ผ่ากลยุทธ์ 100 เอสเอ็มอี พาองค์กรรอดพ้นวิกฤติไม่ต้องปลดพนักงานจัดโดยนิตยสารฟอร์จูน

ผ่ากลยุทธ์ 100 เอสเอ็มอี พาองค์กรรอดพ้นวิกฤติไม่ต้องปลดพนักงานจัดโดยนิตยสารฟอร์จูน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : กลยุทธ์ 100 เอสเอ็มอี, ข้อมูลเกี่ยวกับ กลยุทธ์ 100 เอสเอ็มอี



สวนกระแสเลย์ออฟที่ยังดังกระหึ่มทั่วโลก ด้วยการใส่ใจพัฒนาคนให้มีความสามารถหลากหลาย ปรับทีมงานยืดหยุ่นทำงานข้ามสายอุดช่องโหว่ พร้อมฉลาดบริหารงาน ระวังจัดงบบัญชีคุมต้นทุนได้ดี 

นับจากปลายปีที่ผ่านมาจนถึงต้นปีนี้ วิกฤติเศรษฐกิจที่มีต้นตอจากสหรัฐ ได้ส่งผลกระทบรุนแรงและหนักหน่วงต่อภาวะการจ้างงานทั่วโลก บริษัทใหญ่ในสหรัฐ ยุโรปและเอเชีย ทั้งที่อยู่ในและนอกภาคการเงินพากันประกาศเลย์ออฟคนในองค์กรออกครั้งละหลายพันหลายหมื่นตำแหน่ง

แม้ในไทยมีข่าวบริษัทและโรงงานหลายแห่งเลย์ออฟต่อเนื่อง คาดกันว่าตลอดปีนี้จะมีคนไทยว่างงานไม่น้อยกว่าล้านคน

จากสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศข้างต้น ทำให้ข้อมูลของ ฟอร์จูน นิตยสารด้านเศรษฐกิจชั้นนำของสหรัฐ เรื่อง "บริษัทเด่นไม่มีเลย์ออฟ" สะดุดตาน่าสนใจ เหมาะสมที่จะดึงแนวคิดวัฒนธรรมการทำธุรกิจของกลุ่มบริษัทสหรัฐดังกล่าว ที่เชื่อว่าน่าจะช่วยบริษัทไทยไม่ว่าจะขนาดใหญ่ กลางหรือเล็ก สามารถนำไปใช้ปรับตัวต้านภัยวิกฤติแรงงานในประเทศ ที่กำลังลุกลามขณะนี้

สำหรับบริษัทต้นแบบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางถึงเล็ก (เอสเอ็มอี) และบางแห่งเป็นธุรกิจใหญ่ที่ยังไม่เคยมีเลย์ออฟ ที่นำมาเสนอเกือบทั้งหมด ล้วนอยู่ใน 100 อันดับแรกบริษัทดียอดเยี่ยมของฟอร์จูน ประจำปีนี้ ประเมินจากความสามารถดูแลใส่ใจและพัฒนาคน บริหารงานกับเงินคุมต้นทุนได้ดี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งคาดกันว่าอาจจะยืดเยื้ออีกนานไม่น้อยกว่า 1-2 ปี 

 0นักเกต มาร์เก็ต (Nugget Market)
บริษัทใหญ่จำหน่ายของชำของใช้เพื่อผู้บริโภค อายุเก่าแก่อยู่คู่กับสหรัฐมานาน 81 ปีแล้ว ครองอันดับ 10 จาก 100 อันดับบริษัทยอดเยี่ยมของฟอร์จูน สามารถเลี่ยงและต้านกระแสการเลย์ออฟได้ ด้วยการรอบคอบระมัดระวัง ยืดหยุ่นในการจัดตำแหน่งงาน หรือมอบหมายหน้าที่ให้พนักงานรับผิดชอบ ควบคู่กับการฉลาดบริหารบุคลากร

หนึ่งในแนวคิดช่วยนักเกต มาร์เก็ตไม่มีเลย์ออฟ คือ ช่วงเวลาเกิดปัญหา บริษัทคาดคะเนล่วงหน้าไว้แล้วว่า จำเป็นต้องใช้พนักงานจำนวนน้อยลง ดังนั้นนโยบายการหยุดรับพนักงานใหม่ทดแทนพนักงานสมัครใจลาออกจึงออกมาทันทีบริษัทยังทำให้การทำงานดูง่ายขึ้น ด้วยการอุดช่องโหว่ช่องว่างการขาดกำลังคน โดยให้สาขาร้านของบริษัท ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รัศมี 15 ไมล์ สามารถแบ่งปันใช้พนักงานร่วมกันได้ และยังสามารถดึงพนักงานของแต่ละร้านไปฝึกอบรมข้ามสายงานได้ 

