บริหารจัดการคนเก่งอย่างไร ประโยคคำถาม ที่ต้องการคำตอบ ?

บริหารจัดการคนเก่งอย่างไร ประโยคคำถาม ที่ต้องการคำตอบ ? | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM

โดย ธิดารัตน์ อริยะประเสริฐ Business Manager บ.ที่ปรึกษา เอพีเอ็ม กรุ๊ป

การทำเรื่อง Talent Management ในองค์กร ปกติเขาเปิดเผยกันหรือเปล่าว่าใครเป็น Talent ?

คำถามข้างต้นถือเป็นคำถามยอดฮิตที่ดิฉันมักได้ยินมาจากองค์กรลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือเอกชน โดยคำตอบดิฉันที่ให้ไปคือตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับองค์กรนั้น ๆ เอง หลาย ๆ องค์กรมีการประกาศกันอย่างโจ่งแจ้ง เพราะองค์กรต้องการส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่าเขาต้องการลงทุนกับใคร

ในขณะที่องค์กรภาครัฐมักทำในลักษณะเปิดเผยกันมากกว่า คือไม่ประกาศเป็นทางการ แต่รู้ ๆ กันอยู่ว่าใครเป็น Talent บางองค์กรจัดโครงการนำร่องพัฒนาภาวะผู้นำ โดยประกาศว่านี่เป็นการนำร่อง ขอให้คัดเลือกบุคลากรที่มีผลงานที่ดี วัดผลได้เป็นรูปธรรม มีความรู้ความสามารถ

มีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร และทำงานมาแล้ว 5 ปีเป็นอย่างต่ำเข้าโครงการ เป็นต้น

ลักษณะการส่งสารแบบนี้ ถ้าตอบโดยรวมคงต้องบอกว่ามีทั้งข้อดีและข้อพึงระวัง ถ้าวัฒนธรรมองค์กรเป็นลักษณะเปิดเผยแล้วไม่มีผลต่อขวัญและกำลังใจของคนที่เหลือ ส่วนใหญ่องค์กรเปิดเต็มที่ เพราะต้องการสร้างความเร้าใจ ประกาศก้องว่า ถ้าคุณเก่งจริง ดีจริง เจ๋งจริง องค์กรทุ่มไม่อั้น



ขณะที่องค์กรบางแห่งปิดเงียบ เพราะกลัวคนที่ไม่ได้รับการคัดเลือกจะลาออก อันนี้ต้องให้ผู้บริหารขององค์กรนั้น ๆ ร่วมกันตัดสินใจ ปกติเวลาเอพีเอ็ม กรุ๊ป เข้าไปให้คำปรึกษา เราจะชี้แจงเหตุผล ที่มาที่ไป ข้อเด่น ข้อด้อย เปรียบเทียบกับวัฒนธรรมองค์กร แล้วผู้บริหารจะเป็นผู้ตัดสินใจอีกครั้ง

Successor แตกต่างจาก Talent อย่างไร ?

คำถามนี้ดิฉันขออนุญาตตอบว่า Talent หรือคนเก่งจะไว้ใช้กับกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน ผู้เชี่ยวชาญ ระดับหัวหน้างาน ซึ่งได้รับ
คัดเลือกหรือประเมินแล้วว่าเป็นผู้มีศักยภาพสูง โดยมีขั้นตอนหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการคัดเลือกเข้าสู่กลุ่ม Talent และมีการจัดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้กับบุคลากรกลุ่มนี้ เพียงแต่ยังไม่มีตำแหน่งชัดเจนว่าจะพัฒนาขึ้นไปลงตำแหน่งใด

จากคำที่เรียกว่า Talent Pool แต่เมื่อมีตำแหน่งว่างและคนพร้อมเมื่อไหร่ คนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มแรก ๆ ในการถูกหยิบเพื่อเข้ารับตำแหน่ง

สำหรับ Successor ส่วนใหญ่เป็นระดับผู้ใหญ่ ระดับบริหาร กล่าวคือมีตำแหน่งชัดเจนรออยู่ คิดว่าหลายท่านน่าจะเคยได้ยินข้อความว่า ท่านนี้เป็น Successor ของตำแหน่งนั้น หมายถึงว่า Successor เป็นผู้บริหารที่เตรียมไว้สำหรับทดแทน
ตำแหน่งที่ระบุชัดเจนแล้วในอนาคต

กระบวนการคัดเลือก Talent เป็นอย่างไร ? มีเครื่องมืออะไรที่ควรเอาเข้ามาใช้ในการคัดเลือก ?

