แนวคิดการบริหาร : 'Wal-Mart VS. Kmart' กลยุทธ์เหมือนบนผลลัพธ์ที่แตกต่าง (ตอนจบ)

แนวคิดการบริหาร : 'Wal-Mart VS. Kmart' กลยุทธ์เหมือนบนผลลัพธ์ที่แตกต่าง (ตอนจบ) | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมนำเสนอกรณีศึกษาฉบับย่อ ของยักษ์ใหญ่ทางด้านค้าปลีกระดับโลกอย่าง Wal-Mart ซึ่งท่านผู้อ่านคงจะเห็นด้วยนะครับว่ากลยุทธ์ของเขาไม่ได้มีความแตกต่างหรือแปลกพิสดารแต่อย่างใด แต่ความสำเร็จของเขานั้นมาจากความสามารถในการบริหารจัดการเป็นหลัก
       
        จริงๆ สัปดาห์นี้เรามาดูคู่แข่งของ Wal-Mart อย่าง Kmart กันบ้างนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่น่าสนใจว่าทำไม Kmart ถึงไม่สามารถสู้กับ Wal-Mart ได้ทั้งๆ ที่ Kmart ก็เป็นเจ้าตลาดค้าปลีกมาก่อน
       
        ปัญหาของ Kmart เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ผู้บริหารยุคก่อนๆ แล้วครับ เขาชื่อ Joseph Antonini ซึ่งเป็น CEO ของ Kmart ช่วงปี 1987 - 1995 ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแล้ว Kmart เขาใช้กลยุทธ์ในการแข่งขันโดยเน้นการเป็นผู้นำด้านต้นทุน โดยจับกลุ่มลูกค้าที่กว้าง เพียงแต่ในยุคของ Antonini นั้น Kmart ใช้กลยุทธ์การเติบโตแบบก้าวกระโดดเกินตัวครับ นั้นคือขยายเข้าไปสู่ธุรกิจค้าปลีกชนิดอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น home centers, ร้านหนังสือ ร้านขายอุปกรณ์สำนักงาน ร้านขายยา ร้านขายเครื่องกีฬา ร้านค้าส่ง รวมทั้งขยายออกไปต่างประเทศ
       
        ซึ่งจะว่าไปกลยุทธ์การขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกเหล่านี้ก็ไม่นับว่าผิดพลาดนะครับ เนื่องจากอัตราการเติบโตของธุรกิจเหล่านี้ก็สูงกว่าธุรกิจค้าปลีกเดิมที่ Kmart อยู่ เพียงแต่ปัญหาก็คือเมื่อ Kmart ก้าวเข้าไปสู่ธุรกิจเหล่านี้ Kmart ไม่ได้มีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญในธุรกิจในธุรกิจนั้นจริงๆ ทำให้ธุรกิจใหม่ๆ ที่ Kmart ขยายเข้าไปสู่ กลายเป็นธุรกิจที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร นอกเหนือจากการขยายเข้าสู่ธุรกิจอื่นๆ แล้ว ในยุคของ Antonini ทาง Kmart ยังมีการปรับปรุงร้านค้าของ Kmart กว่า 2,000 ร้านค้าให้มีความทันสมัยมากขึ้น รวมถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องของสินค้าคงคลังที่สะสมมานานของ Kmart
       
        ปัญหาของ Antonini ก็คือความสามารถของ Kmart ในการปฏิบัติตามกลยุทธ์ที่ได้กำหนดไว้ เรามาลองดูตัวอย่างกันนะครับ Kmart ประสบปัญหากับการขาดประสิทธิภาพในการดำเนินงานภายใน นอกจากนั้นนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติหลายๆ ประการของ Kmart ก็ไม่สนับสนุนต่อกลยุทธ์ในการเป็นผู้นำด้านต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นการไม่สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเท่าที่ควร ทำให้เกิดความไม่มีประสิทธิภาพและคุณภาพในการทำงานทั่วๆ ไป รวมถึงการขาดความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายทางกลยุทธ์ของแต่ละร้านค้ากับแรงจูงใจที่พนักงานในร้านค้าเหล่านั้นได้รับ หรือแม้กระทั่งวัฒนธรรมองค์กรของ Kmart ที่ดูแล้วก็ไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของเขาเท่าใด
       
        ในขณะนั้นวัฒนธรรมในการทำงานของ Kmart จะมุ่งเน้นการขยายตัวและการเพิ่มจำนวนร้านค้ามากกว่าการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน หรือความหลงตัวเองของ Kmart ที่ละเลยต่อการเติบโตของ Wal-mart ในช่วงดังกล่าว โดย Antonini ไม่ให้ความสำคัญต่อ Wal-mart เลย
       
        โดยบอกว่า เนื่องจาก Wal-mart ยังเป็นร้านแห่งใหม่ในตลาด ดังนั้นการที่คนไปซื้อของที่ Wal-mart ก็เนื่องจากผู้บริโภคอยากจะลองของใหม่ๆ เท่านั้นเอง หรือเมื่อธุรกิจใดของ Kmart ล้มเหลว Antonini ก็จะระบุว่าเกิดขึ้นจากเวลาไม่เหมาะสม แทนที่จะมองที่กลยุทธ์หรือการปฏิบัติผิดพลาด
       
