารระดับสูงของบริษัทขนาดใหญ่ในเมืองไทย ยกตัวอย่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปี 2551 จ่ายค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูง (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารระดับสูงของปตท.จำนวน 8 คน เป็นเงินรวม 88,779,940 บาท (หรือโดยเฉลี่ยคนละเกือบ 11 ล้านบาทต่อปี) เพิ่มจากปี 2550 ที่จ่ายค่าตอบแทนรวม 74,388,350 บาท (ผู้บริหารระดับสูง 7 ราย)

ส่วนบริษัท ไออาร์ซีพี จำกัด (มหาชน) ปี 2551 จ่ายค่าตอบแทนผู้ริหารระดับสูง 12 คน เป็นเงินเดือน 73,024,536 บาท สำหรับบริษัท แอ็ดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ค่าตอบแทน (เงินเดือน โบนัส กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และผลตอบแทนอื่นๆ) รวมของผู้บริหาร 7 คน งวดสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2551 อยู่ที่ 83.5 ล้านบาท เฉลี่ยต่อคนประมาณ 11.9 ล้านบาทต่อปี

เช่นเดียวกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ค่าตอบแทนกรรมการในรูปค่าตอบแทนรายเดือนและเงินบำเหน็จ รวม 20 ราย วงเงิน 87.75 ล้านบาท ส่วนค่าตอบแทนรวม (เงินเดือน โบนัส และเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) ของผู้บริหารระดับสูง 4 ระดับแรก ตั้งแต่รองผู้จัดการใหญ่ขึ้นไป รวม 9 ราย วงเงิน 220.81 ล้านบาท
ที่มา : thannews.th.com



ลงวันที่ 20/05/2009 13:04:52
จำนวนผู้ชม 4126 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์