ประเด็นสำคัญต่อการคัดเลือก Talent ในองค์กร ประเด็นแรกที่สำคัญคือ คุณสมบัติของ Talent ควรมีการกำหนดอย่างชัดเจนว่า ต้องมี KSA (knowledge, skill, attitude) เป็นอย่างไร ซึ่งถือเป็นลักษณะของบุคคลที่เราต้องการเป็น Talent เมื่อมีความชัดเจนแล้ว

บางองค์กรจะมีการกำหนดเงื่อนไขในการเสนอชื่อเข้ามาเพื่อประกอบการพิจารณา โดยส่วนใหญ่จะมองไปที่ 2 Ps (P-Performance และ P-Potential) ในการเสนอชื่อเข้ามา คณะกรรมการกลางที่ถูกแต่งตั้งจะพิจารณาในเงื่อนไขที่กำหนดเบื้องต้น เพื่อเป็นเกณฑ์ในการคัดกรองบางส่วนออกไป เช่น บางองค์กรอาจมีการกำหนดระดับคุณสมบัติความรู้พื้นฐาน เช่น ต้องผ่านการวัดระดับความรู้ความสามารถพื้นฐานภาษาอังกฤษ

ผ่านข้อสอบวัด IQ และวัดความรู้เฉพาะทางพิเศษบางอย่าง รวมถึงการกำหนดคุณสมบัติอย่างชัดเจนว่าต้องมีคะแนนผลการปฏิบัติงานดีไม่ต่ำกว่า 3 ปี เป็นต้น

ซึ่งเมื่อบุคลากรผ่านการคัดกรองดังกล่าวแล้ว องค์กรจึงจะเอาเครื่องมือประเมินผลแบบเข้มข้นมาวัดศักยภาพเพื่อค้นหาความสามารถและช่องว่างการพัฒนา รวมถึงการประเมินเลือกคนเป็น Talent ในขั้นตอนสุดท้าย

ตัวอย่างเครื่องมือที่นำมาใช้ เช่น แบบประเมิน 360 องศา โดยต้องเป็นแบบประเมินที่ถูกออกแบบคำถามที่เป็นมาตรฐานและเชื่อถือได้ โดยจะสอบถามคนรอบข้างของผู้เข้ารับคัดเลือกตั้งแต่หัวหน้า ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน เกี่ยวกับพฤติกรรมการแสดงออกตามคุณสมบัติของ Talent

โดยผลส่วนนี้นอกจากจะมองเป็นคะแนนความสามารถที่คนรอบข้างรับรู้และสัมผัสได้แล้ว คะแนนจากแบบประเมิน 360 องศา ยังสามารถสื่อได้ถึงการยอมรับ (acceptance) ของผู้รับการคัดเลือกท่านนั้นด้วย

นอกจากนี้ เครื่องมือที่เริ่มใช้อย่างหลากหลายมากขึ้น คือแบบประเมินเชิงจิตวิทยา ที่เอามาค้นหาจุดอ่อน จุดแข็ง รวมถึงค้นหาความเชื่อ ค่านิยมของผู้ที่รับการคัดเลือก ว่าตรงกับคุณสมบัติของคนที่องค์กรต้องการด้วยหรือไม่ และสำหรับตำแหน่งระดับสูงที่ต้องการความแม่นยำและเข้มข้นในการคัดเลือกมากขึ้น

การใช้ Assessment Center หรือแบบประเมินที่มีหลากหลายกิจกรรม โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการประเมินได้ลองทำ case แสดงความคิด การตัดสินใจทั้งเดี่ยวและกลุ่ม โดยการประเมินผ่านกิจกรรมนี้ถือเป็นการประเมินที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด และแม่นยำสูงสุด

อย่างไรก็ตามการจะใช้เครื่องมือใดก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการสื่อสารให้กับผู้ที่เข้ารับการพิจารณาการคัดเลือกทุกคน โดยเมื่อได้ผลการคัดเลือกแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำผลการประเมินแจ้งกลับให้กับผู้รับการประเมินทราบ เพื่อร่วมในการวางแผนการพัฒนาของตัวเองต่อไป

อยากได้คำแนะนำว่าควรทำอย่างไร ? ถึงจะดึงดูดกลุ่มคนที่เป็น Talent ให้อยู่ในองค์กรได้ ?

ปัญหานี้ถ้าจัดให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ก็ไม่ผิดนัก การตอบคำถามนี้ ดิฉันไม่อยากให้มุ่งไปที่ตัวเงินเพียงอย่างเดียว ปัจจัยในการดึงดูดให้คนอยู่กับองค์กรมีอีกหลายปัจจัย หลักการของท่านมาสโลว์ก็ดี ที่แบ่งความต้องการของคนอยู่ที่ 5 ระดับ สามารถนำปรับประยุกต์ได้

โดยส่วนใหญ่ดิฉันแนะนำไปว่า การให้บทบาทหน้าที่ เปิดโอกาสให้คนกลุ่มนี้แสดงฝีมือ เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจหรือลงมือทำในโปรเจ็กต์ใหญ่ ๆ รวมทั้งการที่องค์กรสื่อสารออกไปอย่างชัดเจน เพื่อให้เห็นภาพการเติบโตร่วมกันทั้งองค์กรและคน จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ในระดับหนึ่ง

การชื่นชมในผลงาน รวมทั้งยกย่องให้พวกเขาเหล่านั้นเห็นว่า พวกเขาเป็นบุคคลสำคัญที่มีคุณค่าต่อองค์กร ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ควรจะเริ่มทำ และต้องทำอย่างต่อเนื่อง

ในบางกรณีผู้บริหารระดับสูงเข้ามาใส่ใจ สนใจ และเห็นความสำคัญกับโปรเจ็กต์ หรืองานที่คนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพเหล่านั้นกำลังทำ ก็ถือเป็นกำลังใจให้พวกเขาเหล่านั้นรับรู้ว่า ผู้นำองค์กรมองพวกเขาว่าเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ และมีความสำคัญอย่างยิ่งกับองค์กรนั่นเอง





จำนวนผู้ชม 4180 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์