พนักงานขายเครื่องดื่มอาหารสำเร็จรูป อาจทำหน้าที่บรรจุและจัดของให้ลูกค้าด้วย เปิดทางให้พนักงานทำงานข้ามสายและทำได้หลายสาย มีชั่วโมงการทำงานเพิ่ม แต่ยังคงได้รับอัตราค่าจ้างในแต่ละวันสูงขึ้นด้วย ขณะเดียวกันบริษัทยังคงอาศัยพนักงานเก่า ซึ่งอาจสมัครใจลาออกไปแล้ว กลับเข้ามาทำงานชั่วคราวในช่วงเวลามีวันหยุดสำคัญ มีกำลังซื้อเข้ามามาก โดยไม่ต้องว่าจ้างพนักงานใหม่

 0เดวอน เอนเนอร์จี (Devon Energy)
ติดอันดับ 13 บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปีของฟอร์จูน เป็นบริษัทพลังงานบริหารงบการเงินอย่างระวังและรอบคอบ มีพอร์ตจัดเก็บแก๊สธรรมชาติและน้ำมันคงคลังไว้ดีมาก ทำรายได้ให้บริษัทตกปีละ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ด้วยการยึดถือปรัชญาที่ว่า "บริษัทไร้ค่าหากขาดบุคลากรมากความสามารถ"

เดวอน เอนเนอร์จี สามารถเลี่ยงและต้านกระแสการปลดพนักงาน ด้วยการบริหารองค์กรให้มั่นใจได้ว่า สามารถรักษาต้นทุนต่ำไว้ได้ ทั้งช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำหรือเฟื่องฟู และล่าสุดก่อนเกิดวิกฤติปัจจุบัน บริษัทหั่นงบดำเนินธุรกิจลง ให้สอดคล้องกับเงินสดหมุนเวียน ที่บริษัททำได้จากการผลิตแก๊สธรรมชาติและน้ำมัน

เดวอน เอนเนอร์จียังระวังในการรับคนและรักษาบุคลากรที่ได้รับการอบรมขั้นสูงและมีประสิทธิภาพไว้ ส่วนพนักงานสมัครใจลาออกมีอัตราคงที่ 4% ต่อปี และแทนที่จะพิจารณาเงินเดือนปกติเหมือนบริษัททั่วไป เดวอนกลับมีขั้นตอนให้ค่าตอบแทนแบบยืดหยุ่น เช่นช่วงปีเศรษฐกิจชะลอตัวบริษัทจะปรับเงินเดือนพนักงานก่อนกำหนดบ้าง และในยามเศรษฐกิจดีอาจให้รางวัลโดยเพิ่มเงินพิเศษกลางปีให้ด้วย

 0อาฟแลค (Aflac)

บริษัทยอดเยี่ยมอันดับ 26 ของฟอร์จูน ทำธุรกิจประกันหลากหลาย รวมถึงประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ ไม่เคยเลย์ออฟพนักงาน และอยู่รอดได้ด้วยคำสัญญาที่ผู้ก่อตั้งบริษัทพี่น้องตระกูลดามอส คือ จอห์น-พอล-บิลล์ และล่าสุดแดน อามอส ที่ว่า "หากเราเทคแคร์พนักงาน พนักงานก็จะเทคแคร์ธุรกิจ"

อาฟแลคเป็นบริษัทที่คนอเมริกันรู้จักกันดีจากโลโก้บริษัทรูปหัวเป็ด อาศัยความรับผิดชอบจัดการงบการเงิน คอยจับตาระวังงบบัญชี และเปิดใจรับฟังคำแนะนำจากพนักงานในแนวคิดเรียกว่า "ไอเดียบรรเจิด" (Bright Ideas) สิ่งต่างเหล่านี้ล้วนช่วยองค์กรมีสถานะการเงินที่ดี ตั้งแต่แดน ดามอส เข้ามานั่งเป็นซีอีโอในปี 2533

อาฟแลคเสนอทางเลือกให้บุคลากร เช่น สื่อสารทางโทรศัพท์ มีตารางทำงานยืดหยุ่น จัดโครงการต่างๆ ที่ล้วนได้มาจากคำแนะนำและระดมสมองพนักงาน ช่วยปรับปรุงองค์กรให้คล่องตัวและประหยัดต้นทุนได้หลายล้านดอลลาร์ และเมื่อเร็วๆ นี้บริษัทได้อนุมัติโครงการชื่อว่า "ไอเดียบรรเจิด" ซึ่งคาดว่าจะประหยัดเงินให้บริษัทปีละ 3 ล้านดอลลาร์

