สรุปข่าวต่างประเทศประจำสัปดาห์ 24-30 ม.ค.2552
สรุปข่าวต่างประเทศประจำสัปดาห์ 24-30 ม.ค.2552 | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : สรุปข่าวต่างประเทศ, ข้อมูลเกี่ยวกับ สรุปข่าวต่างประเทศ
พบกับสรุปข่าวต่างประเทศประจำสัปดาห์ ระหว่างวันเสาร์ที่ 24 ถึงวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2552
หลังสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดน้อยลง ความเคลื่อนไหวรอบโลกได้หันเหความสนใจกลับมายังภาวะวิกฤตเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ และองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ประเมินว่า อัตราการว่างงานทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นอีก 25 ล้านคนเมื่อถึงปีหน้า โดยที่ ณ สิ้นปีนี้ น่าจะมีจำนวนถึง 210 ล้านคน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกอย่างฮวบฮาบ พยากรณ์ว่าปี 2009 นี้การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะหดตัวลงเหลือเพียง 0.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา แต่ไอเอ็มเอฟยังคงยึดมั่นกับความหวังที่ว่า เศรษฐกิจโลกจะค่อยๆ ฟื้นตัวในปี 2010 โดยอัตราเติบโตของโลกจะอยู่ที่ระดับ 3.0
รัฐบาลชาติต่างๆพยายามออกมาตรการต่างๆเพื่อนำประเทศหลุดพ้นเมาทะมึนของวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่เปิดตัวโครงการใหม่ที่จะจัดสรรงบประมาณ 1.5 ล้านล้านเยน (ประมาณ16,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อใช้ในการซื้อหุ้นของบริษัทธุรกิจที่ประสบปัญหาอันเนื่องมาจากผลกระทบของวิกฤตการณ์ทางการเงิน นับเป็นมาตรการล่าสุดในการดำเนินความพยายามแก้ไขปัญหาตลาดสินเชื่อตึงตัว ซึ่งยังผลให้อุตสาหกรรมสำคัญของประเทศขาดสภาพคล่องอย่างหนัก
มาตรการนี้ออกมาท่ามกลางตัวเลขทางเศรษฐกิจอันน่าเศร้าโศกของญี่ปุ่นโดยทั้งผลผลิตอุตสาหกรรม, อัตราการจ้างงาน, และการใช้จ่ายผู้บริโภคต่างก็ลดฮวบฮาบ อีกทั้งบอกด้วยว่ายังไม่เห็นเลยว่าข่าวร้ายเช่นนี้จะหมดสิ้นลงเมื่อใด ขณะเดียวกัน พวกบริษัทภาคเอกชนรายใหญ่ของแดนอาทิตย์อุทัย ก็พากันประกาศผลประกอบการที่เลวร้ายและต้องปลดลดพนักงานกันเป็นแถบ
อีกฝากหนึ่งสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ลงมติเห็นชอบแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 819,000 ล้านดอลลาร์เรียบร้อยแล้ว แต่ยังต้องรอผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาอีกรอบ
ด้านธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ว่า ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเกือบเท่ากับ 0% ต่อไป พร้อมกันนั้น ก็เดินหน้าไปอีกขั้นหนึ่งในเรื่องแผนการที่จะรับซื้อตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ อันจะเป็นการเปิดแนวรบใหม่สำหรับการแก้ไขวิกฤตการณ์สินเชื่อตึงตัว ซึ่งนอกจากทำให้เศรษฐกิจทรุดตัวอย่างรวดเร็วแล้ว ยังส่อเค้าอาจจะเป็นชนวนให้เกิดภาวะเงินฝืดรุนแรงอีกด้วย
แต่มีข่าวตามมาว่าสหรัฐฯ อาจต้องใช้เงินอีกถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ กอบกู้ธนาคารจากภาวะขาดทุนท่ามกลางความยุ่งเหยิงทางภาคการเงินและเศรษฐกิจที่ถดถอยรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ ทิโมธี ไกธ์เนอร์ ผู้ที่จะเข้ามารับภาระอันหนักอึ้งจัดการวิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เพิ่งสาบานตนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ หลังวุฒิสภาลงมติรับรองเมื่อวันจันทร์ (26) เหตุติดปัญหาเรื่องภาษีส่วนตัว
ไปที่อิหร่าน คู่อริของอเมริกากันบ้าง โดยมีคำยืนยันว่า มาห์มูด อะห์มาดิเนจัด ผู้นำคนสำคัญ จะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกสมัย ในการเลือกตั้งเดือนมิถุนายน แม้ว่าเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่อนโยบายทางเศรษฐกิจอันล้มเหลวอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น และเป็นต้นเหตุให้อิหร่านถูกโดดเดี่ยวจากคำปราศรัยอันดุเดือดใส่ชาติตะวันตกก็ตาม
มาที่เอเชีย ในช่วงปลายสัปดาห์เกาหลีเหนือประกาศยกเลิกข้อตกลงทั้งทางการเมืองและการทหารทั้งหมดกับเกาหลีใต้โดยกล่าวหาว่าเกาหลีใต้กำลังผลักความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเกาหลีให้เข้าสู่สงคราม อย่างไรก็ตามมีนักวิเคราะห์บางคนมองว่าเหตุที่เกาหลีเหนือสร้างความตึงเครียดขึ้นเพื่อประกันว่างยังคงเป็นประเด็นการทูตอันดับแรกของรัฐบาลโอบามา
ปิดท้ายด้วยการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก (เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม - WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีนักธุรกิจชื่อดังและบรรดาผู้นำชาติต่างๆเข้าร่วมมากมายทั้ง นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า ของจีน และ นายกรัฐมนตรี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี นายกรัฐมนตรีทาโร อาโซะ ของญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ ของอังกฤษ รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย
แต่บางช่วงของการประชุมดูเหมือนเป็นการแอบกัดแอบหยิกรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า ของจีน และ นายกรัฐมนตรี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ที่ขึ้นพูดในวันแรกของการประชุม ด้วยการโจมตีความเกินเลยไม่มีบันยะบันยังของทุนนิยมสหรัฐฯ ว่า เป็นตัวจุดชนวนให้เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก
พบกันอีกครั้งสัปดาห์หน้า...
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
|
ลงวันที่
02/02/2009 07:02:33
จำนวนผู้ชม
1653 ครั้ง
|
|
ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน
|
|