        ประการสุดท้ายก็คือพนักงานของ Kmart เองก็ไม่ได้เอาใจใส่ต่อลูกค้าเท่าที่ควร ลูกค้าของ Kmart มักจะระบุออกมาเลยว่าพนักงานของ Kmart จะไม่ค่อยให้ความสนใจที่จะช่วยเหลือลูกค้าเท่าใด ซึ่งในส่วนนี้ถ้าท่านผู้อ่านย้อนกลับไปดูกรณีของ Wal-mart ในสัปดาห์ที่แล้วจะพบเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนมากนะครับ
       
        ในช่วงปี 1995 - 2000 ทาง Kmart ก็มีผู้บริหารสูงสุดคนใหม่ครับชื่อ Floyd Hall ซึ่ง Hall คนนี้ก็พยายามที่เข้ามาพลิกฟื้น Kmart ด้วยมาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขายธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของ Kmart ออกไป หรือ การปิดร้านค้าที่เก่าและโทรมกว่า 400 ร้านค้า นอกจากนี้ Hall ก็ยังพยายามที่จะทำให้ Kmart มีต้นทุนในการดำเนินงานที่ต่ำลง ไม่ว่าจะเป็นการล้างสินค้าคงค้างกว่า 700 ล้านเหรียญ หรือการลดจำนวนของ suppliers ให้น้อยลง เพื่อที่จะได้สามารถบริหารสินค้าคงคลังให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
       
        ดูเหมือนความพยายามของ Hall จะมาในทิศทางที่ถูกต้องนะครับ เนื่องจากในช่วงนั้นผลการดำเนินงานของ Kmart ก็กระเตื้องขึ้นมาบ้าง พอช่วงปี 2000 - 2002 Kmart ก็ได้ผู้บริหารสูงสุดคนใหม่ชื่อ Charles Conaway ที่ได้พยายามเข้ามาพลิกฟื้น Kmart ต่อจาก Hall ซึ่งแนวทางหรือมาตรการบางประเด็นก็ดูเหมาะสมเช่น การปิดร้านค้าที่ผลการดำเนินงานไม่ดีลง หรือ การลดค่าใช้จ่ายในด้านการโฆษณาและประชาสัมพันธ์
       
        แต่การตัดสินใจของ Conaway ที่ผิดพลาดก็คือความพยายามในการไปสู้ในด้านราคาของสินค้ากับ Wal-mart ภายใต้โครงการ Blue Light Always ซึ่งปัญหาก็คือทาง Kmart ไม่ได้มีข้อได้เปรียบในด้านของต้นทุนและราคาเหนือ Wal-mart ดังนั้นการต่อสู้ในด้านราคาจึงเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ และผลของการตัดสินใจดังกล่าวก็นำไปสู่ภาวะล้มละลายของ Kmart
       
        ท่านผู้อ่านเมื่ออ่านเนื้อหาในสัปดาห์ที่แล้วและสัปดาห์นี้คงจะเห็นแล้วนะครับถึงความแตกต่างของ Wal-mart และ Kmart ในธุรกิจค้าปลีก และเมื่อเปรียบเทียบทั้งสองบริษัทแล้วก็ไม่น่าแปลกใจนะครับว่าทำไม Wal-mart ถึงได้ประสบความสำเร็จอย่างสุดยอด ในขณะที่เจ้าตลาดดั้งเดิมอย่าง Kmart กลับต้องประสบกับภาวะล้มละลาย จะลองสรุปเป็นประเด็นๆ ดูนะครับ
       
        ผมมองว่าปัญหาเริ่มต้นจากตัวผู้บริหารเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจที่ผิดพลาดของผู้บริหาร รวมทั้งความไม่ต่อเนื่องของผู้บริหารสูงสุด Wal-mart มีการเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงที่น้อยกว่า Kmart มาก ทำให้ความต่อเนื่องในนโยบายและกลยุทธ์ไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน
       
        นอกจากนั้นกลยุทธ์ของ Kmart ที่ผิดพลาดในการขยายตัว ก็เป็นบ่อเกิดของปัญหาที่ทำให้ Kmart มีปัญหาในเรื่องของกระแสเงินสดในภายหลัง และสุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นความสามารถในการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติของ Kmart ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนโยบายและแนวทางต่างๆ ที่สนับสนุนกลยุทธ์ การพัฒนาบุคลากร และ วัฒนธรรมองค์กร เป็นต้น
       
        ผมคิดว่ากรณีศึกษาของสองบริษัทนี้น่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ทำให้ท่านผู้อ่านเห็นถึงความสำคัญของการตัดสินใจทางกลยุทธ์ รวมทั้งความสำคัญของการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ และน่าจะเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับนักบริหารทุกท่านนะครับ

 

 

 

แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
       





จำนวนผู้ชม 7837 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์