 0ควิกทริป (QuikTrip)
ได้อันดับ 27 บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี ควิกทริปเป็นสาขาร้านสะดวกซื้อ 24 ชม. เป็นการลงทุนส่วนบุคคลล้วนๆ ซึ่งเป็นข้อดีช่วยให้เจ้าของทุ่มกำไรที่ได้กลับมาหมุนลงทุนสาขาร้านต่างๆ เพิ่ม แทนที่จะแบ่งปันผลกำไรให้ผู้ถือหุ้น ขณะที่งบบัญชีแข็งแกร่งของควิกทริป ช่วยบริษัทฝ่าฟันเศรษฐกิจช่วงขาลงได้ โดยไม่ต้องปลดพนักงาน

นายเชสเตอร์ คาดิเยอร์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของควิกทริป ให้ข้อมูลว่าก่อนที่เขาจะเกษียณในปี 2545 ได้ขยายอาณาจักรควิกทริป ด้วยการเปิดร้านใหม่และปรับโฉมสาขาที่มีรูปลักษณ์เก่าเกินไป สร้างงานให้กับคนในพื้นที่มากขึ้น และยังให้โอกาสสนับสนุนพนักงานเก่าให้เติบโต

ปัจจุบันนายเชสเตอร์ หรือ เชต คาดิเยอร์ที่ 3 บุตรชายของนายคาดิเยอร์ รับช่วงตำแหน่งซีอีโอต่อจากพ่อ พร้อมคงนโยบายรักษาต้นทุนทำธุรกิจให้ต่ำไว้ ทุกวันนี้ควิกทริปปฏิเสธข้อเสนอให้ใช้เงินทุน ในส่วนที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าที่ใช้บริการ หรือไม่ช่วยพัฒนาพนักงานให้เติบโตได้ดีในอนาคต 

 0คอนเทนเนอร์ สโตร์ (Container Store)
ได้อันดับ 32 บริษัทยอดเยี่ยม 100 อันดับแรกของฟอร์จูน บริษัทยังมีกำไรเพิ่มต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพ.ย.ถึงเดือนธ.ค.2550 แม้ช่วงนั้นบริษัทได้ผลกระทบหนักสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อ 30 ปีก่อน

ไม่ว่าเศรษฐกิจตกต่ำหรืออยู่ในช่วงขาลงอย่างไร แต่คอนเทนเนอร์ สโตร์กลับยึดแผนการลงทุนเดิม ด้วยการเปิดสาขาใหม่ 4 สาขาในปีที่แล้ว และรับพนักงานเพิ่มอีก 70 คน จากเดิมที่มีอยู่ทั้งหมด 4,000 คน พนักงานบริษัทได้รับการอบรมอย่างหนักและจริงจัง ซึ่งเฉลี่ยแล้วพนักงาน 1 คนได้ฝึกอบรม 241 ชม.ต่อปี  

ทั้งนี้คอนเทนเนอร์ สโตร์เลี่ยงที่จะเลย์ออฟในภาวะเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยขณะนี้ ด้วยการคงเงินเดือนพนักงานไว้ และจับตาระวังงบบัญชีบริษัท ที่ผ่านมาบริษัทมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของภายนอกเรื่องการใช้วัฒนธรรมสื่อสารแบบเปิดกว้าง

โดยคอนเทนเนอร์ สโตร์ร้องขอพนักงานบริษัทให้ทำทุกอย่างเท่าที่พวกเขาสามารถทำได้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทยังคงแข็งแกร่ง ในขณะที่ภาวะแวดล้อมดูยากลำบากสำหรับคู่แข่งหรือผู้เล่นรายอื่น  

เมื่อเร็วๆ นี้นางสาวเมลิสซา รีฟ ประธานบริษัทได้ส่งบันทึกถึงพนักงานทุกคนของคอนเทนเนอร์ สโตร์ มีข้อความว่า "เราต้องยอมรับ ต้องสามารถปรับตัวให้ได้มากขึ้น นำทรัพยากรที่เรามีอยู่มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น" ขณะเดียวกันบริษัทจัดให้มีการแข่งขันระหว่างพนักงาน ด้วยการให้แรงจูงตอบแทนเป็นเงิน เพื่อให้พนักงานช่วยกันเพิ่มยอดขาย

 0นูสตาร์ เอนเนอร์จี (NuStar Energy)
ได้อันดับ 44 จากฟอร์จูน ทำธุรกิจวางท่อขนส่งพลังงานใต้ดิน ยึดปรัชญาว่า "หากคุณทำงานได้ดี คุณจะมีงานทำอยู่เสมอ" ขณะที่นายบิล กรีเฮย์ ในตำแหน่งประธาน และนายเคิร์ท อนาสตาซิโอ คุมเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทก็เหนียวแน่นกับนโยบาย "ไม่มีเลย์ออฟ" และยกย่องพนักงานให้เป็นสินทรัพย์มีมูลค่ามากที่สุดของบริษัท

