อัตราภาษีเงินได้บุคคล

อัตราภาษีเงินได้บุคคล | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : ภาษีเงินได้บุคคล , อัตราภาษีเงินได้บุคคล, ข้อมูลเกี่ยวกับ ภาษีเงินได้บุคคล , อัตราภาษีเงินได้บุคคล



ในปี 2551 ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 471) พ.ศ. 2551 กำหนดยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท และลดอัตราภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิ เฉพาะส่วนที่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท แต่ไม่เกินสามล้านบาท โดยให้มีผลใช้บังคับแก่กำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นวิสาหกิจขนาดย่อม ซึ่งมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกินห้าล้านบาท เฉพาะในส่วนที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีซึ่งเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป
 
ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายในการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการปรับปรุงการลดอัตราภาษีเงินได้ และยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือ   ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยเพื่อสนับสนุนการประกอบวิสาหกิจขนาดย่อม และกระตุ้นให้มีการลงทุนในวิสาหกิจดังกล่าวอันจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้น
 
การยกเว้นและการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลดังกล่าว มีผลต่อการยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2551 ที่กำลังยื่นรายการในขณะนี้ ทำให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นวิสาหกิจขนาดย่อมประหยัดเม็ดเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลลงไปรายละ 22,500 บาทต่อปี แม้จะดูว่าเป็นจำนวนไม่มากนัก แต่ก็เปรียบเสมือนหยดน้ำที่หยาดลงที่ละหยด จำนวนหลายแสนหยดก็เป็นหนองน้ำได้ ซึ่งก็คือความสูญเสียรายได้ค่าภาษีอากรของภาครัฐ ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาททีเดียวครับ
 
แต่ก็จะเห็นได้ว่าเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นการเพิ่มสิทธิการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคล สำหรับกำไรสุทธิในส่วนที่ไม่เกิน 150,000 บาท แรก ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน นอกนั้นก็ยังคงเดิมที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2547 ในทำนองเดียวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้สุทธิในส่วนที่ไม่เกิน 150,000 บาทแรก โดยเพิ่มจากปีก่อน ๆ ที่ยกเว้นสำหรับเงินได้สุทธิเพียง 100,000 บาทแรก
 
การยกเว้นภาษีเงินได้ทั้งสองประเภทดังกล่าว อย่างสอดคล้องกัน ก็เพื่อที่จะให้เม็ดเงินภาษียังคงอยู่ในภาคเอกชนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะหากเม็ดเงินเคลื่อนย้ายไปยังภาครัฐบาล กว่าจะไหลย้อนกลับมา อาจต้องใช้ระยะเวลายาวนานมาเป็นปี ๆ ซึ่งในภาวการณ์ทางเศรษฐกิจเยี่ยงนี้ ทำให้รัฐรอไม่ได้
 
ในทางตรงกันข้ามเม็ดเงินที่อยู่ในภาคเอกชน ก็จะทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยอันเป็นวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง ควบคู่ไปกับมาตรการอื่น ๆ อาทิ การลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์การเพิ่มงบลงทุน

ที่มา : dailynews.co.th




ลงวันที่ 20/05/2009 12:49:25
จำนวนผู้ชม 3483 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์