นูสตาร์ เอนเนอร์จีสวนกระแสเลย์ออฟ ที่ยังเกิดขึ้นกับบริษัทแก๊สและน้ำมันหลายแห่ง ด้วยการเลี่ยงปลดพนักงาน แต่พยายามบริหารต้นทุน มองหาหนทางเสมอที่จะปรับปรุงกำไรให้ดีขึ้น ผลจากปรัชญาบริษัทที่ยึดถือมาตลอด ปรากฏผลให้เห็นเป็นความจงรักภักดีของพนักงานที่มีต่อบริษัท

โดยยกกรณีเดือนก.ย.ปีก่อน เฮอร์ริเคนถล่มมลรัฐเทกซัส ทำให้อุโมงค์และท่อขนส่งลำเลียง "เทกซัส ซิตี" เสียหายอย่างหนัก ขณะที่บ้านพักพนักงานหลายคนของนูสตาร์เสียหายจากพายุวันแรก แต่วันต่อมามีรายงานว่าพนักงานเหล่านี้กลับทิ้งบ้านตนเอง เพื่อช่วยซ่อมแซมแก้ไขอุโมงค์และท่อส่งพลังงานจนใช้งานได้ ในเวลาต่อมาพนักงานบริษัทเปิดใจ กรณีเหตุการณ์จริงข้างต้นว่า "เป็นเกียรติและความพอใจของพวกเราที่จะทำงานให้บริษัท ที่เห็นว่าพวกเราเป็นบุคลากรมีคุณค่า" 

 0สตูว์ ลีโอนาร์ด (Stew Leonard''s)
เป็นกลุ่มร้านค้าปลีกของนักลงทุนส่วนบุคคล อยู่อันดับ 53 บนชาร์ตของฟอร์จูน ซึ่งไม่ได้เน้นทำกำไรให้ได้ทุกไตรมาส จุดนี้เองช่วยธุรกิจรอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หรือราคาอาหารสูงขึ้น โดยไม่ต้องปลดพนักงาน

"เราหันมาพัฒนาคนของเราให้เติบโต และไม่ปลดพวกเขา เพียงเพื่อจะเพิ่มกำไรระยะสั้น โชคดีที่เราอยู่ในธุรกิจซึ่งไม่มียอดขายแกว่งตัวขึ้นลงเร็ว เมื่อเศรษฐกิจดีมากเราไม่ได้เห็นยอดขายเพิ่มขึ้นมากมาย ในทางกลับกันเมื่อเศรษฐกิจแย่ เราไม่ได้เห็นยอดขายตกลงมากเช่นกัน และประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่ช่วยเราได้ คือพวกเราอยู่ในธุรกิจอาหาร ซึ่งผู้คนยังต้องกินต้องใช้บริการอยู่"

 0พับบลิกซ์ ซูเปอร์ มาร์เก็ตส์ (Publix Super Markets)
เป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ใช้ปิดท้ายรายงานเรื่องนี้ ติดอันดับ 88 จากการจัดอันดับของฟอร์จูน และในประวัติศาสตร์นับจากก่อตั้งธุรกิจมานาน 79 ปียังไม่เคยมีการเลย์ออฟ ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ พับบลิกซ์ฯ กลับมียอดขายเพิ่ม ขณะที่คู่แข่งหลายรายต้องลดคนปิดสาขา

กลยุทธ์ที่ช่วยพับบลิกซ์ฯ ไม่มีเลย์ออฟ คืองบบัญชีแข็งแกร่ง และไม่มีหนี้ระยะยาวเป็นตัวถ่วง ขณะเดียวกันธุรกิจมุ่งเน้นไปที่การดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ บริหารต้นทุน พัฒนาพนักงาน และขยายร้านสาขาให้เติบโต ปีที่แล้วพับบลิกซ์ฯ ได้ซื้อร้านสาขาของอัลเบอร์โต้ส์ กลุ่มธุรกิจที่ปิดตัวไปแล้วจำนวน 49 แห่งพร้อมจ้างงานเพิ่มกว่า 1,250 ตำแหน่งประจำสาขาต่างๆ

ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่มีอายุยืนยาวเฉียด 80 ปีแห่งนี้ เป็นธุรกิจที่มีพนักงานถือหุ้นอยู่ 100% ทำให้กลุ่มภาคภูมิใจในองค์กรของพวกเขา ด้วยคำขวัญค่อนข้างยาวว่า "เจ้าของธุรกิจไม่เคยและไม่ต้องการจะปลดพนักงาน เพราะพนักงานทุกคนเป็นเจ้าของธุรกิจร่วมกัน" ปัจจุบันพับบลิกซ์ฯ มีพนักงานเกือบ 6,000 คน ทุกคนล้วนมีอายุงานไม่ต่ำกว่า 20 ปีหรือมากกว่า

ที่มา : bangkokbiznews.com




ลงวันที่ 01/03/2009 23:36:00
จำนวนผู้ชม 2088 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์